ซีอีโอ Anthropic คาดอีก 6–12 เดือน AI อาจทำงานแทน วิศวกรซอฟต์แวร์ส่วนใหญ่ได้เกือบทั้งหมด

Dario Amodei ซีอีโอของ Anthropic ประเมินว่าอีก 6–12 เดือนข้างหน้า โมเดล AI อาจทำงานส่วนใหญ่ที่วิศวกรซอฟต์แวร์ทำอยู่อย่างทุกวันนี้ได้ ทั้งการเขียนโค้ดและงานวิจัยด้าน AI เขาย้ำว่าเป็นการคาดการณ์ แต่คิดว่าไม่น่าไกลเกินจริง 

เหตุผลคือ หากโมเดลเก่งพอที่จะเขียนโค้ดและช่วยทำวิจัยได้ บริษัทก็สามารถใช้มันพัฒนาโมเดลรุ่นถัดไปให้เร็วขึ้นและดีขึ้น จนอาจเกิดเป็นวงจรเร่งความก้าวหน้าแบบทวีคูณ แต่อย่างไรก็ตามยังมีข้อจำกัดที่ AI เร่งไม่ได้ เช่น การผลิตชิป ฮาร์ดแวร์และเวลาในการเทรนโมเดล จึงยังบอกไม่ได้ว่าจะเกิดขึ้นเร็วแค่ไหน แต่เขาเชื่อว่าน่าจะเร็วกว่าที่คนส่วนใหญ่คิด

ทุกวันนี้ใน Anthropic มีวิศวกรบางคนแทบไม่เขียนโค้ดเองแล้ว แต่ให้โมเดลเขียน จากนั้นมนุษย์ทำหน้าที่ตรวจ แก้ไขและตัดสินใจ บทบาทจึงเริ่มเปลี่ยนจากผู้ลงมือทำมาเป็นผู้ควบคุมและกำกับ

เขายังชี้ให้เห็นถึงความสัมพันธ์แบบก้าวกระโดดระหว่างพลังประมวลผล ความสามารถของโมเดลและรายได้ ซึ่งเมื่อโมเดลฉลาดขึ้น ก็สร้างมูลค่าได้มากขึ้น รายได้ของบริษัทที่เติบโตจากศูนย์เป็น 100 ล้านดอลลาร์ในปี 2023 จากนั้นเป็น 1 พันล้านในปี 2024 และ 1 หมื่นล้านในปี 2025 แม้ไม่แน่ใจว่าเส้นทางนี้จะพุ่งต่อเนื่องหรือไม่ แต่ก็สะท้อนว่า AI กำลังสร้างมูลค่าทางธุรกิจอย่างรวดเร็วมาก ๆ 

และมองว่าบริษัทที่มีงานวิจัยเป็นแกนหลักจะได้เปรียบ ทั้ง Anthropic และ Google มีจุดร่วมคือให้นักวิจัยนำทิศทางและโฟกัสการสร้างโมเดลที่ดีที่สุดเพื่อแก้ปัญหาสำคัญของโลก

ในด้านหนึ่งเขาเชื่อว่า AI จะช่วยมนุษย์ได้มาก ตั้งแต่การรักษาโรคร้าย ไปจนถึงการทำความเข้าใจจักรวาล แต่อีกด้านหนึ่งก็ยอมรับว่ามีความเสี่ยงใหญ่ ทั้งการถูกนำไปใช้ในทางที่ผิด ความเสี่ยงด้านความมั่นคง ผลกระทบต่อแรงงาน และความเสี่ยงที่มนุษย์ยังนึกไม่ถึง 

โดยเปรียบเทียบว่าช่วงเวลานี้เป็นช่วงหัวเลี้ยวหัวต่อสำคัญของมนุษยชาติ เขาเล่าถึงฉากในภาพยนตร์ Contact ที่มีคำถามว่ามนุษยชาติผ่านช่วงเปลี่ยนผ่านทางเทคโนโลยีโดยไม่ทำลายตัวเองได้อย่างไร ซึ่งเป็นกรอบความคิดที่เขาใช้มองสถานการณ์ AI ในปัจจุบัน 

