'ตาข่ายอิเล็กทรอนิกส์' รับพลังงานจากเซลล์หัวใจ หวังลดข้อจำกัดแบตเตอรี่ในอุปกรณ์ฝังร่างกาย ผลงานพัฒนาจากนักวิจัย UMass Amherst

อุปกรณ์ฝังร่างกาย เช่น เครื่องกระตุ้นหัวใจ และอุปกรณ์กระตุ้นสมองส่วนลึก ยังต้องอาศัยแหล่งพลังงานที่มีขนาดและความแข็งมากกว่าเนื้อเยื่อรอบข้าง ซึ่งก็คือแบตเตอรี่ แต่ปัญหาที่ตามมาคือ แบตเตอรี่อาจเสื่อมสภาพ และการทำให้แบตเตอรี่เล็กลงหรือยืดหยุ่นขึ้น ก็ทำให้ความจุของพลังงานลดลง ส่งผลให้เปลี่ยนแบตเตอรี่บ่อยขึ้น

นักวิจัยจาก University of Massachusetts Amherst จึงพัฒนาตาข่ายอิเล็กทรอนิกส์ที่บางและยืดหยุ่น ซึ่งให้เซลล์กล้ามเนื้อหัวใจของมนุษย์เติบโตแทรกตัวอยู่ภายในได้ พร้อมแปลงแรงหดตัวของเนื้อเยื่อเป็นพลังงานไฟฟ้า แนวทางนี้อาจช่วยลดข้อจำกัดของแบตเตอรี่ในอุปกรณ์สวมใส่และอุปกรณ์ฝังร่างกายในอนาคต แต่ผลการวิจัยยังอยู่ในห้องปฏิบัติการ

แทนที่จะติดอุปกรณ์ผลิตไฟฟ้าชิ้นใหญ่ไว้กับอวัยวะ ทีมวิจัยเลือกกระจายหน่วยผลิตไฟฟ้าขนาดจิ๋วเข้าไปในเนื้อเยื่อ เรียกแนวคิดนี้ว่า 'biohybrid mesh harvester' หรือ ตาข่ายเก็บพลังงานที่ผสานวัสดุอิเล็กทรอนิกส์เข้ากับเซลล์มีชีวิต

ตาข่ายต้นแบบมีขนาด 7 x 8 มิลลิเมตร และมีหน่วยผลิตไฟฟ้า 64 หน่วย แต่ละหน่วยเป็นริบบิ้นพอลิเมอร์เส้นเล็ก ภายในมีลวดแพลทินัมและแถบวัสดุเซรามิกชื่อ PZT ซึ่งมีคุณสมบัติสร้างไฟฟ้าเมื่อถูกงอหรือกด ริบบิ้นกว้างราว 20 ไมโครเมตร หรือใกล้เคียงขนาดเซลล์กล้ามเนื้อหัวใจ จึงไม่แข็งทื่อเป็นก้อนใหญ่เมื่อต้องอยู่ติดกับเซลล์

ในการทดลอง ทีมเพาะเซลล์หัวใจมนุษย์ที่ได้จากสเต็มเซลล์บนตาข่ายนาน 15 วัน จนเซลล์เติบโตเป็นแผ่นเนื้อเยื่อและเริ่มหดตัวเอง เมื่อเนื้อเยื่อขยับ ตาข่ายก็ปล่อยสัญญาณไฟฟ้าตามจังหวะนั้น

Jun Yao รองศาสตราจารย์ด้านวิศวกรรมไฟฟ้าและคอมพิวเตอร์ของ UMass Amherst และผู้เขียนอาวุโสของงาน มองว่าแนวคิดนี้ต่างจากแบตเตอรี่ เพราะไม่ได้มีแหล่งพลังงานก้อนเดียว แต่ให้เนื้อเยื่อหลายจุดช่วยกันผลิตไฟฟ้า คล้ายกับการทำงานของร่างกายที่ไม่ได้มีโรงไฟฟ้าเพียงแห่งเดียว

