‘สะดวก-ปลอดภัย-มั่นใจ’ พร้อมรับเทรนด์ท่องเที่ยววิถีใหม่กับ 4 Startups ไทย | Techsauce

‘สะดวก-ปลอดภัย-มั่นใจ’ พร้อมรับเทรนด์ท่องเที่ยววิถีใหม่กับ 4 Startups ไทย

จากการระบาดของไวรัส COVID-19 เมื่อต้นปีและได้ดำเนินต่อเนื่องมาถึงปัจจุบันนั้นได้ส่งผลกระทบต่อหลาย ๆ อุตสาหกรรมอย่างมาก แต่อุตสาหกรรมที่ได้รับผลกระทบโดยตรงและได้รับผลกระทบรุนแรงที่สุดก็คงหนีไม่พ้นอุตสาหกรรมท่องเที่ยว นักท่องเที่ยวจำนวนมากขาดความมั่นใจในการกลับมาเที่ยวในรูปแบบเดิม ๆ และพวกเขาจำนวนมากนั้นก็ได้ปรับตัวเองเข้าสู่การท่องเที่ยววิถีใหม่หรือ New Normal

จากแนวโน้มนักท่องเที่ยวในปัจจุบันจะพบว่านักท่องเที่ยวนั้นจะเดินทางแบบกลุ่มเล็ก ๆ และเดินทางแบบ Road Trip หลีกเลี่ยงการเดินทางที่จะต้องพบปะคนจำนวนมาก รวมถึงการหันเข้าสู่โลกออนไลน์มากขึ้น เนื่องจากกังวลเรื่องความเสี่ยงจากการระบาดของไวรัส ทำให้ประเด็นในเรื่องของความปลอดภัยและความสะดวกสบายนั้นกลายเป็นสิ่งที่นักท่องเที่ยวให้ความสำคัญมากยิ่งขึ้น

ทำให้ในปัจจุบันนี้มีหลากหลายแพลตฟอร์มและธุรกิจที่ได้ช่วยให้การท่องเที่ยวนั้นรวดเร็ว สะดวกและปลอดภัย ซึ่งทางสำนักงานนวัตกรรมแห่งชาติ (องค์การมหาชน) หรือ NIA จึงจะพาทุกคนไปรู้จักกับ Startup สายการท่องเที่ยวของไทยที่พร้อมสนับสนุนการท่องเที่ยวอย่างปลอดภัยและสะดวกสบาย

1. Golfdigg

Golfdigg แพลตฟอร์มให้บริการจองสนามกอล์ฟออนไลน์ที่ได้เข้ามาเปลี่ยนอุตสาหกรรมกอล์ฟจากระบบออฟไลน์สู่ระบบที่ทันสมัย เพื่อให้นักกอล์ฟจากทั่วโลกสามารถจองสนามกอล์ฟได้ตลอด 24 ชั่วโมง มากกว่า 170 สนามใน 40 จังหวัดทั่วประเทศไทย โดยสามารถจองได้ล่วงหน้านานถึง 6 เดือน พร้อมด้วยราคาพิเศษและโปรโมชั่นมากมาย นอกจากนี้ Golfdigg นั้นยังมีระบบ e-Coupon ที่จะเหมาะกับนักกอล์ฟที่ต้องการซื้อจำนวนมากๆ เช่น 5 ใบ 10 หรือ 20 ใบ และตั๋วเข้าชมการแข่งขันกอล์ฟและแพ็คเกจตีกอล์ฟพร้อมที่พัก สปา คอร์สเรียนและอุปกรณ์กอล์ฟเช่นเดียวกัน ในส่วนของฝั่งสนามกอล์ฟ ทาง Golfdigg นั้นมีทั้ง Online Solution ที่ช่วยบริหารจัดการภายในสนาม กอล์ฟให้ง่ายและสะดวกมากขึ้น รวมถึงมี Marketing Solution ที่จะช่วยเพิ่มยอดขายให้กับสนามกอล์ฟ

Golfdigg จะช่วยแก้ Pain Point อย่างไร?

