Ming-Chi Kuo นักวิเคราะห์สาย Apple เผยว่า Apple ได้ลดตัวเลขยอดขาย Apple Vision Pro ในปีนี้เหลือเพียง 400-450,000 เครื่องเท่านั้น ต่ำกว่าที่ตลาดคาดไว้ (มากกว่า 700–800,000 เครื่อง) เกือบครึ่งหนึ่ง
โดยบริษัทได้ลดการคาดการณ์ยอดขายแว่นอัจฉริยะนี้ก่อนจะวางจำหน่ายในตลาดนอกสหรัฐฯ นั่นหมายความว่ายอดขายในประเทศต่ำกว่าที่คาดไว้อย่างมาก ทำให้ Apple ไม่อยากเสี่ยงกับการวางขายในต่างประเทศ
และนั่นทำให้บริษัทต้องกลับมาทบทวนแผนงานระยะยาวของ Vision Pro ใหม่ ซึ่งการเปิดตัวอุปกรณ์ในราคาที่ถูกกว่านี้อาจเป็นอีกหนึ่งทางเลือก (ปัจจุบัน Apple Vision Pro ราคาสูงถึง 3,500 เหรียญสหรัฐ หรือประมาณ 129,000 บาท)
ในเดือนกุมภาพันธ์ที่ Apple เริ่มวางขายแว่นอัจฉริยะ ก็ปรากฎว่าลูกค้ากลุ่มแรกแห่กันเอาของมาคืน โดยผู้ใช้ส่วนใหญ่ที่เอาแว่นอัจฉริยะมาคืนบอกว่าพวกเขาใส่ไม่สบาย บ้างบอกว่าทำให้ปวดหัว บ้างบอกทำให้เกิดอาการ Motion Sickness (ภาวะป่วยจากการเคลื่อนไหว) ซึ่งเป็นอาการที่พบบ่อยในกลุ่มคนเล่นเกม นอกจากนั้น น้ำหนักที่มากไปของอุปกรณ์ (600-650 กรัม) ยังทำให้ผู้ใช้ทนใส่ต่อไม่ไหว
นอกจากนั้น บางคนยังพบภาวะเลือดออกใต้เยื่อบุตา (Subconjunctival Hemorrhage) ซึ่งจริงๆ แล้ว การใช้แว่น VR เป็นประจำ ไม่ว่าจะเป็นของค่ายไหน ก็อาจทำให้มีอาการตาแห้งและแดงได้เช่นกัน
Ming-Chi Kuo กล่าวว่า Apple จะต้องจัดการกับปัญหาแอปพลิเคชันหลักสำหรับ Vision Pro เรื่องราคา และความสะดวกสบายในการสวมใส่ โดยไม่ส่งผลกระทบต่อประสบการณ์ผู้ใช้ด้วย
อ้างอิง: theverge [1], theverge [2]
ลงทะเบียนเข้าสู่ระบบ เพื่ออ่านบทความฟรีไม่จำกัด