นักวิจัยจีนพัฒนาเซมิคอนดักเตอร์ขนาดเท่าเส้นผม ที่ซักได้ ยืดได้ และทนรถบรรทุกทับ!

ภาพจำของ Wearable Technology ของผู้คนส่วนใหญ่มักผูกติดอยู่กับอุปกรณ์ฮาร์ดแวร์ที่มีรูปทรงชัดเจน ไม่ว่าจะเป็นแว่นตาอัจฉริยะอย่าง Apple Vision Pro หรือนาฬิกาข้อมือล้ำสมัยจากตระกูล Samsung Galaxy Watch ทว่าขอบเขตของคำจำกัดความนี้กำลังขยายตัวออกไปอย่างกว้างขวาง โดยเฉพาะในอุตสาหกรรมเสื้อผ้าอัจฉริยะ หรือ Smart Clothing ที่กำลังทวีความสำคัญมากขึ้นเรื่อยๆ ล่าสุด ทีมนักวิจัยจากมหาวิทยาลัยฟูตั้น (Fudan University) ในนครเซี่ยงไฮ้ ประเทศจีน ได้สร้างปรากฏการณ์ครั้งสำคัญด้วยการพัฒนาชิปเซมิคอนดักเตอร์ที่มีขนาดเล็กบางเทียบเท่าเส้นผมมนุษย์ แต่กลับทรงประสิทธิภาพในระดับที่น่าทึ่ง นวัตกรรมดังกล่าวได้รับการตีพิมพ์เผยแพร่ในวารสารวิชาการระดับโลกอย่าง Nature ซึ่งถือเป็นกุญแจดอกสำคัญที่จะไขประตูสู่อนาคตของการผนวกเทคโนโลยีเข้ากับวิถีชีวิตประจำวันอย่างแนบเนียนที่สุด

นวัตกรรม 'วงจรรวมแบบเส้นใย' เมื่อคอมพิวเตอร์กลายเป็นเนื้อผ้า

ความท้าทายหลักของการพัฒนาเสื้อผ้าอัจฉริยะในอดีต คือข้อจำกัดทางกายภาพของการนำชิปคอมพิวเตอร์แบบดั้งเดิมไปติดแปะไว้บนเนื้อผ้า ซึ่งมักสร้างความรู้สึกเทอะทะและไม่เป็นธรรมชาติ รายงานจาก South China Morning Post ระบุว่าทีมวิจัยชุดนี้ได้เลือกที่จะฉีกกฎเกณฑ์เดิมๆ ด้วยการมุ่งเน้นไปที่การสร้างระบบคอมพิวเตอร์ที่สามารถกลมกลืนเป็นเนื้อเดียวกับโครงสร้างของผ้า แทนที่จะเป็นเพียงส่วนประกอบภายนอก เพื่อให้บรรลุเป้าหมายนี้ ทีมงานได้พัฒนารากฐานที่มีความยืดหยุ่นสูง เพื่อใช้รองรับวงจรอิเล็กทรอนิกส์ที่สมบูรณ์แบบ ก่อนจะนำมาม้วนประกอบเข้าด้วยกันจนมีลักษณะคล้ายเส้นด้าย ซึ่งทางทีมวิจัยได้ขนานนามนวัตกรรมนี้ว่า 'Fiber Integrated Circuits' หรือ FICs

แม้ว่าเส้นด้ายอัจฉริยะเหล่านี้จะมีขนาดเล็กจิ๋วไม่ต่างจากเส้นผมของมนุษย์ แต่ประสิทธิภาพภายในกลับสวนทางกับขนาดภายนอกอย่างสิ้นเชิง ชิปเหล่านี้มีความหนาแน่นของทรานซิสเตอร์สูงถึง 100,000 ตัวต่อเซนติเมตร ซึ่งสอดคล้องกับมาตรฐานอุตสาหกรรมสำหรับการผลิตวงจรรวมขนาดใหญ่มาก ศักยภาพดังกล่าวทำให้เส้นใยเหล่านี้มีพลังในการประมวลผลที่ทัดเทียมกับโปรเซสเซอร์ทั่วไป อีกทั้งการขยายความยาวของเส้นใยยังช่วยเพิ่มขีดความสามารถในการคำนวณ รองรับการส่งสัญญาณทั้งในรูปแบบดิจิทัลและอนาล็อกได้อย่างมีประสิทธิภาพ ซึ่งถือเป็นการทลายกำแพงข้อจำกัดด้านฮาร์ดแวร์ที่เคยมีมาในอดีต

