เปิดตัว AI ใหม่ ช่วย ‘อ่าน’ สัญญาณสมองวินิจฉัยโรคทางระบบประสาทได้แบบเรียลไทม์

เปิดตัว AI ใหม่ ช่วย ‘อ่าน’ สัญญาณสมองวินิจฉัยโรคทางระบบประสาทได้แบบเรียลไทม์

ถ้าเราอ่านสัญญาณสมองของผู้ป่วยได้แบบเรียลไทม์ และแจ้งเตือนได้ทันทีเมื่อเกิดความผิดปกติ คุณคิดว่าจะช่วยชีวิตคนได้มากแค่ไหน? Piramidalสตาร์ทอัพจากสหรัฐ กำลังทำสิ่งนี้ให้เป็นจริง ด้วยเทคโนโลยี AI รุ่นล่าสุดที่เรียกว่า 'Large Neuro Model (LNM)'

ในปี 2022 ChatGPT ได้เปิดประตูสู่โลกของโมเดลภาษาใหญ่ หรือ LLM ที่ถูกฝึกด้วยข้อมูลจำนวนมาก เพื่อให้เข้าใจและตอบกลับภาษาได้เหมือนคนจริงๆ แต่ Large Neuro Model (LNM) ของ Piramidal แตกต่างออกไป เพราะแทนที่จะเรียนรู้จากข้อความหรือคำพูด มันเรียนรู้จาก 'ภาษาของสมอง' ที่แสดงออกมาเป็นสัญญาณไฟฟ้า ซึ่งได้มาจากเครื่อง EEG ที่ใช้วัดคลื่นสมองโดยตรง

เครื่อง EEG เป็นอุปกรณ์มาตรฐานในโรงพยาบาล ใช้ตรวจโรคทางระบบประสาท เช่น อาการชัก อัลไซเมอร์ เนื้องอกในสมองและโรคนอนหลับ โดยการติดอิเล็กโทรดบนหนังศีรษะแล้วแสดงผลเป็นกราฟคลื่นสมอง แต่การอ่านข้อมูล EEG แบบเดิมต้องใช้เวลานานและเจ้าหน้าที่ไม่สามารถเฝ้าตรวจสอบได้ตลอดเวลา

นี่คือจุดที่ LNM เข้ามาเปลี่ยนเกม ด้วยความสามารถวิเคราะห์ข้อมูล EEG แบบเรียลไทม์ พร้อมสร้างรายงานผู้ป่วยแบบละเอียดในเวลาไม่กี่วินาที ระบบจะตรวจจับความผิดปกติ แจ้งเตือนทีมแพทย์ทันที ช่วยให้การรักษาเกิดขึ้นได้อย่างรวดเร็ว ลดความเสี่ยงและเพิ่มโอกาสรอดชีวิตของคนไข้ได้อย่างชัดเจน

นอกจากประหยัดเวลาที่ต้องใช้ตรวจผล EEG แบบแมนนวลแล้ว LNM ยังมีประโยชน์อย่างมากในเหตุฉุกเฉิน ที่ข้อมูลคุณภาพสูงและการแจ้งเตือนทันที คือกุญแจสำคัญในการตัดสินใจช่วยชีวิต

Cleveland Clinic ศูนย์การแพทย์ระดับโลกที่มีเครื่อง EEG ประมาณ 100 เครื่องในห้อง ICU คือพันธมิตรหลักที่ร่วมทดลองและพัฒนา LNM ให้ตอบโจทย์การใช้งานจริงในสถานการณ์เฉพาะ พวกเขามีแผนจะนำโมเดลนี้ไปใช้จริงในหลายห้อง ICU และร่วมกันพัฒนาเวอร์ชันเฉพาะที่เหมาะสมกับระบบของตัวเอง รวมถึงเตรียมขยายสู่ตลาดเชิงพาณิชย์เพื่อโรงพยาบาลทั่วโลก

แม้เทคโนโลยี AI จะพัฒนารวดเร็วและมีบทบาทสำคัญในหลายด้านของการแพทย์ เช่น การวินิจฉัยภาพทางการแพทย์ การค้นคว้าพัฒนายาและการผ่าตัดด้วยหุ่นยนต์ แต่การนำ AI เข้าสู่ระบบจริงยังต้องเผชิญกับอุปสรรคหลายด้าน ทั้งด้านกฎหมาย ความซับซ้อนของระบบชำระเงินและการยอมรับของบุคลากรทางการแพทย์

Piramidal เชื่อว่า AI จะเป็นแรงขับเคลื่อนสำคัญในการปฏิวัติวงการแพทย์ แม้การพัฒนาโมเดลขนาดใหญ่แบบนี้จะต้องใช้เวลาและงบประมาณมหาศาล แต่ผลลัพธ์ที่ได้จะช่วยให้การรักษาโรคซับซ้อน เช่น มะเร็ง และโรคทางระบบประสาท มีความแม่นยำและมีประสิทธิภาพมากขึ้นในอนาคตอันใกล้ เรากำลังจะได้เห็น AI ที่สามารถ “อ่าน” สมองของเราแบบเรียลไทม์ ช่วยทีมแพทย์วินิจฉัยและรักษาโรคได้อย่างรวดเร็วและแม่นยำกว่าที่เคยเป็นมา

อ้างอิง: forbes

ลงทะเบียนเข้าสู่ระบบ เพื่ออ่านบทความฟรีไม่จำกัด

No comment

RELATED ARTICLE

Responsive image

depa-IBM-กระทรวงดีอี รวมตัวดึงนักวิจัย มหาลัย ผู้พัฒนาเทค และหน่วยงานรัฐ สร้าง Quantum Ecosystem ให้ประเทศไทย

เมื่อคอมพิวเตอร์ทั่วไปถอดรหัสใช้ 4.7 พันล้านปี แต่ควอนตัมทำเสร็จใน 8 ชม. เจาะลึกบทบาท depa x IBM ดัน Thailand Quantum Readiness ปูทางสร้าง Ecosystem ในก่อนสายเกินแก้...

Responsive image

อว. เปิดแนวทาง Talent Mobility เปิดทางอาจารย์ นักวิจัย และบุคคลากร ย้ายข้ามมหาวิทยาลัยได้โดยสิทธิและความก้าวหน้าไม่สะดุด

กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม หรือ อว. ออกประกาศแนวทางการเคลื่อนย้ายหรือการแลกเปลี่ยนบุคลากร พ.ศ. 2569 เปิดทางให้อาจารย์ นักวิจัย และบุคลากรในสังกัดไปปฏิบัติงานช...

Responsive image

BOI ยันไม่เอื้อต่างชาติ ผู้ผลิตชิ้นส่วนไทยได้สิทธิเท่ากัน พิจารณาที่คุณภาพ ไม่ใช่สัญชาติ ไทยมีสิทธิเต็มที่ ในยุคเปลี่ยนผ่านสู่ EV

บีโอไอยืนยันมาตรการส่งเสริมเปิดกว้างสำหรับผู้ประกอบการไทยและต่างชาติ โดยพิจารณาจากคุณภาพของโครงการ ที่ผ่านมาส่งเสริมผู้ผลิตชิ้นส่วนไทยเป็นจำนวนมาก อีกทั้งบริษัทไทยที่ดำเนินธุรกิจอย...