จีนประกาศวาระแห่งชาติ ชูธง Employment-First สร้างตำแหน่งงานใหม่ให้ประชาชน เป้าหมายคือ ลดการว่างงานยุค AI

เมื่อพูดถึงความก้าวหน้าของเทคโนโลยี AI หลายคนมักจะตั้งคำถามด้วยความกังวลว่า "AI จะมาแย่งงานมนุษย์หรือไม่?" แต่สำหรับประเทศมหาอำนาจทางเศรษฐกิจอย่างจีน พวกเขากำลังพยายามพลิกมุมมองนี้ให้เป็นโอกาส ด้วยการเปิดตัวแผนยุทธศาสตร์ชาติแบบจัดเต็มที่เน้นการจ้างงานเป็นอันดับแรก หรือ Employment-First โดยมีเป้าหมายสำคัญคือการใช้เทคโนโลยีขั้นสูงและอุตสาหกรรมเกิดใหม่ เป็นกลไกหลักในการปั๊มตำแหน่งงานและสร้างอาชีพใหม่ให้กับประชาชน

แผนดำเนินการสำหรับช่วงปี 2026-2030 ที่ประกาศโดยคณะมุขมนตรีแห่งรัฐ ถือเป็นความเคลื่อนไหวที่น่าจับตามองอย่างมาก เพราะนี่ไม่ใช่แค่เรื่องของเทคโนโลยี แต่เป็นเรื่องของความมั่นคงทางสังคมที่รัฐบาลปักกิ่งให้ความสำคัญสูงสุด

ตลาดแรงงานจีนกำลังเจอบททดสอบหนัก

ก่อนจะไปดูว่าจีนแก้ปัญหาอย่างไร เราต้องเข้าใจก่อนว่าทำไมรัฐบาลจีนถึงต้องเร่งขยับตัวในเรื่องนี้ ปัจจุบันตลาดแรงงานของจีนกำลังเผชิญกับแรงกดดันมหาศาล โดยเฉพาะใน 2 กลุ่มหลัก ได้แก่ เด็กจบใหม่และ แรงงานอพยพ

ตัวเลขจากช่วงต้นปีสะท้อนให้เห็นภาพที่น่ากังวลว่า 

  • กลุ่มคนหนุ่มสาว: อัตราการว่างงานพุ่งไปถึง 16.3% ในเดือนเมษายน โดยกว่า 70% ของคนหนุ่มสาวที่ว่างงานคือเด็กที่จบระดับมหาวิทยาลัย
  • กลุ่มแรงงานอพยพ: อัตราการว่างงานขยับขึ้นแตะ 5.7% ในเดือนมีนาคม ซึ่งเป็นจุดสูงสุดในรอบเกือบ 3 ปี ยิ่งไปกว่านั้น กลุ่มแรงงานวัย 50 ปีขึ้นไปที่มีการศึกษาน้อย เมื่อถูกเลิกจ้างมักจะหางานใหม่ได้ยากและต้องว่างงานเป็นเวลานาน

ปัญหาเหล่านี้เป็นผลพวงมาจากการชะลอตัวของการลงทุนและยอดค้าปลีกที่ลดลง ทำให้รัฐบาลต้องงัดมาตรการกระตุ้นขนานใหญ่ออกมารับมือ

ยุทธศาสตร์ Employment-First

แผนใหม่ล่าสุดของจีนกาง Roadmap ออกมาถึง 9 ด้าน แต่ไฮไลต์ที่วงการ Tech ต้องขีดเส้นใต้คือ การนำ AI มาใช้ในตลาดแรงงาน โดยไม่ได้มองว่า AI คือภัยคุกคาม แต่มองว่าเป็นเครื่องมือ

รัฐบาลจีนเตรียมสร้างตำแหน่งงานใหม่ ๆ ที่เกี่ยวข้องกับ AI โดยตรง พร้อมทั้งนำ AI ไปประยุกต์ใช้เพื่อยกระดับอุตสาหกรรมดั้งเดิมให้มีประสิทธิภาพสูงขึ้น ซึ่งนอกจากจะสร้างงานแล้ว จีนยังเตรียมความพร้อมด้วยการจัดเทรนนิ่งทักษะแห่งอนาคต เพื่อช่วยให้แรงงานสามารถปรับตัวและเปลี่ยนสายอาชีพ ได้อย่างราบรื่นที่สุด

แม้จะดูสวยงาม แต่ในความเป็นจริง จีนก็กำลังเผชิญกับเหรียญสองด้านของเทคโนโลยีเช่นกัน

จากแผนปฏิบัติการ AI Plus ที่ตั้งเป้าจะดันการนำ AI ไปใช้ในภาคส่วนสำคัญให้ถึง 70% ภายในปี 2027 และ 90% ภายในปี 2030 ส่งผลให้เริ่มมีข้อพิพาทด้านแรงงานและการเลิกจ้างพนักงานในหลายเมืองใหญ่แล้ว

นักวิชาการจากสถาบันสังคมศาสตร์แห่งชาติจีน ได้ออกมาสะท้อนความเป็นจริงว่า AI อาจเข้ามาทำลายมูลค่าทักษะพื้นฐานของเด็กจบใหม่ และในขณะเดียวกันก็ไปทำให้ช่องว่างทางดิจิทัลของแรงงานสูงวัยให้กว้างขึ้นไปอีก ด้วยเหตุนี้ กระทรวงทรัพยากรบุคคลของจีนจึงต้องเตรียมออกนโยบายเฉพาะเพื่อมารองรับผลกระทบ และมีมาตรการเยียวยาอุตสาหกรรมที่ถูก AI ดิสรัปต์ควบคู่กันไป

