
อย่าเพียงลงทุนในประเทศไทย มาร่วมสร้างไปกับประเทศไทย
คำกล่าวจากนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี ส่งถึงนักลงทุนต่างชาติบนเวที The Bangkok Business Summit 2026 ภายใต้หัวข้อ Keynote ‘Thailand's Offer to the World’ โดยเสนอให้มองไทยในฐานะพันธมิตรที่พร้อมร่วมสร้างอุตสาหกรรมแห่งอนาคต มากกว่าจะเป็นเพียงฐานการผลิตหรือตลาดปลายทาง
The Bangkok Business Summit 2026 จัดขึ้นภายใต้แนวคิด ‘Reinvent Thailand, Resilient ASEAN’ เมื่อวันที่ 3 กันยายน 2026 ณ ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ ก่อนที่ไทยจะเป็นเจ้าภาพการประชุมประจำปี 2026 ของกองทุนการเงินระหว่างประเทศและกลุ่มธนาคารโลก ระหว่างวันที่ 12 ถึง 18 ตุลาคม 2026
นายอนุทินเริ่มต้นจากภาพเศรษฐกิจโลกที่กำลังเปลี่ยนพร้อมกัน 4 ด้าน ได้แก่ ภูมิรัฐศาสตร์ เทคโนโลยี สภาพภูมิอากาศ และโครงสร้างประชากร คำถามสำหรับไทยจึงอยู่ที่วิธีเปลี่ยนแรงกดดันเหล่านี้ให้เป็นโอกาสในการยกระดับความสามารถในการแข่งขันและความยืดหยุ่นของประเทศ
ด้านภูมิรัฐศาสตร์ ไทยต้องรักษาความสามารถในการทำงานกับพันธมิตรที่หลากหลาย พร้อมกระชับความร่วมมือทางเศรษฐกิจ เสริมความแข็งแกร่งของอาเซียน และเชื่อมเครือข่ายธุรกิจกับฐานการผลิตข้ามภูมิภาค จุดยืนดังกล่าวมีความสำคัญขึ้นในช่วงที่เศรษฐกิจโลกแบ่งขั้วและห่วงโซ่อุปทานมีความซับซ้อนมากกว่าเดิม
ด้านเทคโนโลยี นายกรัฐมนตรีมองว่า AI กำลังเปลี่ยนวิธีที่แต่ละประเทศแข่งขันกัน การดึงการลงทุนด้าน AI และเทคโนโลยีขั้นสูงจึงต้องสร้างองค์ความรู้ ทักษะ และขีดความสามารถภายในประเทศไปพร้อมกัน เทคโนโลยีควรช่วยเพิ่มผลิตภาพของแรงงาน เสริมความแข็งแกร่งให้ธุรกิจขนาดกลางและขนาดย่อม ตลอดจนเปิดทางให้ธุรกิจไทยสร้างนวัตกรรมของตัวเอง
ประเทศไทยต้องตั้งเป้าให้ไกลกว่าการเป็นเพียงผู้ใช้เทคโนโลยีที่พัฒนาจากที่อื่น
สำหรับการเปลี่ยนผ่านสีเขียว นายอนุทินเสนอให้มองเรื่องสภาพภูมิอากาศเป็นแหล่งลงทุนและการเติบโต โดยใช้เงินทุนด้านสภาพภูมิอากาศดึงทรัพยากรจากทั่วโลกเข้าสู่พลังงานสะอาด โครงสร้างพื้นฐานที่รับมือความเสี่ยงได้ และแนวทางแก้ปัญหาที่อาศัยธรรมชาติ
ส่วนการเข้าสู่สังคมสูงวัย ไทยควรเปลี่ยนอายุที่ยืนยาวให้เป็นโอกาสทางเศรษฐกิจ ผ่านการสร้าง ‘เศรษฐกิจอายุยืน’ ที่ทำให้ผู้คนมีสุขภาพดี มีทักษะ ทำงาน และเชื่อมโยงกับสังคมได้นานขึ้น ขณะเดียวกันก็สร้างโอกาสใหม่ในธุรกิจสุขภาพ เวลเนส การท่องเที่ยว และเทคโนโลยี
