‘อาเจย์ บังกา’ ฉายภาพการพัฒนาโลกอีก 50 ปีข้างหน้า ย้ำ ‘การสร้างงาน’ คือโจทย์ใหญ่ที่สุดของเศรษฐกิจโลก

นายอาเจย์ บังกา ประธานธนาคารโลก (World Bank Group) ได้กล่าวสุนทรพจน์ต่อรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังและผู้นำจากทั่วโลก ในการประชุมประจำปี IMF–World Bank Group Annual Meetings 2026 โดยนำเสนอวิสัยทัศน์สำหรับการพัฒนาด้วยมุมมองในอีก 50 ปีข้างหน้า สามารถอ่านสุนทรพจน์ฉบับเต็มได้ที่ ลิงก์นี้ หรือรับชม การถ่ายทอดสดย้อนหลัง

ขอส่งสุนทรพจน์ดังกล่าวให้ทุกท่านโดยตรง พร้อมคัดเลือกประเด็นสำคัญบางส่วนมาแบ่งปันไว้ด้านล่างนี้

นี่คือช่วงเวลาสำคัญของการพัฒนา ในช่วง 10–15 ปีข้างหน้า คนหนุ่มสาวจำนวน 1.2 พันล้านคนจะเข้าสู่วัยทำงาน ซึ่งจะส่งผลอย่างมีนัยสำคัญต่อการเติบโตทางเศรษฐกิจและเสถียรภาพของโลก ผู้นำทั่วโลกได้มอบหมายให้กลุ่มธนาคารโลกมีบทบาทนำในการรับมือกับความท้าทายนี้ หลังจากดำเนินแผนงานเพื่อพลิกโฉมองค์กรอย่างมุ่งมั่นและมีวินัยตลอดสามปีที่ผ่านมา ผลลัพธ์ในระยะแรกเริ่มปรากฏให้เห็นแล้วและดีกว่าที่คาดการณ์ไว้

ในสุนทรพจน์ครั้งนี้ อาเจย์ได้ทบทวนความก้าวหน้าดังกล่าว พร้อมนำเสนอวิสัยทัศน์ด้านการพัฒนาที่สอดคล้องกับความเป็นจริงของโลกในปัจจุบัน ทั้งข้อจำกัดด้านงบประมาณ ภาระหนี้ที่เพิ่มขึ้น ความขัดแย้ง และความแตกแยกทางภูมิรัฐศาสตร์ โดยมีเป้าหมายทางเศรษฐกิจร่วมกันเป็นหัวใจสำคัญ ได้แก่ การใช้ทรัพยากรที่มีอยู่อย่างจำกัดให้เกิดประโยชน์สูงสุด การระดมการลงทุน และการสร้างงาน

นี่คือการเปลี่ยนผ่านจากแนวทางการพัฒนาที่ขับเคลื่อนด้วยความปรารถนาดีเป็นหลัก ไปสู่การพัฒนาที่ออกแบบบนพื้นฐานของผลประโยชน์ทางเศรษฐกิจร่วมกัน การลงทุน และผลลัพธ์ที่วัดผลได้

เพื่อให้เห็นภาพชัดเจนขึ้น เรามองสุนทรพจน์ใน plenary ของการประชุมประจำปีแต่ละครั้งเป็นเสมือนบทหนึ่งของการเปลี่ยนแปลงองค์กรของกลุ่มธนาคารโลก การประชุมที่มาร์ราเกชได้วางพันธกิจไว้เป็นจุดเริ่มต้น การประชุมปี 2024 มุ่งเน้นการปฏิรูปองค์กร และการประชุมปี 2025 ได้นำเสนอยุทธศาสตร์ที่มีการสร้างงานเป็นหัวใจสำคัญ ส่วนในปีนี้ 2026 ประเด็นต่าง ๆ ได้ถูกร้อยเรียงเข้าด้วยกัน เพื่อแสดงให้เห็นว่าการทำงานตลอดสามปีที่ผ่านมาได้สร้างผลลัพธ์อะไรบ้าง และความก้าวหน้าดังกล่าวเปิดโอกาสให้เราทำอะไรได้อีกในอีกหลายทศวรรษข้างหน้า

ความท้าทายด้านการสร้างงาน 

ความท้าทายนั้นใหญ่หลวง ทรัพยากรมีจำกัด และกลุ่มธนาคารโลกจำเป็นต้องเผชิญกับแรงต้านที่ถาโถมเข้ามา

สามปีผ่านไป แรงต้านเหล่านั้นไม่ได้ลดน้อยลง ความขัดแย้งยังคงดำเนินต่อไป พื้นที่ทางการคลังมีข้อจำกัดมากขึ้น ภาระหนี้เพิ่มสูงขึ้น และต้นทุนสินค้าจำเป็น ตั้งแต่พลังงานไปจนถึงปุ๋ย ยังคงอยู่ในระดับสูง ขณะเดียวกัน โลกกำลังเผชิญกับการเปลี่ยนแปลงทางประชากรครั้งสำคัญ

