
นาฬิกาและสายรัดข้อมือเคยเป็นอุปกรณ์ที่บอกจำนวนก้าว อัตราการเต้นหัวใจ หรือคุณภาพการนอนของเจ้าของเครื่องเป็นหลัก แต่ภาพที่ Garmin Health นำเสนอในงาน Garmin Health Media Event 2026 ที่กรุงเทพฯ คือบทบาทที่กว้างขึ้นของ wearable ในฐานะแหล่งข้อมูลต่อเนื่องสำหรับการดูแลสุขภาพ งานวิจัย โปรแกรมพนักงาน ไปจนถึงการติดตามผู้ป่วยระยะไกล
Jörn Watzke, Senior Director, Garmin Health Global Sales บอกว่าเอเชียแปซิฟิกกำลังเป็นภูมิภาคที่สำคัญต่อธุรกิจนี้ และประเทศไทยเป็นหนึ่งในตลาดที่เติบโตเร็วที่สุดของ Garmin Health ร่วมกับสิงคโปร์ เกาหลีใต้ และเวียดนาม โดยธุรกิจ Garmin Health ในเอเชียเติบโตมากกว่า 25% ในปีที่ผ่านมา ขณะที่ฐานลูกค้าหรือโครงการวิจัยใน APAC ปีนี้เพิ่มขึ้นมากกว่า 50%
Garmin แบ่งตลาดหลักของตนเป็นฟิตเนส เอาต์ดอร์ มารีน การบิน และยานยนต์ โดยในปี 2025 บริษัทระบุว่ามีรายได้ 7.246 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ และขายผลิตภัณฑ์มากกว่า 20 ล้านชิ้นทั่วโลก ส่วน Garmin Health คืองานฝั่ง B2B ที่เปิดให้พันธมิตรเชื่อมบริการเข้ากับ ecosystem ของ Garmin เพื่อใช้ข้อมูลจาก wearable และบริการเชื่อมต่อของบริษัทไปสร้างโซลูชันสำหรับผู้ใช้งานของตนเอง
กลุ่มการใช้งานที่ Garmin ยกขึ้นมามีตั้งแต่การป้องกันโรค การบำบัดและฟื้นฟู งานวิจัย ประกัน สุขภาพพนักงาน ฟิตเนส ตลอดจนความปลอดภัยในการทำงาน โมเดลนี้ทำให้ Garmin ไม่ได้วางตัวเป็นผู้ให้บริการรักษาโดยตรง แต่เป็นผู้ให้ข้อมูลและเครื่องมือเชื่อมต่อแก่พาร์ทเนอร์ที่มีความเชี่ยวชาญเฉพาะด้าน
Scott Burgett, Senior Director of Garmin Health Engineering ยกตัวอย่าง Neptune ของ Orbit Health ซึ่งใช้ข้อมูล accelerometer และ gyroscope ความละเอียดสูงจากอุปกรณ์ Garmin เพื่อช่วยติดตามอาการและการตอบสนองต่อการรักษาของผู้ป่วยพาร์กินสันจากระยะไกล โดยตัวซอฟต์แวร์ Neptune ได้รับเครื่องหมาย CE สำหรับ Medical Device Software Class IIa ในสหภาพยุโรปและขึ้นทะเบียนในสหราชอาณาจักร
อีกตัวอย่างคือ Twin Health ที่นำข้อมูลจาก wearable ของ Garmin ไปใช้ร่วมกับ Continuous Glucose Monitor หรือ CGM และอุปกรณ์อื่น สร้างแบบจำลองเมตาบอลิซึมรายบุคคล หรือ Whole Body Digital Twin เพื่อให้คำแนะนำเรื่องอาหาร การนอน การเคลื่อนไหว และการหายใจ