บททดสอบความทนทาน สู่การใช้งานจริงในชีวิตประจำวัน

หนึ่งในคำถามสำคัญสำหรับเทคโนโลยีสวมใส่คือเรื่องของความทนทาน เนื่องจากการใช้งานจริงย่อมหลีกเลี่ยงไม่ได้ที่จะต้องเผชิญกับสภาวะแวดล้อมที่หลากหลาย จากการทดสอบในห้องปฏิบัติการ FICs ได้พิสูจน์ให้เห็นถึงความแข็งแกร่งที่น่าประทับใจ โดยสามารถทนต่อแรงเสียดทานและการบิดงอได้มากกว่า 10,000 รอบ นอกจากนี้ เส้นใยดังกล่าวยังมีความยืดหยุ่นสูง สามารถยืดออกได้ยาวอย่างน้อย 30 เซนติเมตร หรือประมาณ 12 นิ้ว และสามารถบิดเกลียวได้โดยไม่เกิดความเสียหายต่อวงจรภายใน ซึ่งเป็นคุณสมบัติที่จำเป็นอย่างยิ่งสำหรับการนำไปถักทอเป็นเสื้อผ้าที่ต้องมีการเคลื่อนไหวไปพร้อมกับผู้สวมใส่

นอกเหนือจากความยืดหยุ่นทางกายภาพแล้ว คุณสมบัติในการทนทานต่ออุณหภูมิและการซักล้างยังเป็นปัจจัยชี้วัดความเป็นไปได้ในเชิงพาณิชย์ ผลการทดสอบระบุว่าชิปเซมิคอนดักเตอร์แบบสวมใส่นี้สามารถทนความร้อนได้สูงถึง 100 องศาเซลเซียส (212 องศาฟาเรนไฮต์) และผ่านการทดสอบรอบการซักล้างได้มากกว่า 100 ครั้งโดยที่ประสิทธิภาพการทำงานไม่ลดลง ความสำเร็จจากการทดสอบเหล่านี้ทำให้ทีมวิจัยมีความมั่นใจว่า เทคโนโลยีเส้นใยอัจฉริยะดังกล่าวมีความพร้อมที่จะเข้าสู่กระบวนการผลิตแบบอุตสาหกรรมในอนาคตอันใกล้นี้ ซึ่งหากเกิดขึ้นจริง มันจะไม่ใช่เพียงแค่การเปลี่ยนแปลงอุปกรณ์ที่เราสวมใส่ แต่จะเป็นการปฏิวัติวิถีชีวิตที่เทคโนโลยีจะแทรกซึมอยู่ในทุกอณูของเครื่องแต่งกายอย่างแท้จริง

ที่มา: Tech Science Today

ลงทะเบียนเข้าสู่ระบบ เพื่ออ่านบทความฟรีไม่จำกัด

No comment

RELATED ARTICLE

Responsive image

ส่งฟรี ส่งด่วนภายใน 1 ชม. ประกอบและติดตั้งภายในวัน โฮมโปรปรับโฉม ‘HomePro App’ เชื่อมออนไลน์ ออฟไลน์ในแอปเดียว ‘สะดวก-ครบ-จบ-คุ้ม’

HomePro เปิดตัว HomePro App โฉมใหม่ วางตำแหน่งชัดว่าเป็น ‘Digital Home Solution’ ที่รวมสินค้า บริการ และบริการหลังการขายไว้ในแอปเดียว โดยใช้ประสบการณ์ด้านดิจิทัลกว่า 15 ปี ผสานกับเ...

Responsive image

สหรัฐฯ ยังใช้ Anthropic โจมตีอิหร่าน หลังทรัมป์สั่งแบน แหล่งข่าวแฉนี่ไม่ใช่ครั้งแรกที่ทำ เคยใช้จับกุม นีโคลัส มาดูโร มาก่อน

สรุปดราม่า Anthropic เมื่อ AI ถูกใช้ถล่มอิหร่านหลังทรัมป์ สั่งแบนเพียงไม่กี่ชั่วโมง พร้อมจับตาการโต้กลับทางกฎหมาย และก้าวต่อไปของเพนตากอนกับดีลใหม่จาก xAI และ OpenAI...

Responsive image

เครื่องพิมพ์ 3 มิติจาก MIT สร้างมอเตอร์ขยับได้ใน 3 ชม. ช่วยลดการพึ่งพา Supply Chain ในอนาคต

นักวิจัย MIT พัฒนาเครื่องพิมพ์ 3 มิติที่สามารถพิมพ์มอเตอร์ไฟฟ้าพร้อมชิ้นส่วนขยับได้สำเร็จใน 3 ชั่วโมง ด้วยต้นทุนเพียง 50 เซนต์ นวัตกรรมที่จะมาเปลี่ยนอนาคตการผลิตและห่วงโซ่อุปทานระด...