ธปท. ขยายวงเงินการโอนทางออนไลน์ ส่วนคลังเปิดทางตั้งบริการกู้ยืมเงิน Peer-to-Peer ได้แล้ว | Techsauce

ธปท. ขยายวงเงินการโอนทางออนไลน์ ส่วนคลังเปิดทางตั้งบริการกู้ยืมเงิน Peer-to-Peer ได้แล้ว

ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ขยายวงเงินการโอนทางออนไลน์ จากไม่เกิน 50,000 เป็นไม่เกิน 699,999 บาท ส่วนกระทรวงการคลังเปิดทางให้ตั้งแพลตฟอร์มกู้ยืมเงินระหว่างบุคคล (Peer-to-Peer Lending Platform) ได้อย่างเป็นทางการ แต่ต้องเข้า Regulartory Sandbox ของ ธปท. ก่อน

ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ออก 2 ประกาศสำคัญ ได้แก่ (1) การขยายวงเงินการโอนผ่านช่องทาง Online และ (2) ประกาศกรอบการกำกับดูแลระบบธุรกรรมสินเชื่อระหว่างบุคคลกับบุคคล หรือ Peer-to-Peer Lending Platform ของกระทรวงการคลัง

ขยายวงเงินการโอนทางออนไลน์ จากไม่เกิน 50,000 เป็นไม่เกิน 699,999 บาท

ประกาศแรกเปิดเผยโดย คุณสิริธิดา พนมวัน ณ อยุธยา ผู้ช่วยผู้ว่าการ สายนโยบายระบบการชำระเงินและเทคโนโลยีทางการเงิน ธปท. เปิดเผยว่า ปัจจุบันการทำธุรกรรมโอนเงินทางอิเล็กทรอนิกส์มีปริมาณเพิ่มขึ้นมาก โดยอ้างอิงจากข้อมูล 2 ส่วน

  • การใช้งานบริการพร้อมเพย์เติบโตขึ้นอย่างต่อเนื่องเฉลี่ยร้อยละ 35 ต่อเดือน โดยเฉพาะช่วงไตรมาส 2 ปี 2561 ธุรกรรมการโอนเงินผ่านระบบพร้อมเพย์มีปริมาณเพิ่มขึ้นถึง 6 เท่า อันเป็นผลจากการลดค่าธรรมเนียมการโอนเงินผ่านช่องทางอิเล็กทรอนิกส์ของธนาคารพาณิชย์ต่าง ๆ
  • พบว่าผู้ใช้บริการส่วนใหญ่นิยมใช้โทรศัพท์เคลื่อนที่ (Mobile Device) ในการโอนเงิน โดยคิดเป็นสัดส่วนมูลค่ากว่าร้อยละ 81 ของมูลค่าธุรกรรมทั้งหมด และมีอัตราเติบโตเฉลี่ยร้อยละ 31 ต่อเดือน สอดคล้องกับความนิยมในการใช้ Mobile Banking ที่เพิ่มสูงขึ้น

ทำให้ ธปท. และธนาคารพาณิชย์ผู้ให้บริการ ได้หารือร่วมกันถึงการขยายวงเงินการทำธุรกรรมโอนเงินผ่านช่องทางอิเล็กทรอนิกส์ คือ Internet Banking และ Mobile Banking โดยธนาคารพาณิชย์จะทยอยเพิ่มวงเงินสูงสุดในการโอนเงิน ตามระดับการบริหารความเสี่ยงที่เหมาะสมของแต่ละธนาคาร จากวงเงินเดิมที่กำหนดไว้ไม่เกิน 50,000 บาทต่อรายการ เพิ่มวงเงินเป็นไม่เกิน 699,999 บาทต่อรายการ ตั้งแต่ต้นเดือนตุลาคม 2561 เป็นต้นไป

Photo: Techsauce

เปิดทางให้ตั้งแพลตฟอร์มกู้ยืมเงินระหว่างบุคคล แต่ต้องเข้า Sandbox ก่อน

ประกาศที่สองเปิดเผยโดย คุณฤชุกร สิริโยธิน รองผู้ว่าการด้านเสถียรภาพสถาบันการเงิน ธปท. เปิดเผยว่า กระทรวงการคลังได้ออกประกาศกำหนดให้ธุรกิจระบบหรือเครือข่ายอิเล็กทรอนิกส์สำหรับธุรกรรมสินเชื่อระหว่างบุคคลกับบุคคล (Peer-to-Peer Lending Platform) เป็นกิจการที่ต้องขออนุญาตตามข้อ 5 แห่งประกาศของคณะปฏิวัติฉบับที่ 58

