ทุนจีนดันไทยเป็นฐานที่ตั้งการผลิตแห่งใหม่ ตั้งรับภัยสงครามการค้าจีน-สหรัฐฯ ส่งให้ตลาดรถยนต์ EV-อิเล็กทรอนิกส์พุ่งแรง

ท่ามกลางความกังวลเกี่ยวกับความตึงเครียดทางการค้าระหว่างจีนและสหรัฐอเมริกาในยุคประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์สมัยที่สอง ส่งผลให้บริษัทจีนหลายแห่งทั้งในอุตสาหกรรมรถยนต์ EV และอิเล็กทรอนิกส์ได้พร้อมใจเร่งขยายฐานธุรกิจในประเทศไทย เพื่อรับมือกับผลกระทบจากสงครามการค้าที่อาจปะทุขึ้นอีกครั้ง

การไหลบ่าของทุนจีนมายังประเทศไทย สะท้อนให้เห็นถึงการปรับตัวครั้งใหญ่ของภาคธุรกิจจีน ในช่วงหลายปีที่ผ่านมา บริษัทจีนเริ่มมองหาทางเลือกอื่นนอกเหนือจากจีนแผ่นดินใหญ่ เพื่อลดความเสี่ยงทางด้านการค้า และประเทศไทยกลายเป็นเป้าหมายที่ได้รับความสนใจเป็นพิเศษ ด้วยปัจจัยด้านทำเลที่ตั้งที่ได้เปรียบ ต้นทุนการผลิตที่แข่งขันได้ และนโยบายส่งเสริมการลงทุนจากภาครัฐที่เอื้ออำนวย

รถยนต์ไฟฟ้า: หัวเรือใหญ่ของการลงทุน

อุตสาหกรรมยานยนต์ไฟฟ้าเป็นหนึ่งในภาคส่วนที่มีการลงทุนจากจีนอย่างเห็นได้ชัด ผู้ผลิตรถยนต์ไฟฟ้ารายใหญ่อย่าง BYD ได้เข้ามาตั้งโรงงานประกอบรถยนต์ในจังหวัดระยอง พร้อมทั้งจ้างแรงงานชาวจีนจำนวนมากเข้ามาทำงานในโรงงานจำนวนมาก นอกจาก BYD แล้ว ยังมีบริษัทรถยนต์จีนอื่นๆ อาทิ Changan Automobil, GAC Group, MG (เครือ SAIC Motor) และ Great Wall Motor ที่เข้ามาตั้งฐานการผลิตในพื้นที่ภาคตะวันออกของไทยเช่นกัน 

การเข้ามาลงทุนของผู้ผลิตรถยนต์จีน ยังส่งผลให้ธุรกิจที่เกี่ยวข้อง เช่นผู้ผลิตชิ้นส่วนรถยนต์และผู้ผลิตแบตเตอรี่ ต้องพากันเข้ามาตั้งฐานการผลิตตามมาอย่างไม่ขาดสาย โดยมีซัพพลายเออร์ชิ้นส่วนรถยนต์ที่ได้รับการสนับสนุนจากจีนเพิ่มขึ้นจากหลักสิบราย ในปี 2019 เป็นกว่า 130 รายภายในเวลาไม่กี่ปี

จากข้อมูลของ MarkLines ผู้ให้บริการข้อมูลอุตสาหกรรมยานยนต์ นอกจากนี้ ผู้ผลิตแบตเตอรี่ชั้นนำ เช่น SVOLT Energy Technology, CALB Group และ Gotion High-Tech ก็ได้เข้ามาตั้งฐานการผลิตในไทยเช่นกัน

เครื่องใช้ไฟฟ้าและอิเล็กทรอนิกส์: ตลาดที่กำลังเติบโต

นอกเหนือจากอุตสาหกรรมยานยนต์แล้ว ผู้ผลิตเครื่องใช้ไฟฟ้าและอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์จากจีนก็เริ่มให้ความสนใจกับตลาดไทยมากยิ่งขึ้น โดย Haier Group เตรียมสร้างโรงงานผลิตเครื่องปรับอากาศอัจฉริยะในไทยด้วยเงินลงทุน 13,500 ล้านบาท (389 ล้านดอลลาร์สหรัฐ) ซึ่งจะสามารถผลิตได้ประมาณ 6 ล้านเครื่องต่อปี โดย 85% ของผลผลิตจะส่งออกไปยังต่างประเทศ