ข้อได้เปรียบที่ Garmin พยายามชูคือข้อมูลที่เก็บได้อย่างต่อเนื่อง และเป็นข้อมูลเชิงวัตถุวิสัยมากกว่าการให้ผู้เข้าร่วมงานวิจัยนึกย้อนว่าเมื่อคืนหลับดีแค่ไหนหรือออกกำลังกายเท่าไร บริษัทระบุว่ามีงานวิจัยที่ใช้อุปกรณ์ Garmin แล้วมากกว่า 1,260 โครงการ และคาดว่าจะมีโครงการหรือผู้ใช้ใหม่มากกว่า 500 รายทั่วโลกในปี 2026
ตัวอย่างมีทั้งโครงการ National University of Singapore ที่ศึกษาความเชื่อมโยงระหว่างกิจกรรมกับภาระโรคหัวใจและหลอดเลือด โครงการ EMBRACE ของ King's College London ซึ่งตั้งเป้าเก็บข้อมูลสรีรวิทยา จิตวิทยา และพฤติกรรมจากหญิงตั้งครรภ์ 20,000 คนทั่วโลก เพื่อลดความเสี่ยงเบาหวานขณะตั้งครรภ์ และโครงการ DELPHI ของ University of Copenhagen ว่าด้วยโรคอ้วนและการแพทย์เฉพาะบุคคล
Garmin ยังยกงานในสภาพแวดล้อมสุดขั้ว มาเป็นตัวอย่างว่าข้อมูลจากข้อมืออาจเก็บได้ในพื้นที่ที่ห้องแล็บเข้าไม่ถึง ตั้งแต่การบินแบบไร้น้ำหนัก เรือของกองทัพเรือ ไปจนถึงสถานีอวกาศนานาชาติ เพื่อแสดงให้เห็นว่าทำไมอุปกรณ์ Wearble จึงมีความสำคัญอย่างมากในยุคนี้
Longevity หรือการมีอายุยืนอย่างมีสุขภาพดี เป็นประเด็นหลักที่ Garmin หยิบมาพูดถึงในงานที่กรุงเทพฯ ครั้งนี้ โดย Watzke อธิบายว่า เป้าหมายของ Longevity ไม่ใช่แค่การมีชีวิตที่ยืนยาวขึ้น แต่ต้องทำให้ช่วงเวลาที่เรามีสุขภาพดี หรือ Healthspan ยาวนานขึ้นด้วย เพื่อลดช่องว่างระหว่างอายุขัยกับช่วงชีวิตที่มีสุขภาพดี
Watzke เปรียบพฤติกรรมการใช้ชีวิต หรือ Lifestyle ว่าเป็น ‘Super-pill’ ที่ช่วยส่งเสริมสุขภาพในระยะยาว พร้อมยกข้อมูลว่า การเดินวันละ 10,000 ก้าว สัปดาห์ละ 5 วัน ต่อเนื่องเป็นเวลา 2 ปี มีความสัมพันธ์กับความเสี่ยงโรคเบาหวานชนิดที่ 2 ที่ลดลง 57% ขณะที่การเดินวันละ 10,000 ก้าว สัปดาห์ละ 3 วัน ต่อเนื่อง 3 ปี มีความสัมพันธ์กับความเสี่ยงมะเร็งระยะที่ 3 และ 4 ที่ลดลง 19% และ 36% ตามลำดับ
อย่างไรก็ตาม ผลการศึกษาที่พบความสัมพันธ์ระหว่างการเคลื่อนไหวกับความเสี่ยงโรค ไม่ได้หมายความว่าการเดินตามจำนวนก้าวดังกล่าวจะลดความเสี่ยงได้เท่ากันสำหรับทุกคน หรือใช้ทดแทนคำแนะนำทางการแพทย์ได้ โดยเฉพาะผู้ที่มีโรคประจำตัวหรืออยู่ระหว่างการรักษา
อีกหนึ่งงานวิจัยที่ Garmin นำเสนอคือ Harvard Health & Happiness Study ซึ่งศึกษาผู้เข้าร่วม 4,823 คน จากกว่า 60 ประเทศ โดยใช้ข้อมูลการนอนที่บันทึกผ่านอุปกรณ์ Garmin รวมกว่า 126,000 คืน ผลการศึกษาพบว่า ในวันที่ผู้เข้าร่วมเคลื่อนไหว เดิน หรือนอนมากกว่าปกติ พวกเขามีแนวโน้มรายงานว่าตนเองมีความสุข ผ่อนคลาย หรือรู้สึกตื่นตัวมากขึ้น