ในช่วง 10–15 ปีข้างหน้า คนหนุ่มสาวจำนวน 1.2 พันล้านคนจะเข้าสู่ตลาดแรงงาน ซึ่งคาดว่าจะมีตำแหน่งงานรองรับเพียงประมาณ 400 ล้านตำแหน่ง คนรุ่นนี้จะเป็นผู้กำหนดทิศทางของศตวรรษหน้า และสิ่งที่เราเลือกทำในวันนี้จะมีส่วนกำหนดอนาคตดังกล่าว

นี่คือความท้าทายสองประการที่เรากำลังดำเนินงานเพื่อรับมือ ได้แก่ การใช้ทรัพยากรที่มีอยู่อย่างจำกัดให้เกิดประโยชน์สูงสุด ควบคู่ไปกับการช่วยให้ประเทศต่าง ๆ สามารถสร้างงานในวงกว้าง ทั้งสองเรื่องนี้ต้องได้รับการแก้ไขไปพร้อมกัน

รูปแบบการพัฒนาที่ปรับเปลี่ยนไปตามความก้าวหน้าของประเทศ

อนาคตของการพัฒนาขึ้นอยู่กับการผสานการเงินภาครัฐ การลงทุนภาคเอกชน การสนับสนุนเพื่อสาธารณประโยชน์ และเทคโนโลยีเข้าด้วยกัน โดยยึดความต้องการของแต่ละประเทศเป็นหลัก รูปแบบความร่วมมือและสัดส่วนการสนับสนุนควรปรับเปลี่ยนไปตามพัฒนาการของประเทศนั้น ๆ

ในประเทศที่มีความต้องการและความเสี่ยงสูงที่สุด เงินทุนภาครัฐและเงินทุนเงื่อนไขผ่อนปรนยังคงมีความจำเป็นอย่างยิ่ง เมื่อประเทศมีความเข้มแข็งมากขึ้น การลงทุนภาคเอกชนและการเข้าถึงตลาดควรเข้ามามีบทบาทมากขึ้น ความสำเร็จเกิดขึ้นเมื่อประเทศสามารถเดินหน้าต่อไปได้โดยไม่จำเป็นต้องพึ่งพาเราอีกต่อไป

 เงินทุนภาคเอกชน: ผลลัพธ์ที่เกิดขึ้น

ในปีงบประมาณ 2022 ซึ่งเป็นปีก่อนเริ่มแผนงานของเรา เราสามารถระดมเงินทุนจากภาคเอกชนได้ประมาณ 35,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ส่วนในปีที่ผ่านมา ตัวเลขดังกล่าวเพิ่มขึ้นเป็น 112,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือเพิ่มขึ้นถึงสามเท่า เมื่อรวมกับเงินทุนที่เราจัดหาเอง เงินทุนทั้งหมดมีมูลค่ามากกว่า 230,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ

ความก้าวหน้านี้เกิดขึ้นในหลายกลุ่มประเทศ โดยการระดมเงินทุนเพิ่มขึ้นเกือบสามเท่าในประเทศรายได้ปานกลางระดับต่ำ เพิ่มขึ้นสี่เท่าในประเทศรายได้ปานกลางระดับสูง และเพิ่มขึ้นมากกว่าสองเท่าในภูมิภาคแอฟริกา

ก้าวต่อไปของการเงินเพื่อการพัฒนา 

 ธนาคารพัฒนาพหุภาคี 6 แห่งกำลังร่วมกันพัฒนากรอบการทำงานที่เป็นมาตรฐานเดียวกันสำหรับการประเมิน การจัดทำเอกสาร การจัดโครงสร้าง และการถ่ายโอนการลงทุน เพื่อให้โครงการที่เราให้การสนับสนุนทางการเงินในวันนี้สามารถส่งต่อให้ผู้ลงทุนรายอื่นเข้าถือครองได้ในวันข้างหน้า ซึ่งจะช่วยให้เรานำเงินทุนกลับไปใช้กับโครงการถัดไปได้

เมื่อแนวทางนี้ถูกนำไปใช้ซ้ำอย่างต่อเนื่องในหลายสถาบันและหลายตลาด ก็จะเริ่มก่อให้เกิดสิ่งที่มีขนาดใหญ่กว่ามาก นั่นคือ การพัฒนาสินทรัพย์เพื่อการลงทุนในตลาดเกิดใหม่ หากเราทำสิ่งนี้ได้สำเร็จ ขนาดงบดุลของเราก็จะไม่เป็นตัวกำหนดขอบเขตความทะเยอทะยานอีกต่อไป และเราจะสามารถเปลี่ยนทิศทางของการพัฒนาไปอย่างสิ้นเชิงและยั่งยืนในระยะยาว