ผลกระทบที่ตามมาจากทุนจีนที่มากขึ้น

ตามข้อมูลจากคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (BOI) พบว่าการยื่นขอรับการส่งเสริมการลงทุนจากบริษัทจีนเพิ่มขึ้นร้อยละ 18 คิดเป็นมูลค่า 1.14 แสนล้านบาทในช่วงเก้าเดือนแรกของปี 2024 ในขณะที่การยื่นขอจากบริษัทญี่ปุ่นลดลงร้อยละ 18 เหลือเพียง 3.55 หมื่นล้านบาท สอดคล้องกับข้อมูลจาก WHA Group ที่เผยว่า ร้อยละ 65 ของผู้ซื้อที่ดินในนิคมอุตสาหกรรมระหว่างปี 2020 ถึงกลางปี 2024 เป็นบริษัทจีน สะท้อนให้เห็นถึงการเพิ่มขึ้นของแรงงานจีนในไทย โดยกระทรวงแรงงานรายงานว่า มีการออกใบอนุญาตทำงานให้ชาวจีน 40,053 รายในปี 2024 ซึ่งมากที่สุดเมื่อเทียบกับสัญชาติอื่น ๆ และเพิ่มขึ้น 2.2 เท่าเมื่อเทียบกับปี 2015

การขยายตัวของธุรกิจจีนได้นำไปสู่การเกิด "ไชน่าทาวน์" แห่งใหม่ในพื้นที่ใกล้เขตอุตสาหกรรม เช่น อมตะซิตี้ ระยอง ที่ซึ่งมีคอนโดมิเนียมประมาณ 10 แห่ง รองรับชาวจีนกว่า 6,000 คน และร้านอาหารจีน รวมถึงร้านค้าอื่น ๆ เพื่อชาวจีนเต็มพื้นที่เชิงพาณิชย์

การกลับมาของโดนัลด์ ทรัมป์สู่ทำเนียบขาว ได้กลายเป็นปัจจัยเร่งให้บริษัทจีนตัดสินใจย้ายฐานการผลิตมายังประเทศไทย โดยการเข้ามาลงทุนนี้ เป็นทั้งการหลีกเลี่ยงผลกระทบจากสงครามการค้า และเป็นการเปิดโอกาสในการขยายธุรกิจสู่ตลาดเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ที่กำลังเติบโต

ประเทศไทยจำเป็นต้องจับตาและเตรียมพร้อมรับมือกับปรากฏการณ์นี้  เพราะนอกจากการเข้ามาของทุนจีนจะเปลี่ยนแปลงภูมิทัศน์ทางเศรษฐกิจของไทยแล้ว ยังอาจส่งผลต่อความสัมพันธ์ระหว่างประเทศในภูมิภาคอีกด้วย สิ่งที่สำคัญคือ ประเทศไทยควรพิจารณาอย่างรอบคอบและเตรียมพร้อมสำหรับคลื่นการลงทุนครั้งนี้ เพื่อสร้างการเติบโตที่ยั่งยืนในระยะยาว

อ่านต่อ: asia.nikkei


ลงทะเบียนเข้าสู่ระบบ เพื่ออ่านบทความฟรีไม่จำกัด

No comment

RELATED ARTICLE

Responsive image

Reddit เตรียมตามรอย TikTok เปลี่ยนกระทู้เป็น ‘คลิปสั้น-เสียงบรรยาย’ ซุ่มทดสอบฟีเจอร์นี้แล้ว

Reddit ซุ่มทดสอบฟีเจอร์ใหม่ Video Reddit เปลี่ยนกระทู้ข้อความยอดฮิตเป็นวิดีโอและเสียงบรรยายสไตล์ TikTok ตอบโจทย์สายฟัง ไม่ต้องนั่งอ่านเอง...

Responsive image

กรุงศรี ฟินโนเวต ลงทุน 3 สตาร์ตอัประดับโลก รุก AI InsurTech และ FinTech

กรุงศรี ฟินโนเวต Corporate Venture Capital (CVC) ในเครือกรุงศรี เปิดเผยพอร์ตการลงทุนในช่วง 7 เดือนแรกของปี 2569 โดยลงทุนใน 3 สตาร์ตอัปต่างประเทศ ได้แก่ Alpaca, Qoala และ Whale ครอบ...

Responsive image

“เอกนิติ – บีโอไอ” ผลักดันลงทุนจริง ไตรมาสสองทะลุ 2.5 แสนล้าน พุ่ง 31% รวมครึ่งปี 5.3 แสนล้าน

บีโอไอเผยครึ่งแรกปี 2569 มีเงินลงทุนจริงกว่า 535,800 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 27% นำโดยอุตสาหกรรม AI ดิจิทัล และพลังงานสะอาด คาดสร้างงานคนไทยกว่า 630,000 ตำแหน่ง...