'ป่า 3 มิติ' ในเนื้อเยื่อ

หากจะนำแนวคิดนี้ออกมาใช้นอกห้องแล็บ Yao เสนอไว้ 2 ทาง ทางแรกคือเพาะเนื้อเยื่อสำหรับปลูกถ่าย โดยวางตาข่ายไว้ข้างในตั้งแต่ต้น แล้วจึงนำเนื้อเยื่อนั้นไปปลูกถ่าย

อีกทางคือใช้หุ่นยนต์ผ่าตัดสอดริบบิ้นยืดหยุ่นจำนวนมากเข้าไปในเนื้อเยื่อโดยตรง จนเกิดสิ่งที่ Yao เรียกว่า 'ป่า 3 มิติ' ของริบบิ้นเก็บพลังงาน วิธีนี้จะทำให้เพิ่มจำนวนหน่วยผลิตไฟฟ้าได้ โดยไม่ถูกจำกัดด้วยขนาดของอุปกรณ์ก้อนเดียว

แต่ยังมีโจทย์ใหญ่ก่อนถึงการใช้งานจริง นักวิจัยต้องพิสูจน์ว่าตาข่ายทำงานได้ในเนื้อเยื่อสามมิติภายในร่างกาย โดยไม่รบกวนการบีบตัวหรือการส่งสัญญาณไฟฟ้าตามธรรมชาติของหัวใจ ตาข่ายต้องทนต่อการขยับซ้ำ ๆ เป็นเวลาหลายปี ไม่กระตุ้นให้เกิดพังผืด และต้องมีวิธีเก็บหรือส่งไฟฟ้าที่ผลิตได้อย่างมีประสิทธิภาพ

อีกประเด็นคือ PZT ที่ใช้ในตาข่ายมีตะกั่วเป็นส่วนประกอบ จึงอาจต้องหาวัสดุอื่นมาทดแทนก่อนใช้กับมนุษย์ งานที่ตีพิมพ์ในวารสาร Science Advances นี้จึงเป็นหลักฐานว่าเซลล์หัวใจที่เพาะในแล็บสามารถช่วยผลิตไฟฟ้าได้ ไม่ใช่หลักฐานว่าอุปกรณ์ชนิดนี้พร้อมฝังในร่างกายแล้ว

อ้างอิง : Science.org

ลงทะเบียนเข้าสู่ระบบ เพื่ออ่านบทความฟรีไม่จำกัด

No comment

RELATED ARTICLE

Responsive image

Garmin Health กับอนาคตนาฬิกาสุขภาพ จากอุปกรณ์นับก้าวสู่ข้อมูลที่ช่วยดูแลผู้ป่วย

นาฬิกาและสายรัดข้อมือเคยเป็นอุปกรณ์ที่บอกจำนวนก้าว อัตราการเต้นหัวใจ หรือคุณภาพการนอนของเจ้าของเครื่องเป็นหลัก แต่ภาพที่ Garmin Health นำเสนอในงาน Garmin Health Media Event 2026 ที...

Responsive image

นักวิจัย Stanford พบวิธีฟื้นฟูกระดูกอ่อน อาจช่วยลดการผ่าตัดเปลี่ยนข้อเข่าและสะโพกในอนาคต

นักวิจัยจาก Stanford Medicine ค้นพบวิธีที่อาจช่วยฟื้นฟูกระดูกอ่อนที่เสื่อมตามอายุหรือเสียหายจากการบาดเจ็บได้ โดยได้ทดลองยับยั้งโปรตีนชื่อ 15-PGDH ซึ่งร่างกายจะมีมากขึ้นตามอายุ ผลกา...

Responsive image

Harvard พบหัวใจที่ปลูกถ่ายปรับอายุตามเจ้าของใหม่ แก่เร็วขึ้นหรือกลับมาอ่อนเยาว์อยู่ที่อายุผู้รับ

งานวิจัยจาก Harvard พบหัวใจที่ปลูกถ่ายปรับอายุทางชีวภาพตามร่างผู้รับ หัวใจอายุน้อยในร่างสูงวัยแก่เร็วขึ้น หัวใจอายุมากในร่างอายุน้อยอ่อนเยาว์ลง อาจช่วยขยายกลุ่มผู้บริจาคหัวใจ...