ในบริบทนั้น เขาจึงชี้ให้เห็นว่า ความท้าทายของยุคนี้ไม่ได้อยู่แค่เรื่องความก้าวหน้าทางเทคโนโลยี แต่คือทิศทางที่เราจะพามันไป เพราะสิ่งที่กำลังเกิดขึ้นไม่ใช่นวัตกรรมทั่วไป หากคือการสร้างระบบที่อาจฉลาดกว่ามนุษย์เอง

คำถามสำคัญจึงไม่ใช่เพียงว่าเราจะพัฒนา AI ได้เร็วแค่ไหน แต่คือเราจะกำกับ ดูแล และรับมือกับมันอย่างไรในระยะยาว เรื่องนี้ไม่อาจผลักภาระให้ฝ่ายใดฝ่ายหนึ่ง ต้องอาศัยทั้งความรับผิดชอบของบริษัทผู้พัฒนา ความร่วมมือในระดับอุตสาหกรรมและบทบาทของภาครัฐ รวมถึงการป้องกันความเสี่ยงอย่างการก่อการร้ายทางชีวภาพ การใช้งานโดยรัฐอำนาจนิยมและการรับมือกับผลกระทบด้านแรงงานที่อาจเกิดขึ้น

สำหรับ Dario Amodei มองว่า AI คือการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ที่กำลังเกิดขึ้นอย่างรวดเร็วและเป็นเรื่องที่โลกต้องคิดและจัดการอย่างจริงจังตั้งแต่ตอนนี้เพื่อหาทางผ่านช่วงเวลานี้ไปอย่างปลอดภัย

อ้างอิง: youtube

ลงทะเบียนเข้าสู่ระบบ เพื่ออ่านบทความฟรีไม่จำกัด

No comment

RELATED ARTICLE

Responsive image

Grab หั่น GP เหลือ 9% สมัครร่วมโครงการฯ กับ GrabFood ในวันที่ 10 มิถุนายน 2569

Grab Thailand ขานรับนโยบายรัฐหั่น GP เหลือ 9% พร้อมอัดสินเชื่อร้านอาหารสูงสุด 2 ล้านบาท และแพ็กเกจสิทธิประโยชน์ 10 เด้ง ดันยอดขายฝ่าวิกฤตเศรษฐกิจ อ่านขั้นตอนสมัครที่นี่...

Responsive image

ไต้หวันคือ 'ศูนย์กลางของการปฏิวัติ AI' ทำไม NVIDIA ถึงทุ่มหนักมากขึ้น 10 เท่า เบื้องหลังแคมปัสใหม่ Constellation ของ NVIDIA

เมื่อ 4-5 ปีก่อน NVIDIA ใช้เงินซื้อของจากซัพพลายเออร์ในไต้หวันราว 10,000-15,000 ล้านดอลลาร์ต่อปี วันนี้ตัวเลขนั้นอยู่ที่ราว 100,000 ล้านดอลลาร์ต่อปี และ Jensen Huang เพิ่งประกาศกลา...

Responsive image

ชวนดู ‘โมเดลสีคิ้ว’ กรณีศึกษา Smart City ท้องถิ่นที่เริ่มจากการแก้ปัญหาใกล้ตัว สู่การใช้ Data จัดการทั้งเมือง

เมื่อพูดถึงคำว่า ‘Smart City’ หรือเมืองอัจฉริยะ หลายคนอาจนึกภาพเมืองที่เต็มไปด้วยเทคโนโลยีล้ำสมัย แต่สำหรับสีคิ้วการสร้างเมืองอัจฉริยะเริ่มต้นมาจากจุดมุ่งหมายเดียว นั่นคือการทำให้ป...