Alphabet ออกหุ้นกู้ยูโร 6,000 ล้านยูโร ยอมจ่ายดอกเบี้ยพุ่ง สวนทางหุ้นร่วง สู้ศึก AI

Alphabet บริษัทแม่ของ Google เดินหน้าออกหุ้นกู้สกุลเงินยูโรชุดใหม่มูลค่า 6,000 ล้านยูโร เมื่อวันที่ 2 พฤศจิกายน 2026 นับเป็นการออกหุ้นกู้สกุลยูโรครั้งที่ 2 ของปีนี้ ต่อจากรอบเดือนพฤษภาคมที่ระดมไป 9,000 ล้านยูโร

จังหวะเวลาของดีลนี้น่าจับตาอย่างยิ่ง เพราะเกิดขึ้นเพียงไม่กี่วันหลังราคาหุ้น Alphabet ร่วงหนักที่สุดในวันเดียวเป็นประวัติการณ์ ทำให้ดีลนี้กลายเป็นบททดสอบสำคัญว่า ตลาดตราสารหนี้ยังพร้อมอัดฉีดสภาพคล่องให้ยักษ์ใหญ่เทคโนโลยีนำไปใช้ในสงครามโครงสร้างพื้นฐาน AI ต่อหรือไม่

เจาะโครงสร้างหุ้นกู้ 7 ชุด: ยอมจ่ายแพงขึ้นเพื่อดึงดูดเงินทุน

แม้ว่าความต้องการซื้อจะล้นหลามจนยอดจองพุ่งแตะ 17,100 ล้านยูโร (ราว 2.85 เท่าของวงเงินที่เสนอขาย) จนทำให้ Alphabet สามารถต่อรองลดส่วนต่าง (Spread) ลงมาได้ 20–25 bps จากช่วงเปิดจอง แต่ในภาพรวม Alphabet ยังต้องเสนออัตราดอกเบี้ยและผลตอบแทนที่สูงกว่ารอบต้นปีอย่างมีนัยสำคัญเพื่อชดเชยความเสี่ยงในสายตานักลงทุน

โครงสร้างหุ้นกู้ทั้ง 7 ชุดแบ่งตามอายุและผลตอบแทน ได้แก่:

  • ชุดดอกเบี้ยลอยตัว (ครบกำหนด พ.ย. 2028): วงเงิน 750 ล้านยูโร อัตราดอกเบี้ย EURIBOR 3 เดือน + 0.50%
  • ชุดดอกเบี้ยคงที่ 2 ปี (ครบกำหนด พ.ย. 2028): วงเงิน 750 ล้านยูโร ดอกเบี้ย 3.700% (ส่วนต่าง +40 bps เหนือ Mid-Swap)
  • ชุดดอกเบี้ยคงที่ 4 ปี (ครบกำหนด พ.ย. 2030): วงเงิน 1,250 ล้านยูโร ดอกเบี้ย 4.050% (ส่วนต่าง +70 bps) โดยเป็นชุดที่มีมูลค่าเสนอขายสูงที่สุดในดีลนี้
  • ชุดดอกเบี้ยคงที่ 6 ปี (ครบกำหนด พ.ย. 2032): วงเงิน 750 ล้านยูโร ดอกเบี้ย 4.250% (ส่วนต่าง +90 bps)
  • ชุดดอกเบี้ยคงที่ 9 ปี (ครบกำหนด พ.ย. 2035): วงเงิน 750 ล้านยูโร ดอกเบี้ย 4.500% (ส่วนต่าง +115 bps)
  • ชุดดอกเบี้ยคงที่ 13 ปี (ครบกำหนด พ.ย. 2039): วงเงิน 750 ล้านยูโร ดอกเบี้ย 4.875% (ส่วนต่าง +145 bps)
  • ชุดดอกเบี้ยคงที่ 19 ปี (ครบกำหนด พ.ย. 2045): วงเงิน 1,000 ล้านยูโร ดอกเบี้ย 5.250% (ส่วนต่าง +185 bps) ซึ่งให้ผลตอบแทนสูงสุดและมีอายุยาวนานที่สุด