ผลการศึกษาเหล่านี้สะท้อนให้เห็นความเชื่อมโยงระหว่างพฤติกรรมในชีวิตประจำวันกับสุขภาวะทั้งทางร่างกายและจิตใจ แม้ยังไม่สามารถสรุปได้ว่าพฤติกรรมใดพฤติกรรมหนึ่งเป็นสาเหตุโดยตรงของผลลัพธ์ดังกล่าว แต่ก็ชี้ให้เห็นว่า การดูแลสุขภาพระยะยาวอาจเริ่มต้นได้จากพฤติกรรมพื้นฐานอย่างการเดิน การเคลื่อนไหว และการนอนหลับ
Garmin ประเมินว่าตลาดอุปกรณ์สวมใส่ในเอเชียแปซิฟิกจะเติบโตจาก 11.5 พันล้านดอลลาร์สหรัฐในปี 2026 เป็น 24.7 พันล้านดอลลาร์สหรัฐในปี 2031 หรือเติบโตเฉลี่ยปีละ 13.6% ขณะที่ตลาด Wearable สำหรับอุตสาหกรรมเภสัชกรรมและไบโอเทคในภูมิภาคเดียวกันมีแนวโน้มเติบโตเฉลี่ยสูงถึง 20.7% ต่อปี
สำหรับประเทศไทย ตัวเลขเหล่านี้สะท้อนโอกาสที่มากกว่าการขายอุปกรณ์ Wearable แต่ยังรวมถึงการสร้างระบบนิเวศที่เชื่อมผู้ผลิตอุปกรณ์ โรงพยาบาล มหาวิทยาลัย บริษัทประกัน และนายจ้างเข้าด้วยกัน เพื่อพัฒนาบริการสุขภาพที่ใช้ประโยชน์จากข้อมูลได้จริง
อย่างไรก็ตาม การเติบโตดังกล่าวยังมีความท้าทาย ทั้งการกำหนดมาตรฐานข้อมูล การคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล การออกแบบบริการร่วมกับผู้เชี่ยวชาญ ตลอดจนการมีหลักฐานรองรับว่าบริการเหล่านี้สร้างผลลัพธ์ด้านสุขภาพให้ผู้ใช้งานได้จริง
ขณะเดียวกัน ในตลาดผู้บริโภค Garmin ยังเปิดตัว Cirqa Smart Band สายรัดข้อมืออัจฉริยะแบบไร้หน้าจอรุ่นแรกของบริษัท ที่ออกแบบมาเพื่อติดตามข้อมูลสุขภาพตลอด 24 ชั่วโมง ทั้งระดับพลังงานร่างกาย (Body Battery) ความเครียด ระดับออกซิเจนในเลือด (Pulse Ox) สุขภาพผู้หญิง คะแนนการนอนหลับ HRV และอุณหภูมิผิวหนัง รวมถึงรองรับการติดตามกิจกรรมกว่า 80 ประเภท
ตัวอุปกรณ์มีแบตเตอรี่ใช้งานได้นานสูงสุด 10 วัน โดยผู้ใช้สามารถดูข้อมูลผ่านแอป Garmin Connect ได้โดยไม่ต้องสมัครสมาชิกแบบเสียเงินเพิ่มเติม แม้บริษัทจะมี Garmin Connect+ เป็นบริการพรีเมียมสำหรับผู้ที่ต้องการข้อมูลวิเคราะห์เชิงลึกเพิ่มเติมก็ตาม
แม้ Cirqa จะมุ่งตอบโจทย์ผู้บริโภคทั่วไป ต่างจาก Garmin Health ที่เน้นการนำข้อมูลไปใช้ในระดับองค์กร แต่ทั้งสองส่วนสะท้อนทิศทางเดียวกันของ Garmin นั่นคือ การเปลี่ยนข้อมูลสุขภาพจากอุปกรณ์บนข้อมือให้กลายเป็นข้อมูลที่นำไปใช้ประโยชน์ได้จริง ตั้งแต่การดูแลสุขภาพในชีวิตประจำวัน ไปจนถึงการต่อยอดสู่บริการทางการแพทย์ งานวิจัย และโปรแกรมดูแลสุขภาพภายใต้การกำกับของผู้เชี่ยวชาญ โดยคำนึงถึงความปลอดภัยและความรับผิดชอบในการใช้ข้อมูล
อ้างอิง : ข้อมูลจากงาน Garmin Health Summit
ลงทะเบียนเข้าสู่ระบบ เพื่ออ่านบทความฟรีไม่จำกัด