จากแต่ก่อนที่นักกอล์ฟอาจจะต้องเสียเวลาในการค้นหาสนามกอล์ฟที่ต้องการหลาย ๆ เว็บไซต์ โซลูชันของ Golfdigg นั้นได้เข้ามาช่วยให้นักกอล์ฟนั้นสามารถค้นหาสนามกอล์ฟ และหาเวลาที่ต้องการ พร้อมหาโปรโมชั่นที่โดนใจ แล้วทำการจองผ่านทาง Online โดยจองเสร็จได้ภายใน 1 นาทีเท่านั้น ทำให้นักกอล์ฟนั้นสามารถประหยัดเวลาและยังสะดวกสบายอย่างมาก

2. Local Alike

Local Alike นั้นเป็นกิจการเพื่อสังคมที่มองเห็นศักยภาพของชุมชนท้องถิ่น จึงมุ่งพัฒนาการท่องเที่ยว โดยชุมชน (Community Based Tourism) เพื่อช่วยให้ชุมชนท้องถิ่นต่าง ๆ เติบโต และพัฒนาต่อไปได้อย่างยั่งยืน ซึ่งในตอนนี้ Local Alike นั้นมีธุรกิจอยู่ใน 3 กลุ่มด้วยกัน

  1. Local Alike เน้นไปที่การพัฒนาเส้นทางการท่องเที่ยวโดยชุมชน พร้อมสร้างทัวร์ในรูปแบบ Corporate Trip และ CSR Trip
  2. Local Aroi เน้นไปที่การเชื่อมต่อผู้คนผ่านอาหาร และนำเสนอเรื่องราวของอาหารท้องถิ่นของชุมชนโดยทำ Chef’s Table และ Food Delivery
  3. Local A lot เน้นไปที่การพัฒนาสินค้าชุมชนเพื่อเพิ่มมูลค่าและขายสินค้าชุมชน

Local Alike จะช่วยแก้ Pain Point ได้อย่างไร    ?

การท่องเที่ยวไทยนั้นถือว่ามีมูลค่าสูงและเป็นตัวขับเคลื่อนเศรษฐกิจของประเทศไทยเป็นอันดับต้น ๆ แต่อย่างไรก็ตามแต่ การกระจายรายได้ในเรื่องการท่องเที่ยวของไทยนั้นยังไม่สามารถเข้าถึงชุมชนได้เพียงพอ Local Alike จึงเกิดเป็น Community-based Tourism หรือการท่องเที่ยวโดยชุมชน เพื่อที่จะช่วยเป็นหนึ่งตัวช่วยในการกระจายรายได้และพัฒนาคุณภาพชีวิตของชุมชนให้ยั่งยืนยิ่งขึ้น

3. MuvMi

MuvMi นั้นเป็นบริการรถตุ๊กตุ๊กไฟฟ้าวิ่งเฉพาะย่าน และสามารถเรียกผ่านแอปพลิเคชัน เป็นการให้บริการแบบ Sharing โดยจะรับผู้โดยสารที่เดินทางไปในเส้นทางเดียวขึ้นรถไปด้วยกัน ซึ่งค่าบริการนั้นจะคิดตามระยะทางเริ่มต้นที่ 10 บาท โดยในปัจจุบันเปิดให้บริการใน 5 พื้นที่ ได้แก่ จุฬาฯ-สามย่าน, อารีย์-สะพานควาย, พหลโยธิน-ลาดพร้าว, รัตนโกสินทร์ และ อโศก-นานา 

Muvmi จะช่วยแก้ Pain Point ได้อย่างไร?

ปฏิเสธไม่ได้ว่าในปัจจุบันนี้การเดินทางในกรุงเทพนั้นยังไม่สามารถเข้าถึงได้ทุกพื้นที่ โดยเฉพาะตรอกซอกซอยเล็ก ๆ ที่ขนส่งคมนาคมหลักนั้นไม่สามารถเข้าถึง ดังนั้น Muvmi นั้นจะเข้าไปช่วยแก้ปัญหาด้านการเชื่อมต่อขนส่งมวลชน จาก BTS หรือ MRT ไปยังที่ทำงาน สถานศึกษา และที่พักที่ไม่อยู่ในระยะเดินจากสถานี นอกจากนี้ด้วยรูปแบบของบริการที่เป็นแบบ Sharing ก็จะช่วยให้ค่าบริการต่อคนนั้นลดลง เมื่อเรียกใช้บริการด้วยจำนวนคนที่มากขึ้นต่อครั้ง

4. Take Me Tour

Take Me Tour แพลตฟอร์มที่เป็นตัวกลางในการเชื่อมต่อระหว่างนักท่องเที่ยว คนพาเที่ยวและคนในท้องถิ่นที่ทำให้พวกเขานั้นสามารถเข้าถึง เรียนรู้ประสบการณ์และวิถีชีวิตของไทยได้อย่างไร้รอยต่อ หรือ Local Experience อีกทั้งยังเป็นพื้นที่ที่ให้คนในท้องถิ่นที่อยากจะพาเพื่อนชาวต่างชาติเที่ยวก็สามารถสร้างทริปตัวเองได้บนแพลตฟอร์มอีกด้วย ซึ่งในส่วนของด้านนักท่องเที่ยวต่างชาติก็สามารถที่จะเข้ามาเลือกทริปและจองออนไลน์ผ่านหน้าเว็บไซต์ได้เช่นเดียวกัน โดยบริการของ Take Me Tour นั้นจะมีอยู่ 4 อย่างด้วยกัน คือ