(หมายเหตุ: Mid-Swap คืออัตราอ้างอิงต้นทุนการกู้ยืมในตลาดยุโรป ยิ่งบวกส่วนต่างมาก แสดงว่าผู้กู้ต้องยอมจ่ายผลตอบแทนส่วนเพิ่มหรือ Risk Premium ให้นักลงทุนมากขึ้น)

ทำไม Alphabet ถึงยอมกู้เงินแพงขึ้น ท่ามกลางวันที่หุ้นตกหนักและต้องทุ่มสุดตัวกับ AI

การยอมจ่ายดอกเบี้ยแพงขึ้นของ Alphabet ครั้งนี้ เกิดขึ้นเพราะบริษัทกำลังเจอศึกสองด้านพร้อมกัน ด้านแรกคือความมั่นใจของนักลงทุนในตลาดหุ้นที่เริ่มสั่นคลอน 

หลังจากการประกาศผลประกอบการช่วงปลายเดือนตุลาคม 2026 ราคาหุ้น Alphabet ร่วงลงอย่างหนักถึง 12% ภายในวันเดียว ทำให้มูลค่าบริษัทหายวับไปราว 500,000 ล้านดอลลาร์ และเมื่อรวมตลอดทั้งเดือน หุ้นติดลบไปเกือบ 19% กลายเป็นเดือนที่แย่ที่สุดเป็นประวัติการณ์ เพราะตลาดเริ่มกังวลว่าบริการค้นหาข้อมูลอย่าง Google Search ที่เคยเป็นเครื่องปั๊มเงินหลักเริ่มเติบโตช้าลง สวนทางกับฝั่งรายจ่ายที่พุ่งสูงขึ้นเรื่อย ๆ

ด้านที่สองคือสงคราม AI กำลังบังคับให้บริษัทต้องใช้เงินสดมหาศาล Alphabet ประเมินว่างบลงทุนในปี 2026 จะสูงถึง 205,000 ล้านดอลลาร์ ซึ่งมากกว่าปีก่อนหน้าเกินเท่าตัว เงินก้อนยักษ์นี้หมดไปกับการสร้างศูนย์เก็บข้อมูลและซื้อชิปประมวลผลรุ่นท็อปเพื่อไม่ให้ตกขบวน AI 

นอกจากนี้ บริษัทยังมีภาระสัญญาเช่าต่าง ๆ ที่รอจ่ายในอนาคตอีกกว่า 130,500 ล้านดอลลาร์ เมื่อมีเงินที่ต้องจ่ายก้อนโตยืนรออยู่ข้างหน้า Alphabet จึงไม่มีทางเลือกอื่นนอกจากต้องเดินหน้ากู้เงินมาตุนไว้ในกระเป๋า แม้จะต้องยอมจ่ายดอกเบี้ยสูงขึ้นเพื่อล่อใจคนปล่อยกู้ก็ตาม

ย้อนรอยการกู้เงินของ Alphabet และภาพรวมของบริษัทยักษ์ใหญ่ที่กำลังติดหนี้เพื่อ AI

การออกหุ้นกู้รอบนี้ไม่ใช่เรื่องบังเอิญ แต่เป็นแผนทยอยกู้เงินต่อเนื่องมาตลอดทั้งปีของ Alphabet เพื่อหาเงินมาป้อนโปรเจกต์ AI โดยบริษัทเลือกกระจายการกู้ไปในหลายสกุลเงินเพื่อไม่ให้กระทบที่ใดที่หนึ่งมากเกินไป

