กระทรวงดิจิทัลฯ และ depa จับมือ 4 จังหวัดภาคกลาง นำร่องส่งเสริมการใช้เทคโนโลยีดิจิทัล ตั้งเป้าขยาย 300 ชุมชนทั่วประเทศไทย | Techsauce

กระทรวงดิจิทัลฯ และ depa จับมือ 4 จังหวัดภาคกลาง นำร่องส่งเสริมการใช้เทคโนโลยีดิจิทัล ตั้งเป้าขยาย 300 ชุมชนทั่วประเทศไทย

กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (DES) และ สำนักงานส่งเสริมเศรษฐกิจดิจิทัล หรือ depa ร่วมแถลงผ่านงาน "โครงการส่งเสริมการประยุกต์ใช้เทคโนโลยีดิจิทัลในพื้นที่ชุมชน: Hand in Hand Digitized Community" ที่ได้ทำร่วมกับ 4 จังหวัดนำร่องในภาคกลาง เร่งกระจายความเจริญสู่ท้องถิ่น ผ่านการส่งเสริมและสนับสนุนให้เกิดการประยุกต์ใช้ดิจิทัลในการแก้ไขปัญหาและบริหารจัดการธุรกิจ เพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตของคนในพื้นที่ และเตรียมพร้อมสู่การเป็นเมืองน่าอยู่ พร้อมตั้งเป้าขยายผลความสำเร็จสู่ 300 ชุมชนทั่วประเทศภายในปี 2564 นี้

DES

นายชัยวุฒิ ธนาคมานุสรณ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (DES) กล่าวว่า กระทรวงดิจิทัลฯ กำลังเร่งดำเนินการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานด้านดิจิทัลให้ครอบคลุมทุกพื้นที่ เพื่อเป็นการกระจายความเจริญรุ่งเรืองทางเศรษฐกิจและเทคโนโลยีให้เข้าถึงทุกภูมิภาคทั่วประเทศ อีกทั้งยังเป็นการสร้างฐานรากให้ทุกชุมชนเข้มแข็ง สามารถพึ่งพาตนเองได้อย่างมั่นคง และยั่งยืน โดยทาง DES ยังได้มีการเร่งให้เกิดการสร้างและพัฒนาตามโครงสร้างพื้นฐานที่ทางกระทรวงฯ ได้วางไว้ ทั้งอินเทอร์เน็ต และ 5G และในอนาคตทางกระทรวงฯ จะมีการส่งเสริมให้เกิดการพัฒนาอีก 6 เรื่อง เพื่อรองรับการเปลี่ยนแปลงในอนาคต ดังนี้

  • Digital Payment ที่ได้เริ่มตั้งต้นมาด้วยบริการ พร้อมเพย์ และการจ่ายเงินรูปแบบออนไลน์ต่าง ๆ จนทำให้ในปัจจุบันประเทศไทยมีการใช้จ่ายผ่านช่องทางออนไลน์ของธนาคารเป็นอันดับต้น ๆ ของโลก

  • Digital ID ที่สามารถนำมาใช้ยืนยันตัวตนได้อย่างชัดเจนบนโลกดิจิทัล เสมือนเป็นการแสดงบัตรประชาชน

  • แพลตฟอร์มด้าน Logistic เพื่อช่วยในการสนับสนุนการค้า และการส่งออกสินค้า

  • โครงสร้างพื้นฐานด้านข้อมูล หรือ Big Data ที่จะเป็นกลไกสำคัญในการเชื่อมโยงข้อมูลทั้งหมดในประเทศ

  • วางระบบ Electronic Location Identifier โดยให้ไปรษณีย์ไทย และหน่วยงานที่เกี่ยวห้องในการพัฒนาให้ประชาชนสามารถกำหนด Location ในการซื้อขายบนโลกดิจิทัล เพื่อเพิ่มความสะดวกรวดเร็วในการใช้งาน

  • Cybersecurity เพิ่มความมั่นคง และปลอดภัยในการใช้งานเทคโนโลยีดิจิทัลทั้งหมด

พร้อมกันนี้ ยังได้มอบหมายให้ สำนักงานส่งเสริมเศรษฐกิจดิจิทัล หรือ depa เร่งกระจายความเจริญสู่ชุมชนในชนบท ผ่านการส่งเสริมและสนับสนุนให้ประชาชนสามารถเข้าถึงและประยุกต์ใช้เทคโนโลยีดิจิทัลจาก Digital Startup ที่เชื่อถือได้ นำร่องด้วยการบูรณาการการทำงานกับ 4 จังหวัดในพื้นที่ภาคกลาง ประกอบด้วยจังหวัดนนทบุรี ปทุมธานี พระนครศรีอยุธยา และสุพรรณบุรี ซึ่งได้รับความร่วมมือจากผู้ว่าราชการจังหวัดและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเป็นอย่างดี

depa

ดร.ณัฐพล นิมมานพัชรินทร์ ผู้อำนวยการใหญ่ depa กล่าวว่า depa ทำงานเพื่อส่งเสริมให้เกิดกำลังคน และเพื่อขับเคลื่อนเศรษฐกิจ ภายใต้การกำกับดูแลของ DES ซึ่งตั้งแต่ทางรัฐบาลมีการวางโครงสร้างพื้นฐาน ทาง depa ก็ได้ส่งเสริมและสนับสนุนการประยุกต์ใช้เทคโนโลยีดิจิทัลในมิติต่าง ๆ ไปแล้วกว่า 900 โครงการทั่วประเทศ ทำให้เกิดมูลค่าทางเศรษฐกิจมากกว่า 20,000 ล้านบาท 

