บริษัทเทคฯ ทุ่มจ่าย 2 แสนดอลลาร์ หวังดึงคนเก่ง AI เข้าร่วมทีม

บริษัทเทคฯ ทุ่มจ่าย 2 แสนดอลลาร์ หวังดึงคนเก่ง AI เข้าร่วมทีม

บริษัทเทคฯ ทุ่มจ่าย “2 แสนดอลลาร์” ดึงคนเก่ง AI เข้าทีม 

บริษัทเทคโนโลยีกำลังแข่งขันกันอย่างดุเดือดเพื่อแย่งชิงคนที่มีทักษะด้าน AI โดยเฉพาะคนที่มีประสบการณ์ด้าน machine learning ซึ่งตอนนี้กลายเป็นหนึ่งในทักษะที่ตลาดต้องการมากที่สุด 

ล่าสุดมีรายงานเปิดเผยว่าหลายบริษัทถึงขั้น “ยอมจ่ายเงินเกินจริง” เพื่อแลกกับการได้ตัวคนกลุ่มนี้มาทำงาน

จากการวิเคราะห์ข้อมูลเงินเดือนและโบนัสของตำแหน่งงานใน 153 บริษัท พบว่า data scientist และ analyst ที่มีทักษะด้าน machine learning ได้รับค่าตอบแทนพิเศษมากกว่า software engineer ที่มีสกิลเดียวกัน โดยในบางกรณีมีการจ่ายเพิ่มสูงถึง $200,000 หรือประมาณ 6.5 ล้านบาทเลยทีเดียว

นอกจากนี้ รายงานยังชี้ว่าบริษัทหลายแห่งเริ่มเพิ่มโบนัสให้กับ software engineer และ analyst ระดับ junior มากขึ้นด้วย

บริษัทไร้รายได้-ไร้กำไรก็ยังทุ่มเงินไม่อั่น

สิ่งที่น่าสนใจ คือกว่าครึ่งของบริษัทที่จ่าย premiums เหล่านี้ยังไม่มีรายได้ในปีที่ผ่านมาและมากถึง 71% ยังไม่มีกำไรเลยด้วยซ้ำ 

สตาร์ทอัพต้องสู้กับ Big Tech ด้วยเงินล่อใจ

โฆษกของ Thelander บอกกับ Business Insider ว่าบริษัทเล็ก ๆ ต้องหาทางสู้กับบริษัทยักษ์ใหญ่อย่าง Meta, Google หรือ Amazon จึงจำเป็นต้องเสนอค่าตอบแทนที่ดึงดูดมากพอ เพื่อให้สามารถแข่งกันดึง talent ระดับสูงได้ ถึงแม้จะต้องแบกรับความเสี่ยงทางการเงิน

ขณะเดียวกัน บริษัทยักษ์ใหญ่อย่าง Meta ก็มีข่าวว่าพยายามดึงตัวพนักงานระดับท็อปของ OpenAI ด้วยข้อเสนอเงินโบนัสสูงถึง 100 ล้านดอลลาร์ ด้าน Sam Altman ซีอีโอของ OpenAI เคยพูดติดตลกว่า “ทีมคนเก่งที่สุดของเขาไม่มีใครย้ายไปตามข้อเสนอเหล่านั้น” แต่ Andrew Bosworth, CTO ของ Meta ก็ให้สัมภาษณ์กับ CNBC ว่า คำพูดของ Altman อาจไม่ได้เล่าทั้งหมด เพราะจริง ๆ แล้ว OpenAI เองก็มีการยื่นข้อเสนอ "โต้กลับ" เพื่อรั้งตัวพนักงานไว้เช่นกัน

สงคราม Talent ด้าน AI ยังไม่จบง่าย

การแข่งขันแย่งชิง talent ด้าน AI จึงยังไม่มีทีท่าจะชะลอลง และดูเหมือนว่าตลาดจะยิ่งร้อนแรงขึ้นเรื่อย ๆ ในอีกไม่กี่ปีข้างหน้า

อ้างอิง: aol

ลงทะเบียนเข้าสู่ระบบ เพื่ออ่านบทความฟรีไม่จำกัด

No comment

RELATED ARTICLE

Responsive image

Reed Hastings ผู้ก่อตั้ง Netflix เตรียมลงจากตำแหน่งกลางปีนี้ ปิดตำนาน 27 ปี ผู้เปลี่ยนโลกการดูหนัง

Reed Hastings ผู้ร่วมก่อตั้งและประธานบอร์ดของ Netflix กำลังจะก้าวลงจากตำแหน่งกรรมการบริษัทที่เขาสร้างขึ้นมาตั้งแต่ต้น หลังจากอยู่กับองค์กรมาอย่างยาวนานกว่า 27 ปี โดยการเปลี่ยนแปลงน...

Responsive image

สวีเดนสั่งยกเลิกหน้าจอในห้องเรียน กลับไปใช้หนังสือและปากกา

สวีเดนประกาศเลิกใช้หน้าจอในเด็กเล็ก กลับไปเน้นอ่านเขียนบนกระดาษเพื่อกู้คะแนน PISA เกิดอะไรขึ้นกับระบบการศึกษาที่เคยดีที่สุดในโลก?...

Responsive image

Opus 4.7 สรุปความเก่งของโมเดลล่าสุดจาก Anthropic คิดเองได้ว่าโค้ดผิดตรงไหน เถียงผู้ใช้ได้ ทำงานลากยาวได้โดยไม่ต้องคอยคุม

ลองนึกภาพว่าถ้าคุณเป็น Developer ที่ต้องเขียนเขียนระบบแปลงข้อความเป็นเสียงพูด (Text-to-Speech) ด้วยภาษา Rust โดยต้องเขียนตั้งแต่ Neural Model, การจัดการประมวลผลระดับฮาร์ดเแวร์, ทำ ...