ผลกระทบและโอกาสข้ามพรมแดน

วันนี้ ความท้าทายปรากฏชัดในรูปของตัวเลข นั่นคือช่องว่างการจ้างงานประมาณ 800 ล้านตำแหน่ง เบื้องหลังตัวเลขนี้คือหญิงสาวที่มีวุฒิการศึกษาแต่ไม่มีนายจ้างรองรับ ชายหนุ่มที่มีทักษะอาชีพแต่ไม่มีไฟฟ้าใช้ และคนรุ่นใหม่ทั้งรุ่นที่กำลังตั้งคำถามว่า “มีที่ทางสำหรับฉันหรือไม่”

งานไม่ใช่เพียงสถิติ งานคือศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์

งานคือความแตกต่างระหว่างคนหนุ่มสาวที่สามารถสร้างอนาคตของตนเองได้ กับคนที่ต้องเฝ้ารออนาคต หากเราปล่อยให้ศักยภาพเหล่านี้สูญเปล่า ผลกระทบที่ตามมาจะข้ามพรมแดน แต่หากเราสร้างโอกาสขึ้นมาได้ ผลประโยชน์ก็จะส่งต่อข้ามพรมแดนเช่นกัน นี่คือเหตุผลที่การพัฒนาเป็นการลงทุนเพื่ออนาคตร่วมกันของพวกเราทุกคน

อนาคตของการพัฒนา 

เป้าหมายไม่ใช่การสร้างรูปแบบการพัฒนาของคนรุ่นก่อนขึ้นมาใหม่ แต่คือการสร้างรูปแบบที่ตอบสนองความคาดหวังของคนรุ่นต่อไป และสามารถปรับเปลี่ยนไปตามพัฒนาการของแต่ละประเทศ

ใช้เงินทุนภาครัฐในพื้นที่ที่ตลาดยังเข้าไปไม่ถึง ใช้เงินทุนภาคเอกชนในพื้นที่ที่สามารถสร้างงานและขยายผลได้ ใช้การสนับสนุนเพื่อสาธารณประโยชน์เพื่อรับความเสี่ยงในระยะเริ่มต้นและปลดล็อกแนวคิดใหม่ ๆ ใช้เทคโนโลยีเพื่อทำให้เงินทุนทุกดอลลาร์เกิดประโยชน์สูงสุด และให้กลุ่มธนาคารโลกทำหน้าที่ประสานองค์ประกอบทั้งหมดให้สอดคล้องกับความต้องการของแต่ละประเทศ นี่คืออนาคตของการพัฒนาที่เรากำลังมุ่งสร้าง

ช่องว่างการจ้างงานเป็นเพียงการคาดการณ์ ไม่ใช่อนาคตที่เราจำเป็นต้องยอมรับ

เราได้เริ่มแสดงให้เห็นแล้วว่ารูปแบบการพัฒนานี้สามารถสร้างผลลัพธ์อะไรได้บ้าง ขั้นต่อไปคือการขยายผลและเร่งความเร็วในการดำเนินงานให้ทันต่อความคาดหวังของคนรุ่นใหม่

ลงทะเบียนเข้าสู่ระบบ เพื่ออ่านบทความฟรีไม่จำกัด

No comment

RELATED ARTICLE

Responsive image

เครือซีพีจับมือ อว. ลงนาม MOU ‘Talent Mobility’ เชื่อมมหาวิทยาลัยกับภาคอุตสาหกรรม ดันงานวิจัยสู่การใช้งานจริง

เครือเจริญโภคภัณฑ์และกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) ลงนามบันทึกความเข้าใจ 'TALENT MOBILITY for Future Industries' เชื่อมพลังคนเก่ง ขับเคลื่อนนวัตกรรม สู่อุต...

Responsive image

ยิบอินซอย เน็กซ์ รับรางวัล Partner of the Year (Thailand) จาก Red Hat

ยิบอินซอย เน็กซ์ รับรางวัล Partner of the Year (Thailand) จาก Red Hat ด้วยผลงานเติบโตต่อเนื่อง สร้างธุรกิจใหม่ และผลักดันการใช้งานโซลูชันอย่างครอบคลุมทุกกลุ่มผลิตภัณฑ์...

Responsive image

ซีพีจัดเวที CP Innovation Exposition 2026 ดึง 30 พันธมิตรโลกขับเคลื่อนนวัตกรรมยั่งยืน

เครือเจริญโภคภัณฑ์เปิดงาน CP Innovation Exposition 2026 หรือมหกรรมนวัตกรรมบัวบาน เครือเจริญโภคภัณฑ์ ครั้งที่ 9 ณ ทรู ดิจิทัล พาร์ค ภายใต้แนวคิด 'RISE TOGETHER, INNOVATE BEYOND ผสาน...