นอกจากนี้รัฐบาลจีนตระหนักดีว่าลำพังเพียงการพึ่งพาอุตสาหกรรม AI ย่อมไม่เพียงพอที่จะโอบรับจำนวนผู้ว่างงานมหาศาลได้ จึงมีความจำเป็นเร่งด่วนที่ต้องสร้างอุตสาหกรรมเกิดใหม่ขึ้นมาเป็นเสมือนฟองน้ำขนาดยักษ์เพื่อคอยซับแรงงานเหล่านี้

จีนได้พุ่งเป้าไปที่การเปิดพื้นที่ขุมทรัพย์แห่งอนาคต ไม่ว่าจะเป็นอุตสาหกรรมพลังงานและวัสดุใหม่เพื่อรองรับเทคโนโลยีอย่างรถยนต์อีวี การบุกเบิกเศรษฐกิจน่านฟ้าหรือธุรกิจที่เกี่ยวกับการบินระดับต่ำอย่างโดรนส่งของ ไปจนถึงกลุ่มธุรกิจรักษ์โลกที่เน้นความยั่งยืน ซึ่งทั้งหมดนี้คือฟันเฟืองใหม่ที่จะมาช่วยสร้างตำแหน่งงานจำนวนมหาศาล

แต่สิ่งที่น่าจับตามองและถือเป็นไฮไลต์สำคัญที่สุดของยุทธศาสตร์นี้ คือ การบุกเบิกภาคเศรษฐกิจทางทะเล ซึ่งรัฐบาลจีนไม่ได้มองหยุดอยู่แค่งานประมงหรืองานเดินเรือแบบดั้งเดิมอีกต่อไป ล่าสุดสี่กระทรวงหลักของจีนได้จับมือกันผุดแคมเปญทลายกำแพงสายอาชีพ ด้วยการดึงเอาแรงงานทักษะสูง วิศวกร หรือผู้เชี่ยวชาญด้าน AI ที่เคยทำงานอยู่บนบก ให้ย้ายข้ามสายไปลุยโปรเจกต์ล้ำยุคทางทะเลแทน 

ภาพที่เราจะได้เห็นคือการนำคนเก่งเหล่านี้ไปพัฒนาเรือขนส่งสินค้าไร้คนขับ สร้างโดรนสำรวจใต้ทะเลลึก หรือพัฒนาระบบท่าเรืออัจฉริยะ เป้าหมายหลักของจีนก็คือการพลิกโฉมท้องทะเลให้กลายเป็นทั้งแหล่งทำเงินแห่งใหม่และแหล่งจ้างงานไฮเทคขนาดใหญ่ของประเทศ

การเดินหมากของจีนในครั้งนี้สะท้อนให้เห็นถึงวิสัยทัศน์และความพยายามอย่างหนัก ในการรักษาสมดุลระหว่างสองขั้ว นั่นคือการผลักดันประเทศให้ทะยานไปข้างหน้าด้วยเทคโนโลยีขั้นสูง ควบคู่ไปกับการดูแลความอยู่รอดของประชาชนให้มีงานทำ นี่จึงเป็นกรณีศึกษาระดับโลกที่น่าติดตามอย่างยิ่งว่า ท้ายที่สุดแล้วยุทธศาสตร์ดังกล่าวจะสามารถผลักดันให้ AI กลายเป็นฟันเฟืองชิ้นสำคัญที่ช่วยปลดล็อกวิกฤติคนว่างงานได้สำเร็จ หรือจะกลายเป็นตัวเร่งปฏิกิริยาที่ทำให้คนตกงานเร็วกว่าเดิม

อ้างอิง: scmp

ลงทะเบียนเข้าสู่ระบบ เพื่ออ่านบทความฟรีไม่จำกัด

No comment

RELATED ARTICLE

Responsive image

Reddit เตรียมตามรอย TikTok เปลี่ยนกระทู้เป็น ‘คลิปสั้น-เสียงบรรยาย’ ซุ่มทดสอบฟีเจอร์นี้แล้ว

Reddit ซุ่มทดสอบฟีเจอร์ใหม่ Video Reddit เปลี่ยนกระทู้ข้อความยอดฮิตเป็นวิดีโอและเสียงบรรยายสไตล์ TikTok ตอบโจทย์สายฟัง ไม่ต้องนั่งอ่านเอง...

Responsive image

กรุงศรี ฟินโนเวต ลงทุน 3 สตาร์ตอัประดับโลก รุก AI InsurTech และ FinTech

กรุงศรี ฟินโนเวต Corporate Venture Capital (CVC) ในเครือกรุงศรี เปิดเผยพอร์ตการลงทุนในช่วง 7 เดือนแรกของปี 2569 โดยลงทุนใน 3 สตาร์ตอัปต่างประเทศ ได้แก่ Alpaca, Qoala และ Whale ครอบ...

Responsive image

“เอกนิติ – บีโอไอ” ผลักดันลงทุนจริง ไตรมาสสองทะลุ 2.5 แสนล้าน พุ่ง 31% รวมครึ่งปี 5.3 แสนล้าน

บีโอไอเผยครึ่งแรกปี 2569 มีเงินลงทุนจริงกว่า 535,800 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 27% นำโดยอุตสาหกรรม AI ดิจิทัล และพลังงานสะอาด คาดสร้างงานคนไทยกว่า 630,000 ตำแหน่ง...