AI แซงเราไปแล้ว ? จับ 1 แสนคน แข่งคิดกับ AI วิจัยชี้ AI เก่งกว่าคนทั่วไปแล้ว แต่ยังโค่น ‘ผู้เชี่ยวชาญ’ ไม่ได้เลย

ล่าสุดมีงานวิจัยชิ้นใหญ่จาก Karim Jerbi และทีมงานจาก Université de Montréal รวมถึงตัวพ่อวงการ AI อย่าง Yoshua Bengio ที่ได้ทำการทดสอบเปรียบเทียบความคิดสร้างสรรค์ระหว่างมนุษย์กับ AI ในสเกลที่ใหญ่ที่สุดเท่าที่เคยมีมา โดยเก็บข้อมูลจากคนจริงๆ กว่า 100,000 คน มาวัดกับ AI หลายตัวทั้ง ChatGPT, Claude และ Gemini เพื่อดูว่าใครจะเก่งที่สุดในด้านการใช้ความคิดสร้างสรรค์

AI เริ่มชนะค่าเฉลี่ยคนทั่วไป

ผลการวิจัยที่ตีพิมพ์ใน Scientific Reports ระบุว่า ตอนนี้ Generative AI พัฒนามาถึงจุดที่สามารถทำคะแนนด้านความคิดสร้างสรรค์ได้สูงกว่าค่าเฉลี่ยของมนุษย์แล้ว

ทีมวิจัยใช้เครื่องมือที่เรียกว่า Divergent Association Task (DAT) ซึ่งพัฒนาโดย Jay Olson มาเป็นตัวตัดสิน โจทย์คือการให้ลิสต์คำศัพท์ 10 คำที่ความหมายห่างไกลกันที่สุด ซึ่งผลปรากฏว่า AI อย่าง GPT-4 ทำคะแนนแซงหน้าค่าเฉลี่ยของคนทั่วไปในงานกลุ่มนี้ได้อย่างชัดเจน ถือเป็นสัญญาณว่า AI เริ่มเข้าใจวิธีการคิดเชื่อมโยงสิ่งที่ดูไม่เกี่ยวข้องกันเข้าด้วยกันได้ดีมาก

แต่ถึงแม้ AI จะชนะคนทั่วไปได้ แต่สำหรับกลุ่มคนที่มีความคิดสร้างสรรค์สูงจริง ๆ กลับไม่ได้รับผลกระทบเลย เพราะคนเหล่านี้คือ ยอดพีระมิดที่ AI ยังเอื้อมไม่ถึง

เพราะเมื่อทีมวิจัยหันไปดูคะแนนของกลุ่มคนที่มีความคิดสร้างสรรค์สูงสุด 10% แรกของโลก กลับพบว่า AI ทุกตัวที่ส่งเข้าประกวดพ่ายแพ้ให้กับมนุษย์กลุ่มนี้

ความแตกต่างที่ชัดเจนจะเห็นได้จากงานที่ซับซ้อนขึ้นอย่างการเขียนบทหนังหรือบทกวี ที่ต้องอาศัยทั้งอารมณ์ความรู้สึกและความสดใหม่แบบที่ไม่เคยมีมาก่อนในฐานข้อมูล 

แม้ AI จะเก่งในเรื่องการหาความเชื่อมโยงที่น่าจะเป็นไปได้ แต่การใช้จินตนาการในระดับนี้ของมนุษย์มักจะมีมิติของการหักมุมหรือการสร้างความหมายใหม่ที่คาดไม่ถึงจริง ๆ ซึ่ง AI ยังทำได้แค่เลียนแบบโครงสร้าง แต่ยังเข้าไม่ถึงจิตวิญญาณและความเป็นออริจินัลที่มนุษย์เลเวลนี้ทำได้

ค้นพบเทคนิคการปรับจูน AI ให้คิดนอกกรอบได้เก่งกว่าเดิม

สิ่งที่น่าสนใจจากงานวิจัยนี้คือ ความเก่งของ AI ไม่ได้คงที่เสมอไป แต่ขึ้นอยู่กับการตั้งค่าและวิธีการใช้งาน ทีมวิจัยพบว่าเราสามารถปรับระดับความสร้างสรรค์ของ AI ได้ผ่านค่าที่เรียกว่า Temperature 

ถ้าเราปรับให้สูงขึ้น AI จะมีความกล้าเสี่ยงและสำรวจไอเดียแปลกใหม่มากขึ้น นอกจากนี้การเขียนคำสั่ง (Prompt) ที่ดี อย่างการบอกให้ AI ลองนึกถึงรากศัพท์ของคำ ก็ช่วยให้มันสร้างความเชื่อมโยงที่คาดไม่ถึงได้ดีกว่าเดิมมาก ซึ่งทั้งหมดนี้สะท้อนว่า AI จะสร้างสรรค์ได้แค่ไหน ก็ยังต้องพึ่งพาการนำทางที่ชาญฉลาดจากมนุษย์อยู่ดี

อ้างอิง: sciencedaily

ลงทะเบียนเข้าสู่ระบบ เพื่ออ่านบทความฟรีไม่จำกัด

No comment

RELATED ARTICLE

Responsive image

depa-IBM-กระทรวงดีอี รวมตัวดึงนักวิจัย มหาลัย ผู้พัฒนาเทค และหน่วยงานรัฐ สร้าง Quantum Ecosystem ให้ประเทศไทย

เมื่อคอมพิวเตอร์ทั่วไปถอดรหัสใช้ 4.7 พันล้านปี แต่ควอนตัมทำเสร็จใน 8 ชม. เจาะลึกบทบาท depa x IBM ดัน Thailand Quantum Readiness ปูทางสร้าง Ecosystem ในก่อนสายเกินแก้...

Responsive image

อว. เปิดแนวทาง Talent Mobility เปิดทางอาจารย์ นักวิจัย และบุคคลากร ย้ายข้ามมหาวิทยาลัยได้โดยสิทธิและความก้าวหน้าไม่สะดุด

กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม หรือ อว. ออกประกาศแนวทางการเคลื่อนย้ายหรือการแลกเปลี่ยนบุคลากร พ.ศ. 2569 เปิดทางให้อาจารย์ นักวิจัย และบุคลากรในสังกัดไปปฏิบัติงานช...

Responsive image

BOI ยันไม่เอื้อต่างชาติ ผู้ผลิตชิ้นส่วนไทยได้สิทธิเท่ากัน พิจารณาที่คุณภาพ ไม่ใช่สัญชาติ ไทยมีสิทธิเต็มที่ ในยุคเปลี่ยนผ่านสู่ EV

บีโอไอยืนยันมาตรการส่งเสริมเปิดกว้างสำหรับผู้ประกอบการไทยและต่างชาติ โดยพิจารณาจากคุณภาพของโครงการ ที่ผ่านมาส่งเสริมผู้ผลิตชิ้นส่วนไทยเป็นจำนวนมาก อีกทั้งบริษัทไทยที่ดำเนินธุรกิจอย...