Audi รุ่นต่อไปจะสามารถ VideoConference ภายในรถได้

Volkswagen AG จับมือกับ Cisco Systems Inc. เพื่อติดตั้งซอฟต์แวร์ภายในรถยนต์ เพื่อให้ผู้ขับขี่สามารถเข้าร่วมการประชุมในระหว่างการขับขี่ได้ ซึ่งแน่นอนคาดว่าจะใช้ในรถกลุ่ม Audi 

Video Conference ในรถได้ทันที

เมื่อวันพฤหัสบดีที่ 1 มิถุนายนที่ผ่านมา Volkswagen AG ประกาศร่วมมือกับ Cisco System Inc. เพื่อติดตั้งซอฟต์แวร์ในรถ สำหรับการประชุม Video Conference ผ่านตัวรถในระหว่างขับขี่ได้

Volkswagen วางแผนที่จะนำ Webex เพิ่มลงไปใน Application Store ของรถ Audi บางรุ่น ที่จะวางจำหน่าย ในเดือนกรกฎาคม ซึ่งใน Application Store ทั้ง Apple CarPlay และ Android Auto จะมีแอปมากกว่า 40 แอปพลิเคชั่น ยกตัวอย่างเช่น Tiktok และ Spotify 

Webex เป็นแพลตฟอร์มประชุมออนไลน์ ของ Cisco บริษัทเทคโนโลยีการสื่อสารดิจิทัลข้ามชาติสัญชาติอเมริกัน ที่พัฒนาและผลิต  ฮาร์ดแวร์, ซอฟต์แวร์ รวมไปถึงเทคโนโลยีระดับสูง

ซอฟต์แวร์ที่จะเพิ่มลงไปในรถจะช่วยให้ผู้ใช้สามารถสลับแอปพลิเคชั่นระหว่างมือถือและรถได้ โดยมี ฝ่ายซอฟต์แวร์ของ Volkswagen อย่าง Cariad ที่จะร่วมมือกับ Cisco เพื่อพัฒนาเทคโนโลยีนี้ อย่างแน่นอน

รถยนต์ Audi ที่จะวางจำหน่ายในเดือนกรกฎาคมซึ่งจะมีการลงซอฟต์แวร์และเพิ่ม Application Store นั้นประกอบด้วย Audi Model A4, A5,Q5, A6, A7, A8, Q8, Q8 e-tron และ e-tron GT

ไม่ได้มีแค่ Audi เจ้าเดียว

แน่นอนว่ารถยนต์ Audi ที่อยู่ในเครือของ Volkswagen ไม่ใช้เจ้าแรกที่มีความร่วมมือกับ Cisco System เพราะเมื่อปีที่แล้ว Ford เองก็มีความร่วมมือกับ Cisco System มาก่อนแล้ว 

โดยรถยนต์ที่ Ford ริเริ่มนำเทคโนโลยการ VideoConference บนรถได้ คือ  Ford F-150 Lightning รถกระบะไฟฟ้าของ Ford ที่ออกจำหน่ายเมื่อปีที่แล้ว ผ่านระบบ SYNC4A ของ Ford และยังมีฟีเจอร์ Optimize for My Voice ที่สามารถปิดเสียงของคนที่ไม่ได้เป็นส่วนหนึ่งจองการประชุมได้แบบอัตโนมัติ

หรือแม้แต่ Mercedes-Benz ที่เข้าร่วมลงทุนกับ Cisco System ด้วยเช่นกันโดยจะมีการลงแอปพลิเคชั่น ในรถรุ่น Mercedes-Benz E Class รุ่นใหม่

ยังมีแอป VideoConference นอกเหนือจาก Webex

Zoom เป็นหนึ่งในแพลตฟอร์มที่ทำ Video Conference บนรถด้วยเช่นกัน โดยร่วมมือกับ Tesla ในการนำเทคโนโลยีนี้เข้ามาใช้ในรถ Tesla Model Y และ รถ Tesla รุ่นใหม่ทั้งหมด

แม้แต่แพลตฟอร์มการประชุม Microsoft Teams ก็มีให้ใช้ในรถทุกคันที่มีฟีเจอร์ Apple CarPlay และ Android Auto 

นับว่ารถยนต์ในปัจจุบันไม่ว่าจะเป็นรถยนต์ที่เป็น EV หรือไม่ใช่ EV ล้วนกำลังเป็นรถยนต์ที่ต้อง มีแอปพลิเคชั่นสารพัดประโยชน์ทั้งแบบ iOS และ Android ที่ไม่สามารถแยกออกจากกันได้

ที่มา : Bloomberg, TechCrunch, Webex, Cariad, The Verge

ลงทะเบียนเข้าสู่ระบบ เพื่ออ่านบทความฟรีไม่จำกัด

No comment

RELATED ARTICLE

Responsive image

32 เครือข่ายร่วมกับ NIA อว. สร้าง 'Medical Innovation Hub' ลดพึ่งพาต่างชาติ ด้วยการสร้างและส่งออกนวัตกรรมการแพทย์เอง

NIA เปิดตัว 32 ภาคีเครือข่ายที่ร่วมยกระดับไทยจาก 'ผู้ให้บริการทางการแพทย์และผู้รับจ้างผลิต' สู่ 'ศูนย์กลางนวัตกรรมการแพทย์ (Medical Innovation Hub)' ที่สามารถออกแบบ พัฒนา และต่อยอด...

Responsive image

ททท. จับมือ Visa เปิดตัว Visa Destinations ดันไทยสู่จุดหมายระดับโลกที่เที่ยวง่าย จ่ายคล่อง

วีซ่าจับมือ ททท. ดันไทยเป็นตลาดแรกและประเทศเดียวในเอเชียแปซิฟิกที่ได้สถานะ Visa Destinations ระดับประเทศ ยกระดับการท่องเที่ยวขาเข้าให้สะดวก ปลอดภัย และไร้รอยต่อ ครอบคลุม 8 เมืองหลั...

Responsive image

Grab หั่น GP เหลือ 9% สมัครร่วมโครงการฯ กับ GrabFood ในวันที่ 10 มิถุนายน 2569

Grab Thailand ขานรับนโยบายรัฐหั่น GP เหลือ 9% พร้อมอัดสินเชื่อร้านอาหารสูงสุด 2 ล้านบาท และแพ็กเกจสิทธิประโยชน์ 10 เด้ง ดันยอดขายฝ่าวิกฤตเศรษฐกิจ อ่านขั้นตอนสมัครที่นี่...