โดยให้ธุรกิจ Peer-to-Peer Lending Platform ทำหน้าที่เป็นตัวกลางในการทำสัญญากู้ยืมเงินระหว่างผู้ให้กู้ และผู้ขอกู้ที่เป็นบุคคลธรรมดา โดยผู้ประกอบธุรกิจต้องเป็นบริษัทหรือบริษัทมหาชนจำกัด ที่มีผู้ถือหุ้นสัญชาติไทยไม่ต่ำกว่าร้อยละ 75 และต้องมีทุนขั้นต่า 5 ล้านบาทตลอดระยะเวลาการประกอบธุรกิจ

นอกจากนี้ Platform ดังกล่าวต้องมีแนวทางการคุ้มครองผู้บริโภค และมาตรการบริหารความเสี่ยงที่เหมาะสม เช่น กระบวนการรู้จักลูกค้า การประเมินความเหมาะสม (client suitability) ของผู้ให้กู้ และการประเมินระดับความเสี่ยง (Credit Rating) ของผู้ขอกู้

ธปท. จะกำหนดหลักเกณฑ์รองรับผู้ที่ประสงค์จะประกอบธุรกิจ โดยผู้สนใจสามารถติดต่อมายัง ธปท. เพื่อขอเข้าร่วมทดสอบใน Regulatory Sandbox ของ ธปท. และเมื่อพร้อมให้บริการในวงกว้างแล้ว ธปท. จะเสนอกระทรวงการคลังเพื่อพิจารณาให้ใบอนุญาตต่อไป

คุณฤชุกรให้เหตุผลในการเปิดทางครั้งนี้ว่า "เพื่อขยายการเข้าถึงบริการด้านสินเชื่อให้แก่ประชาชนรายย่อยที่ประกอบธุรกิจโดยการนาเทคโนโลยีมาใช้เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและลดต้นทุนในการให้บริการ สอดคล้องกับพัฒนาการทางเศรษฐกิจสังคม รวมทั้งมีการกำกับดูแลผู้ให้บริการอย่างเหมาะสม"

ลงทะเบียนเข้าสู่ระบบ เพื่ออ่านบทความฟรีไม่จำกัด

No comment

RELATED ARTICLE

Responsive image

ลงทุนแบบใด Gen Z ใช้โหราศาสตร์ ไพ่ทาโรต์ ช่วยเลือกหุ้น เผยช่วยสร้างความมั่นใจ

ซื้อหุ้นตัวไหนดี ? บางคนดูกราฟ บางคนดูตามกระแสโลก บางคนมีที่ปรึกษาด้านการลงทุน แต่ Gen Z ให้ดวงดาวและชะตาพาไป เทรนด์ลงทุนคนรุ่นใหม่ ใช้โหราศาสตร์และไพ่ทาโรต์ช่วยเลือกหุ้น...

Responsive image

PTTGC เตรียมผลักดันมาบตาพุด สู่ Hub แห่งเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ พร้อมเดินหน้ากลยุทธ์ 3 Steps Plus

บริษัท พีทีที โกลบอล เคมิคอล จำกัด (มหาชน) หรือ GC โดย นายณะรงค์ศักดิ์ จิวากานันต์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร (CEO) และ นายทศพร บุณยพิพัฒน์ ผู้จัดการใหญ่ (President) ร่วมขับเคลื่อนวิ...

Responsive image

Adobe ถูกสหรัฐฯ ฟ้องฐานปิดบังข้อมูล การเก็บค่าธรรมเนียม Unsubscribe และมีขั้นตอนยุ่งยากเกิน

The Verge รายงานว่าสหรัฐฯ ยื่นฟ้องร้อง Adobe ฐานปิดบังการเสียค่าธรรมเนียมในการยกเลิก Subscribe ก่อนกำหนด และมีขั้นตอนการยกเลิกที่ยุ่งยากเกินไป...