Salesforce ประกาศเปิดให้บริการ Agentforce ภาษาไทย'อย่างเป็นทางการ ถือเป็นก้าวสำคัญของการนำ Agentic AI มาใช้งานจริงในประเทศไทย เพื่อช่วยให้องค์กรเร่ง Digital Transformation ยกระดับประสบการณ์ลูกค้า และเพิ่มประสิทธิภาพการดำเนินธุรกิจอย่างเป็นรูปธรรม

Agentforce คือแพลตฟอร์ม Agentic AI ยุคใหม่ ที่ก้าวข้ามขีดจำกัดของแชตบอททั่วไป จาก AI ที่ทำได้เพียงโต้ตอบ สู่ ‘พนักงานดิจิทัล’ ที่สามารถ คิด วางแผน และลงมือทำงานแทนมนุษย์ได้อัตโนมัติ โดยมีเป้าหมายให้มนุษย์และ AI ทำงานร่วมกันแบบ Side by side เพื่อเพิ่มขีดความสามารถของบุคลากรทุกระดับ และปลดล็อกการเติบโตในมิติใหม่
ปัจจุบัน Agentforce รองรับภาษาไทยอย่างสมบูรณ์ และให้บริการได้หลายช่องทาง รวมถึง LINE ที่คนไทยใช้งานเป็นหลัก ช่วยให้องค์กรก้าวสู่การเป็น Agentic Enterprise ที่มนุษย์และ AI ทำงานร่วมกันได้ตลอด 24 ชั่วโมงอย่างไร้รอยต่อ
ปัจจุบันมี 2 แพลตฟอร์มที่รองรับภาษาไทยเต็มรูปแบบ
Agentforce เชื่อมทุกฟังก์ชันหลักขององค์กรเข้ากับ Data Cloud ทำให้ AI เห็นข้อมูลลูกค้าแบบครบ 360 องศา และสามารถใช้ข้อมูลจริงขององค์กร ทั้งยอดขาย ประวัติการสั่งซื้อ แชต หรือไฟล์ต่าง ๆ เป็นบริบทในการตัดสินใจ ทำให้การทำงานแม่นยำและสอดคล้องกับธุรกิจมากขึ้น
เพราะ Agentforce ใช้ข้อมูลธุรกิจที่องค์กรมีอยู่แล้วเป็นพื้นฐาน ทำให้ AI เริ่มทำงานได้ทันที ไม่ต้องเรียนรู้ใหม่จากศูนย์ เปรียบเหมือนการได้พนักงานมืออาชีพที่เข้าใจงานและบริบทของธุรกิจตั้งแต่วันแรก ช่วยสร้างผลลัพธ์ได้เร็ว โดยไม่ต้องเสียเวลาฝึกหลายเดือน
Agentforce มาพร้อม Agent Builder เครื่องมือแบบ No Code/Low Code ที่ช่วยให้ผู้ใช้งานทั่วไปสามารถสร้าง ปรับแต่งทักษะ และกำหนดขอบเขตการทำงานของ AI ได้ด้วยภาษาธรรมชาติ รองรับการเติบโตของ AI ไปพร้อมองค์กร
อีกหนึ่งจุดเด่นคือ Industry Templates ที่ออกแบบมาให้สอดคล้องกับ Workflow ของแต่ละอุตสาหกรรม เช่น ค้าปลีก การเงิน โทรคมนาคม การผลิต และบริการด้านสุขภาพ ทำให้ AI เข้าใจรูปแบบการทำงานเฉพาะทางตั้งแต่เริ่มต้น สามารถนำไปใช้งานได้ทันที โดยไม่ต้องสร้างใหม่ทั้งหมดตั้งแต่ศูนย์
AI คือพื้นฐานของแพลตฟอร์ม
Agentforce พัฒนาบนพื้นฐานของแนวคิด CRM + Data + AI ถูกออกแบบโดยมี AI เป็นแกนหลักตั้งแต่ระดับแพลตฟอร์ม ไม่ใช่ส่วนเสริม ทำให้ AI ฝังอยู่ในทุกโมดูล และทำงานแบบ Agentic AI ได้จริง ทั้งคิด ตัดสินใจ และลงมือทำงานแทนมนุษย์ได้อย่างเป็นระบบ
เข้าถึงง่าย เหมาะกับทุกขนาดธุรกิจ
แพลตฟอร์มรองรับทั้งองค์กรขนาดใหญ่และ SMEs / MSMEs ด้วยโมเดลจ่ายตามการใช้งานจริง (Pay as you go) พร้อมแนวคิด No Code / Low Code ช่วยให้ทีมธุรกิจสามารถสร้าง ปรับแต่ง และควบคุม AI Agent ได้เอง ไม่จำเป็นต้องมีทีมวิศวกรขนาดใหญ่ ทำให้การนำ AI ไปใช้เกิดขึ้นได้เร็วและขยายผลได้ง่ายในองค์กร
Bring Your Own Model
องค์กรสามารถเลือกใช้ทั้งโมเดลมาตรฐานที่ Salesforce ปรับแต่งไว้ หรือเชื่อมต่อโมเดลที่ใช้อยู่เดิมจาก OpenAI, AWS, Google, Azure หรือ Hugging Face ได้ทันที โดยไม่ต้องรื้อระบบใหม่
ความปลอดภัยระดับองค์กร
Agentforce มาพร้อมชั้นความปลอดภัยหลักในการเชื่อมต่อกับโมเดลภายนอก ระบบจะช่วยคัดกรองและปกปิดข้อมูลอ่อนไหวของลูกค้า (Data Masking) ก่อนส่งออกไป นอกจากนี้ยังมีนโยบาย Zero Data Retention ที่รับรองว่าข้อมูลขององค์กรจะไม่ถูกจัดเก็บหรือถูกนำไปใช้ฝึกโมเดลภายนอก
นอกจากนี้ Salesforce ได้นำเสนอ 5 เทรนด์และโอกาสด้าน Agentic AI ล่าสุด ที่องค์กรไทยสามารถนำไปประยุกต์ใช้และต่อยอดในปี 2026
คุณอภิสิทธิ์ คุปรัตน์ Country Manager ประเทศไทยของ Salesforce คาดการณ์ว่า ปีนี้เราจะเริ่มเห็นความแตกต่างที่ชัดเจนระหว่างธุรกิจที่เลือก Transform สู่การเป็น Agentic Enterprise พร้อมให้มุมมองว่า “ในยุคที่ Agentic AI กำลังปฏิรูปโลกธุรกิจ องค์กรจำเป็นต้องปรับตัวอย่างรวดเร็วและคว้าโอกาสนี้ ด้วยการผสานจุดแข็งเข้าด้วยกัน ได้แก่ ศักยภาพของ AI ความสามารถของบุคลากรไทย และความหลากหลายทางเศรษฐกิจของประเทศ”
ลงทะเบียนเข้าสู่ระบบ เพื่ออ่านบทความฟรีไม่จำกัด