
ถอดบทเรียนเปลี่ยนวิธีคิดจากเวที ถกไม่เถียง ในยุคที่ความก้าวหน้าของ AI กำลังดิสรัปต์ทุกวงการ คำถามยอดฮิตที่สร้างความกังวลใจให้กับคนทำงานคือ เรากำลังจะถูก AI แทนที่ใช่ไหม ?
แต่บนเวทีเสวนา “ถกไม่เถียง EP. พิเศษ – Human vs. AI” นำโดย ดร.วิทย์ สิทธิเวคิน, คุณอาร์ต อภิรัตน์ (PRACTICO) และ คุณทอย DataRockie ดำเนินรายการโดย คุณทิน โชคกมลกิจ กลับชี้ให้เห็นภาพที่ต่างออกไป เพราะนี่ไม่ใช่สมรภูมิที่ต้องหาผู้แพ้ชนะ แต่มันคือ "การอัปเกรดเผ่าพันธุ์มนุษย์ครั้งใหญ่ที่สุด"
Techsauce ขอสรุป 4 ประเด็นสำคัญที่จะพลิกมุมมองการทำงาน และการใช้ชีวิตร่วมกับ AI
หลายคนมองว่าความขี้เกียจคือข้อเสีย แต่คุณอาร์ต อภิรัตน์ ได้พลิกมุมมองนี้โดยชี้ว่า ในเชิงชีวภาพ มนุษย์ถูกออกแบบมาให้ขี้เกียจ เพื่อประหยัดพลังงาน และนั่นคือรากฐานของนวัตกรรม
มนุษย์ยุคหินที่เอาแต่ใช้แรงวิ่งไล่สัตว์มักจะไม่รอด แต่คนที่รู้จักใช้สมองประดิษฐ์เครื่องทุ่นแรง คือผู้ที่รอดชีวิตและส่งต่อดีเอ็นเอมาถึงเรา
เทคโนโลยีทุกยุคสมัยมีเป้าหมายเดียวกันคือ "ทำแทนงานที่มนุษย์ไม่ควรฝืนทำ" เพื่อให้เราประหยัดพลังงานและนำเวลาไปโฟกัสกับงานที่มีมูลค่าสูงกว่า
ดร.วิทย์ สิทธิเวคิน ได้หยิบยกหน้าประวัติศาสตร์มาปลดล็อกความกลัวของคนยุคนี้ โดยย้อนกลับไปในปี 1978 ที่โลกตื่นเต้น (และหวาดกลัว) กับการมาของเครื่องคิดเลข
ในยุคนั้น นักคณิตศาสตร์กลัวตกงาน แต่ความจริงคือ เครื่องคิดเลขเข้ามาจัดการงานคำนวณที่ซ้ำซากจำเจ ทำให้นักคณิตศาสตร์มีเวลาไปคิดค้นทฤษฎีใหม่ๆ ที่เปลี่ยนโลก
ดังนั้น AI กำลังทำหน้าที่เดียวกัน มันเข้ามา Offload งานรูทีนออกจากสมองเรา คนที่ใช้ AI เป็น จะสามารถสเกลงานตัวเองให้เท่ากับคน 10 คนได้ในพริบตา
ประเด็นที่น่าสนใจและท้าทายที่สุดคือบทบาทของ AI ในระบบการศึกษา คุณทอย DataRockie ยกตัวอย่างประเทศสวีเดนที่เคยเดินหน้าผลักดัน EdTech เต็มสูบ แต่สุดท้ายต้องปรับเข็มทิศกลับมาใช้วิธีการเรียนแบบ Analog อย่างการเขียนกระดาษและอ่านหนังสือเล่ม
AI สามารถประมวลผลคำตอบได้ในเสี้ยววินาที แต่นั่นอาจทำให้เด็กสูญเสียกระบวนการคิดวิเคราะห์ หากขาดวุฒิภาวะในการใช้งาน
ดร.วิทย์ เสนอแนวทางว่า เราต้องออกแบบและสอนให้ AI ทำหน้าที่เป็นคุณครูผู้ตั้งคำถาม" เพื่อกระตุ้นให้เด็กคิดหาคำตอบด้วยตัวเอง มากกว่าการเป็นแค่ผู้ให้คำตอบสำเร็จรูป
ในช่วงท้าย คุณอาร์ต อภิรัตน์ ได้สรุปเฟรมเวิร์กที่ชื่อว่า EPOCH ซึ่งเป็นจุดแข็งและ Core Value ที่มนุษย์ต้องรักษาไว้ เพราะเป็นสิ่งที่ AI ไม่สามารถเลียนแบบได้
ผลโหวตในรายการชี้ชัดว่า 76% ยังคงเชื่อมั่นในศักยภาพของมนุษย์ เพราะบทสนทนานี้ทำให้เราตระหนักว่า AI ไม่ใช่คู่แข่งที่เราต้องไปวิ่งแข่งความเร็วด้วย แต่มันคือเครื่องมือที่สะท้อนให้เห็นว่า อะไรคือคุณค่าที่แท้จริงของการเป็นมนุษย์
ปล่อยให้ AI จัดการงานที่น่าเบื่อ เพื่อที่เราจะได้กลับมาเป็นมนุษย์ที่สมบูรณ์ขึ้น มีเวลาไปสร้างสรรค์นวัตกรรม ไปดูแลความสัมพันธ์ และสร้างความเปลี่ยนแปลงที่มีความหมาย
ลงทะเบียนเข้าสู่ระบบ เพื่ออ่านบทความฟรีไม่จำกัด