
ทุกวันนี้ระบบสาธารณสุขกำลังเจอศึกหนัก หมอและพยาบาลต้องดูแลคนไข้เยอะขึ้นแถมยังมีงานเอกสารและงานวิจัยที่ต้องตามอ่านอีกกองโต
OpenAI เลยเปิดตัว ChatGPT สำหรับบุคลากรทางการแพทย์ หรือ ChatGPT for Clinicians ออกมาให้ใช้งานกันฟรีสำหรับแพทย์ พยาบาลวิชาชีพ ผู้ช่วยแพทย์ และเภสัชกรที่ยืนยันตัวตนแล้ว
โดยเริ่มเปิดให้ใช้ในสหรัฐอเมริกาก่อนเป็นที่แรก เป้าหมายหลักคือให้ AI เข้ามาช่วยจัดการงานจุกจิกอย่างการทำประวัติคนไข้หรือค้นหาข้อมูล เพื่อให้คนทำงานมีเวลาไปดูแลผู้ป่วยได้เต็มที่ ซึ่งจากผลสำรวจในปี 2026 พบว่าตอนนี้หมอหันมาใช้ AI ช่วยทำงานกันถึง 72% แล้ว เพิ่มขึ้นจากปีที่แล้วที่ใช้กันแค่ 48% เท่านั้น
เวอร์ชันนี้ไม่ได้ทำขึ้นมาลอยๆ แต่ทีมงานได้เข้าไปปรึกษากับหมอหลายร้อยคนเพื่อให้ระบบตอบโจทย์การทำงานในโรงพยาบาลจริงๆ ผู้ใช้งานจะได้เข้าถึงโมเดล AI รุ่นใหม่ล่าสุดแบบฟรีๆ เพื่อใช้วิเคราะห์คำถามซับซ้อนต่าง ๆ
ตัวระบบสามารถจดจำรูปแบบการทำงานที่ต้องทำซ้ำๆ ได้ เช่น การเขียนจดหมายส่งตัวคนไข้ หรือการเขียนใบสั่งยา ทำให้ไม่ต้องมานั่งพิมพ์ใหม่ตั้งแต่ต้นทุกครั้ง
นอกจากนี้ยังเก่งเรื่องการค้นหาข้อมูลจากงานวิจัยทางการแพทย์ที่เชื่อถือได้ โดย AI จะสรุปข้อมูลพร้อมแนบแหล่งอ้างอิงให้เสร็จสรรพ และที่สะดวกมากคือเวลาค้นหาข้อมูลทางการแพทย์ผ่านระบบนี้ สามารถนำไปนับเป็นหน่วยกิตการศึกษาต่อเนื่องของแพทย์ได้เลยโดยไม่ต้องไปทำเรื่องเอกสารให้วุ่นวาย
ส่วนเรื่องความลับคนไข้ก็ไม่ต้องกังวล เพราะข้อมูลที่คุยกับ AI จะไม่ถูกดูดไปใช้สอนโมเดล มีระบบล็อกอินที่แน่นหนา และรองรับมาตรฐานความปลอดภัยข้อมูลสุขภาพอย่าง HIPAA ด้วย
แน่นอนว่าเรื่องสุขภาพเป็นเรื่องคอขาดบาดตาย OpenAI จึงตั้งทีมแพทย์ที่ปรึกษามาคอยสุ่มตรวจคำตอบของ AI ตลอดเวลา ซึ่งตอนนี้ตรวจไปแล้วกว่าเจ็ดแสนครั้ง โมเดลหลักที่ใช้อย่าง GPT-5.4 ก็ทำคะแนนความแม่นยำได้เป็นอันดับหนึ่งจากการประเมินของหน่วยงานภายนอกอย่างสแตนฟอร์ด ก่อนจะปล่อยออกมาให้ใช้จริง
ทีมหมอได้ลองเอาไปใช้งานกับเคสจริงเกือบเจ็ดพันครั้ง และประเมินว่าคำตอบของ AI มีความปลอดภัยและถูกต้องถึง 99.6% พร้อมกันนี้ OpenAI ยังได้เปิดตัวชุดทดสอบที่ชื่อว่า HealthBench Professional เพื่อใช้เป็นเกณฑ์มาตรฐานในการวัดความเก่งของ AI ในแวดวงสาธารณสุข ซึ่งผลทดสอบพบว่า AI สามารถหาข้อมูลอ้างอิงและจัดการงานเอกสารได้ดีกว่าการให้คนมานั่งทำเองเสียอีก แต่ถึงมันจะเก่งแค่ไหน AI ตัวนี้ก็ถูกสร้างมาเพื่อเป็นแค่ผู้ช่วย ไม่ได้มีไว้เพื่อแทนที่การตัดสินใจของหมอจริงๆ
ในตอนนี้ ChatGPT สำหรับบุคลากรทางการแพทย์แบบใช้ฟรียังจำกัดสิทธิ์อยู่แค่ในสหรัฐอเมริกาเท่านั้น แต่ทางผู้พัฒนาเองก็มีแผนที่จะจับมือกับเครือข่ายระดับโลกเพื่อขยายการเข้าถึงไปยังประเทศอื่นๆ ในอนาคต
การนำ AI เข้ามาช่วยงานแบบนี้ถือเป็นอีกก้าวสำคัญที่จะช่วยลดความเหนื่อยล้าจากงานเอกสาร เพื่อให้บุคลากรทางการแพทย์ได้เอาเวลาไปโฟกัสกับการรักษาคนไข้ได้อย่างเต็มที่
อ้างอิง: openai
ลงทะเบียนเข้าสู่ระบบ เพื่ออ่านบทความฟรีไม่จำกัด