เปิดมุมมอง Breakthrough Energy ทำไม Climate Tech คือ S-Curve ใหม่ที่ SEA ต้องคว้า?

เปิดมุมมอง Breakthrough Energy ทำไม Climate Tech คือ S-Curve ใหม่ที่ SEA ต้องคว้า?

ถ้ายุคที่แล้วคือยุคทองของน้ำมัน ยุคนี้อาจเป็นยุคของ Climate Tech ที่กำลังกลายเป็น “S-Curve” ใหม่ของโลก เทคโนโลยีที่ไม่ใช่แค่เรื่องสิ่งแวดล้อม แต่ยังเป็นโอกาสทางธุรกิจที่พร้อมเปลี่ยนอุตสาหกรรม และช่วยยกระดับความมั่นคงทางพลังงานในภูมิภาค

สำหรับเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ClimateTech ไม่ใช่เรื่องไกลตัวอีกต่อไป แต่เป็นทางเลือกใหม่ที่จะช่วยให้เศรษฐกิจเติบโตอย่างยั่งยืนและสร้างเสถียรภาพด้านพลังงานในระยะยาว 

เหตุผลที่ทำให้ภูมิภาคนี้ถูกจับตามองมากขึ้นในระดับโลก:

  • ความต้องการใช้พลังงานจะเพิ่มขึ้นถึง 25% ในอีก 10 ปีข้างหน้า
  • ภูมิอากาศและภัยธรรมชาติกลายเป็นความกังวลของคนในภูมิภาคนี้
  • พลังงานในภูมิภาคนี้เสี่ยงต่อการขาดแคลนจากผลกระทบโลกร้อน
  • ปี 2024 มีเงินลงทุนในพลังงานสะอาดทั่วโลกสูงถึง 2 ล้านล้านดอลลาร์ ซึ่งสูงที่สุดเท่าที่เคยมีมา

ด้วยบริบทเหล่านี้ เอเชียตะวันออกเฉียงใต้จึงไม่ได้เป็นเพียง “ผู้รับผลกระทบ” แต่กลายเป็น “จุดเปลี่ยน” ที่สำคัญในการผลักดัน Climate Tech สู่อนาคต

Dr. Jane Zhang หัวหน้าฝ่าย Fellows ประจำภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้และสิงคโปร์ ที่ Breakthrough Energy ได้ขึ้นพูดในเซสชั่น Climate Tech as the S-Curve of the 21st Century ผ่านงาน Techsauce Global Summit 2025 โดยเน้นย้ำว่า ‘ตอนนี้เป็นเวลาที่ SEA ควรหยุดเป็นผู้ตาม แต่ต้องกลายเป็นผู้นำในการพัฒนาและขับเคลื่อน Climate Tech ด้วยตัวเอง’

Breakthrough Energy คือใคร และกำลังแก้ปัญหาอะไร?

Breakthrough Energy ก่อตั้งโดย Bill Gates ในปี 2015 จากแนวคิดว่าโลกต้องการรูปแบบการลงทุนใหม่ที่พร้อมรอผลระยะยาว เพื่อสนับสนุนการเปลี่ยนผ่านด้านพลังงานและแก้ปัญหาภาวะโลกร้อนอย่างจริงจัง

เป้าหมายหลักคือการลดหรือขจัดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก 51,000 ล้านตันต่อปี ซึ่งเป็นตัวเลขที่เราต้องจัดการให้ได้ หากต้องการอนาคตที่ยั่งยืนและมั่นคงมากขึ้นหลักคิดสำคัญของ Breakthrough Energy

Breakthrough Energy ยึด 2 หลักการสำคัญ:

  • สนับสนุน Deep Tech ที่เน้นแก้ปัญหาในภาคส่วนที่ลดการปล่อยคาร์บอนยากที่สุด
  • ทุกนวัตกรรมต้องมีศักยภาพในการลดการปล่อยคาร์บอนได้ “อย่างน้อย 500 ล้านตันต่อปี” เมื่อถูกนำไปใช้ในอุตสาหกรรมระดับใหญ่

ทั้งนี้พวกเขายังโฟกัสใน 5 กลุ่มอุตสาหกรรมหลักที่ปล่อยคาร์บอนสูงและเปลี่ยนแปลงได้ยาก ได้แก่การผลิตไฟฟ้า การเกษตร การคมนาคม การก่อสร้างและภาคอุตสาหกรรม

Breakthrough Energy ยังได้ออกแบบแพลตฟอร์มเพื่อสนับสนุนนวัตกรรมแบบ End-to-End ครอบคลุมตั้งแต่ Discovery > Development > Deployment 

  • Discovery: สนับสนุนสตาร์ทอัพตั้งแต่ระยะก่อนระดมทุน โดยช่วยลดความเสี่ยงด้านเทคโนโลยี พัฒนารูปแบบธุรกิจและวางแผนกลยุทธ์การเข้าสู่ตลาด
  • Development: กองทุนลงทุนของ Breakthrough Energy ปัจจุบันมี 3 กองทุนมูลค่ารวมกว่า 3 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ ลงทุนในสตาร์ทอัพกว่า 130 ราย
  • Deployment: ใช้กลไกทางการเงินที่เรียกว่า Blended Financing ผ่านกองทุน Breakthrough Energy Catalyst เพื่อพิสูจน์ว่าเทคโนโลยีใหม่สามารถใช้งานในตลาดจริงได้