ข้อเสนอหลักของนายกรัฐมนตรีต่อนักลงทุนคือ ไทยมีมากกว่าทำเลที่ตั้ง บริษัทที่เข้ามาลงทุนสามารถต่อยอดจากกลุ่มอุตสาหกรรม แรงงานที่มีประสบการณ์ ซัพพลายเออร์ท้องถิ่น ระบบโลจิสติกส์ โครงข่ายดิจิทัล และบริการทางการเงินที่มีอยู่แล้ว โดยเฉพาะฐานในอุตสาหกรรมยานยนต์ อิเล็กทรอนิกส์ อาหาร สุขภาพ และการท่องเที่ยว
โครงสร้างดังกล่าวช่วยให้แนวคิดใหม่สามารถเชื่อมกับพันธมิตรในประเทศ ตั้งแต่การพัฒนาผลิตภัณฑ์ไปจนถึงการนำออกสู่ตลาด ขณะเดียวกัน ที่ตั้งของไทยในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ภาคพื้นทวีปยังเชื่อมธุรกิจเข้ากับตลาด ผู้ผลิต และห่วงโซ่อุปทานในภูมิภาค ซึ่งนายอนุทินระบุว่ามีประชากรรวมอยู่ในระยะเข้าถึงประมาณ 1,700 ล้านคน
อีกจุดแข็งคือความสามารถในการเชื่อมอุตสาหกรรมที่มักเติบโตแยกจากกัน ไทยสามารถนำการผลิตขั้นสูงมาเชื่อมกับเทคโนโลยีดิจิทัล เชื่อมเกษตรกรรมกับเทคโนโลยีชีวภาพและอาหารแห่งอนาคต เชื่อมบริการสุขภาพกับเวลเนส การท่องเที่ยว และเศรษฐกิจอายุยืน ตลอดจนใช้พลังงานสะอาดสนับสนุนยานยนต์ อิเล็กทรอนิกส์ และโครงสร้างพื้นฐานข้อมูลยุคใหม่
นายอนุทินยังเชื่อมเรื่องการลงทุนเข้ากับความสามารถในการดึงดูดคนทำงาน เพราะเงินทุนมักเคลื่อนตามบุคลากรที่มีทักษะ ขณะที่คนเก่งจะเลือกเมืองและประเทศที่สามารถใช้ชีวิตได้ดี โรงเรียนนานาชาติ ระบบสุขภาพ บริการ และคุณภาพชีวิต จึงเป็นองค์ประกอบทางเศรษฐกิจที่ช่วยให้บริษัทดึงดูดและรักษาบุคลากรจากทั่วโลก
อย่างไรก็ตาม จุดแข็งที่มีอยู่ยังต้องมาพร้อมสภาพแวดล้อมทางธุรกิจที่เอื้อต่อการลงทุนระยะยาว นายกรัฐมนตรีระบุว่ารัฐบาลมีหน้าที่ทำให้กฎเกณฑ์ชัดเจน การตัดสินใจรวดเร็ว โครงสร้างพื้นฐานมีความน่าเชื่อถือ พร้อมจัดหาไฟฟ้าสะอาด ขีดความสามารถด้านดิจิทัล และแรงงานที่ตอบโจทย์อุตสาหกรรมใหม่
หนึ่งในมาตรการที่กำลังดำเนินการคือการทบทวนกฎและระเบียบลำดับรองมากกว่า 7,000 ฉบับ ซึ่งอาจสร้างภาระเกินความจำเป็นต่อประชาชนและภาคธุรกิจ ควบคู่กับกระบวนการเข้าเป็นสมาชิกองค์การเพื่อความร่วมมือทางเศรษฐกิจและการพัฒนา หรือ OECD เพื่อยกระดับมาตรฐานและความเชื่อมั่นจากต่างประเทศ
เป้าหมายปลายทางจึงอยู่ที่คุณภาพของเงินลงทุน นายอนุทินต้องการเห็นการลงทุนที่เชื่อมตัวเองเข้ากับระบบเศรษฐกิจไทย ทั้งการพัฒนาซัพพลายเออร์ท้องถิ่น ฝึกอบรมบุคลากร เสริมขีดความสามารถของธุรกิจขนาดกลางและขนาดย่อม และสร้างองค์ความรู้ใหม่ภายในประเทศ
อ้างอิง Keynote ‘Thailand's Offer to the World’ ของนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี ในงาน The Bangkok Business Summit 2026 เมื่อวันที่ 3 กันยายน 2026
ลงทะเบียนเข้าสู่ระบบ เพื่ออ่านบทความฟรีไม่จำกัด