  1. แพ็คเกจเช่ารถตู้ พร้อมช่างกล้องส่วนตัว โดยเปิดให้บริการใน 2 เส้นทาง คือในกรุงเทพและอยุธยา 
  2. บริการเช่า E-Scooter แบบรายวัน แบบทริป และแบบแพ็คเกจ
  3. แพ็คเกจกิจกรรมต่าง ๆ ที่ร่วมมือกับชุมชนภายใต้โปรเจค Local Community เช่น  กิจกรรมล่องแก่งชุมชนเขาหลักที่จังหวัดตรัง หรือกิจกรรมภายเรือลอดถ้ำเล สเตโกดอน ที่จังหวัดสตูล
  4. Workshop เรียนถ่ายรูปฟิล์ม หรือเรียนรู้การปลูกมะพร้าวแบบออร์แกนิกที่ทาง Take Me Tour ได้ต่อยอดมาจากโปรเจค Localfarm โดยร่วมมือกับชาวสวนเพื่อช่วยการกระจายรายได้สู่เกษตรกร

Take Me Tour จะช่วยแก้ Pain Point ได้อย่างไร?

Take Me Tour นั้นจะช่วยเป็นตัวกลางในการจัดการจองที่อำนวยความสะดวกสบายให้กับลูกค้า แบบ One-stop Service เช่น การจองรถเช่าพร้อมตากล้องที่ได้รวมมาเป็นแพคเดียวกัน เพื่อให้ลูกค้าสามารถจ่ายได้ในราคาที่คุ้มค่าที่สุด และถูกกว่าราคาทั่ว ๆ ไป นอกจากนี้บริการของ Take Me Tour นั้นยังได้ช่วยชุมชนและเกษตรกร สร้างช่องทางเพิ่มรายได้จากกิจกรรมและผลิตภัณฑ์ที่มีมาต่อยอดให้เกิดรายได้ และยังเป็นขวัญกำลังใจกับชุมชนในช่วงการระบาดของ COVID-19 นี้อีกด้วย

โดยทุกท่านสามารถติดตามสตาร์ทอัพไทยที่มีโซลูชั่นและบริการดี ๆ ได้ใน “Startup Marketplace is Live Now” รายการที่จะช่วยสร้างช่องทางการตลาดให้กับสตาร์ทอัพไทย ในช่วงสถานการณ์วิกฤต โดย สำนักงานนวัตกรรมแห่งชาติ (องค์การมหาชน) หรือ NIA  และข้อมูลข่าวสาร ได้ที่

FB Page: Startup Thailand 

FB Group: Startup Thailand Marketplace

บทความนี้เป็น Advertorial

ลงทะเบียนเข้าสู่ระบบ เพื่ออ่านบทความฟรีไม่จำกัด

No comment

RELATED ARTICLE

Responsive image

Scarlett Johansson ร้อง OpenAI ให้ลบเสียงที่คล้ายเสียงเธอออกจาก ChatGPT

Scarlett Johansson นักแสดงหญิงผู้รับบท Black Widow ร้อง OpenAI หลังพบว่า ChatGPT ใช้เสียงที่ดูคล้ายเสียงเธอ ด้าน OpenAI โต้กลับไม่เป็นความจริง...

Responsive image

OpenAI ส่อแววดราม่า หลังนักวิจัยมือทอง ผู้ร่วมก่อตั้งลาออก เกิดอะไรขึ้นภายใน ?

ส่อแววเกิดดราม่าใน OpenAI อีกครั้ง ! หลังการเปิดตัว GPT-4o เพียงแค่ 1 วัน ผู้ร่วมก่อตั้งบริษัทอย่าง Ilya Sutskever ก็ลาออกจากบริษัท และล่าสุด Jan Leike นักวิจัยคนสำคัญของ OpenAI ก็...

Responsive image

NIA นำสตาร์ทอัพไทยบุกตลาดญี่ปุ่น พร้อมลงนาม MOU กับ 2 หน่วยงาน ส่งเสริมนวัตกรรมและธุรกิจ

NIA นำสตาร์ทอัพไทยบุกตลาดญี่ปุ่น พร้อมลงนาม MOU กับ 2 หน่วยงาน ส่งเสริมนวัตกรรมและธุรกิจ...