นอกจากนี้ยังมีโครงการของ Breakthrough Energy Fellows ที่มุ่งสนับสนุน “ผู้สร้างนวัตกรรมรุ่นใหม่” ให้สามารถเปลี่ยนงานวิจัยจากในห้องแล็บให้กลายเป็นธุรกิจจริงได้

ผู้เข้าร่วมโครงการจะแบ่งเป็น 2 กลุ่มคือ:

  • นักวิทยาศาสตร์และวิศวกรผู้พัฒนาเทคโนโลยีด้านสิ่งแวดล้อมที่มีศักยภาพสูง
  • ผู้เชี่ยวชาญจากภาคธุรกิจ การลงทุน หรือสตาร์ทอัพ ที่เข้ามาช่วยผลักดันการสร้างธุรกิจจากเทคโนโลยีเหล่านี้

ผู้เข้าร่วมจะได้รับเงินทุน การให้คำปรึกษา หลักสูตรที่ออกแบบเฉพาะ รวมถึงการเชื่อมต่อกับเครือข่ายทั้งในและต่างประเทศ ปัจจุบันมีผู้เข้าร่วมแล้วกว่า 120 คน ครอบคลุม 60 โครงการใน 16 ประเทศ

Breakthrough Energy มองว่า 'ครึ่งหนึ่งของเทคโนโลยีที่จะช่วยลดคาร์บอนได้ภายในปี 2050 ยังไม่มีอยู่จริง ดังนั้นพวกเขาจึงลงทุนตั้งแต่ช่วงเริ่มต้น เพื่อช่วยให้ไอเดียใหม่ๆ เหล่านี้เติบโตและกลายเป็นวิธีแก้ปัญหาจริงๆ ในอนาคต'

ในปีที่ผ่านมา Breakthrough Energy ได้เปิดตัว “Southeast Asia Hub” ร่วมกับ Temasek และ Enterprise Singapore เพื่อสนับสนุนสตาร์ทอัพด้าน ClimateTech ในภูมิภาค 

  • CeraTech: พัฒนาเทคโนโลยีเปลี่ยนวัสดุธรรมชาติให้กลายเป็นเชื้อเพลิงสีเขียวสำหรับใช้กับเรือ
  • Link-Core: สร้างเทคโนโลยีช่วยแยกเอาวัสดุสำคัญจากแบตเตอรี่เก่ามาใช้ใหม่

สรุป

เมื่อมองในภาพรวม Dr. Jane Zhang ย้ำว่า ClimateTech ไม่ได้เป็นเพียงแค่เทคโนโลยีเพื่อสิ่งแวดล้อมเท่านั้น แต่ยังเชื่อมโยงกับความมั่นคงด้านพลังงาน, การเติบโตทางเศรษฐกิจ, การสร้างอุตสาหกรรมใหม่และคุณภาพชีวิตของผู้คน

ลงทะเบียนเข้าสู่ระบบ เพื่ออ่านบทความฟรีไม่จำกัด

No comment

RELATED ARTICLE

Responsive image

UK เตรียม ‘แบนโซเชียลมีเดีย’ อายุต่ำกว่า 16 ปี ต้องสแกนหน้าเพื่อเข้าใช้งาน TikTok และ Instagram

อังกฤษเตรียมแบนเด็กต่ำกว่า 16 ปีเข้าใช้ TikTok และ Instagram บังคับยืนยันอายุด้วยการสแกนใบหน้าและ Digital ID พร้อมคุมแชทบอต AI ขณะที่นักวิทยาศาสตร์ 400 คนเตือนความเสี่ยงด้านความเป็...

Responsive image

ทำไมกองทุนในเครือ LVMH อาจเข้าซื้อ Hyrox เมื่อการแข่งจาก 650 คนสู่ 1.5 ล้านคนในเวลา 8 ปี กลายเป็นเป้าหมายการลงทุนระดับโลก

ในปี 2018 Christian Toetzke และ Moritz Fürste อดีตนักกีฬาฮอกกี้ทีมชาติเยอรมนีเจ้าของเหรียญโอลิมปิก จัดงาน Fitness Race ครั้งแรกที่ฮัมบูร์ก มีผู้เข้าร่วม 650 คน วันนี้ในปี 2026 Hyro...

Responsive image

Software Engineer ขอเจ้านาย ไม่ใช้ AI ได้ไหม มันขัดกับหลักศาสนา ประเด็นร้อนล่าสุดหลังพนักงานเริ่มทนไม่ไหว จนต้องหาทางออก

เมื่อพนักงานเริ่มปฏิเสธการใช้ AI ด้วยเหตุผลทางศาสนาและจริยธรรม! พบกับเบื้องหลังความขัดแย้งในที่ทำงาน และปรากฏการณ์ปั่นงานปลอมที่บริษัทต้องหันมาทบทวนใหม่...