เริ่มตั้งแต่ปลายปี 2025 ที่กู้เงินดอลลาร์และยูโรรวมกันกว่าสองหมื่นล้านดอลลาร์ พอเข้าสู่ปี 2026 ก็ระดมทุนเพิ่มอีกราว 32,000 ล้านดอลลาร์ ซึ่งมีดีลแปลกใหม่อย่างการออกหุ้นกู้สกุลเงินปอนด์ของอังกฤษที่มีระยะเวลาผ่อนชำระยาวนานถึง 100 ปี จากนั้นก็มากู้เงินยูโรอีกรอบในเดือนพฤษภาคม 9,000 ล้านยูโร จนกระทั่งมาถึงดีลล่าสุดอีก 6,000 ล้านยูโรนี้

Alphabet ไม่ใช่เจ้าเดียวที่ยอมเป็นหนี้เพื่อเทคโนโลยีใหม่ เพราะเพื่อนบ้านในกลุ่มบิ๊กเทคต่างก็วิ่งหาแหล่งเงินกู้กันอย่างพร้อมเพรียง Meta ต้องออกหุ้นกู้ก้อนโตถึง 25,000 ล้านดอลลาร์เพื่อเตรียมเงินไว้สร้างโครงสร้างพื้นฐาน AI ขณะที่ Oracle ก็เลือกกู้เงิน 10,000 ล้านดอลลาร์ควบคู่ไปกับการขายหุ้นใหม่ในวันเดียวกัน 

แต่สิ่งที่น่าสนใจคือคนปล่อยกู้ไม่ได้ใจดีกับทุกคน บริษัทคลาวด์และ AI ขนาดกลางอย่าง CoreWeave กลับโดนนักลงทุนกดราคาตราสารหนี้ลงมาจนผลตอบแทนพุ่งทะลุ 15% สะท้อนให้เห็นว่าตอนนี้คนที่มีเงินให้กู้เริ่มเลือกปฏิบัติอย่างชัดเจน พวกเขาพร้อมให้บริษัทยักษ์ใหญ่ที่มีธุรกิจเดิมมั่นคงกู้ยืมต่อได้สบาย แต่ถ้าเป็นบริษัทขนาดกลางหรือมีความเสี่ยงสูงกว่า ก็จะต้องเจอกำแพงดอกเบี้ยที่แพงลิบลิ่วจนแทบกู้ไม่ไหว

อ้างอิง: bloomberg

ลงทะเบียนเข้าสู่ระบบ เพื่ออ่านบทความฟรีไม่จำกัด

No comment

RELATED ARTICLE

Responsive image

PRIS 2026 วันที่สอง ศ.ดร.ยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ ปาฐกถาพิเศษ สภาเภสัชกรรมเดินหน้าวิจัยและนวัตกรรมสุขภาพไทย

สภาเภสัชกรรมร่วมกับราชวิทยาลัยเภสัชกรรมแห่งประเทศไทย จัดประชุม PRIS 2026 ครั้งที่ 2 ที่อิมแพ็ค เมืองทองธานี โดยวันที่สองมี ศ.ดร.ยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ ปาฐกถาพิเศษ...

Responsive image

BDMS ทุ่ม 100 ล้านบาท เพิ่มทุน Cariva สตาร์ทอัพ Medical AI เสริมขีดความสามารถด้าน Healthcare AI, Clinical Intelligence และ Digital Health

BDMS ผ่าน RBH ทำสัญญาจองซื้อหุ้นเพิ่มทุน Cariva 100 ล้านบาท ดันสัดส่วนถือหุ้นจาก 15% เป็น 63.3% ขณะที่ PTTEP ลดเหลือ 36.7% คาดแล้วเสร็จภายในปี 2569...

Responsive image

Microsoft แฉ 8 กลุ่มแฮกเกอร์ ‘แก๊งไซเบอร์เกาหลีเหนือ’ ใช้ AI ปลอมเป็นบริษัทผี 3 แห่งในสัปดาห์เดียว

Microsoft เผยรายงานแฮกเกอร์เกาหลีเหนือ 8 กลุ่มใช้ AI ปั้นบริษัทผี ตัวตนปลอมสมัครงานทางไกล และไฟล์ล่อเหยื่อหลายสิบไฟล์ในไม่กี่นาที พร้อมวิธีคัดกรองผู้สมัครที่องค์กรควรรู้...