ในภาคเศรษฐกิจจะเน้นไปที่การตั้งดิจิทัลวิสาหกิจเริ่มต้น หรือ Digital Startup โดยตอนนี้ได้ทำการ Matching เพื่อลงไปช่วยร้านค้า หาบเร่ แผงลอย ตลาดสด และโรงแรมขนาดเล็ก กว่า 6,000 ราย และเกิดการประยุกต์ใช้เทคโนโลยีของ Startup ไปไม่น้อยกว่า 9,000 ล้านบาท 

ในส่วนของภาคสังคม ทาง DES และ depa ก็ได้เข้าไปช่วยในการยกระดับความรู้ของคนกว่า 10,000 คน ซึ่งครอบคลุมไปถึงกลุ่มผู้สูงอายุ ผู้เปราะบาง และกลุ่มคนพิการ ให้สามารถประยุกต์ใช้เทคโนโลยีดิจิทัลได้ นอกจากนี้ยังมีการสนับสนุนการสร้าง “ชุมชนดิจิทัล” แล้วกว่า 234 ชุมชน และตั้งเป้าจะทำให้ได้มากกว่า 300 ชุมชนภายในปีนี้ ซึ่งชุมชนส่วนใหญ่จะเน้นไปที่ภาคเกษตรกรรม ในการใช้โดรนในการทำงาน มีบริการเดลิเวอรี่เพื่อลดต้นทุนในการดำเนินกิจการให้ประชาชน และมีการใช้ระบบ IoT เพื่อการเกษตร ทั้งการรดน้ำ การจัดการเชิงปศุสัตว์ และ ERP ในการจัดการวัตถุดิบเพื่อการส่งออกหรือเพื่อการค้าขาย ทั้งนี้ต้องการให้ชุมชนสามารถยืนได้ด้วยตัวเอง และมีความยั่งยืน

ทั้งนี้ได้มีการนำร่อง 4 จังหวัดภาคกลาง ในการสนับสนุนการสร้างชุมชนดิจิทัล ซึ่งได้รับเกียรติจากผู้ว่า และรองผู้ว่าราชการจังหวัดทั้ง 4 มานำเสนอผลการทำงาน ดังต่อไปนี้

  • จังหวัดพระนครศรีอยุธยา นำเสนอถึง โครงการส่งเสริมและพัฒนาระบบ ERP บริหารงานด้านธุรกิจเกษตร โดยวิสาหกิจชุมชนบ้านนาคูร่วมใจพัฒนา ที่นำเอาระบบ ERP มาใช้ในการยกระดับเศรษฐกิจชุมชน เพิ่มจำนวนผลผลิต และลดต้นทุนต่าง ๆ 

  • จังหวัดนนทบุรี แถลงถึง โครงการโดรนเกษตรวิถีใหม่ โดยวิสาหกิจชุมชนศูนย์ข้าวชุมชนตำบลบ้านใหม่ อำเภอบางใหญ่ จังหวัดนนทบุรี ที่นำโดรนมาเป็นเครื่องมือช่วยเหลือทางการเกษตร เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการเพาะปลูก ลดต้นทุน ประหยัดเวลา และลดการใช้แรงงาน

  • จังหวัดปทุมธานี นำเสนอ โครงการสวนเราเกษตรอินทรีย์อัจฉริยะ โดยวิสาหกิจชุมชนสวนเราเกษตรอินทรีย์หนองเสือ อำเภอหนองเสือ จังหวัดปทุมธานี ซึ่งใช้เทคโนโลยีในการบริหารจัดการฟาร์มอัจฉริยะ (Smart Farming) เพื่ออำนวยความสะดวกในการดำเนินงาน ช่วยเพิ่มผลผลิต และกำไรให้แก่ชุมชน

  • จังหวัดสุพรรณบุรี มาร่วมแถลงถึง โครงการยกระดับสินค้าและการบริการด้วยดิจิทัลแพลตฟอร์ม โดยวิสาหกิจชุมชนท่องเที่ยววิถีชุมชน ตำบลบ้านแหลม จังหวัดสุพรรณบุรี ที่มาช่วยยกระดับเศรษฐกิจชุมชนในการสร้างรายได้ สร้างอาชีพให้เพิ่มขึ้น อีกทั้งยังเพิ่มจำนวนนักท่องเที่ยว ทำให้รายได้ของชุมชนเพิ่มขึ้นตามมา

ทั้งนี้ การเดินหน้าเพื่อพัฒนาและยกระดับให้ชุมชนต่าง ๆ ของประเทศไทยได้มีการปรับใช้เทคโนโลยีดิจิทัลเข้าไปช่วยในการทำงาน และการดำเนินชีวิตตามวิถีของชุมชน ทางกระทรวงดิจิทัลฯ และ depa หวังว่าสิ่งนี้จะช่วยสร้างความยั่งยืนให้ชุมชน ตามวิสัยทัศน์ที่ต้องการให้คนไทย ‘think faster and live better’ เพื่อปูทางสู่การเป็นเมืองน่าอยู่ เพื่อความอยู่ดีมีสุขแก่ภาคประชาชน รองรับการเข้าสู่ยุคเศรษฐกิจและสังคมดิจิทัลต่อไป


RELATED ARTICLE

Responsive image

สุขสันต์วันเกิด Google! ครบรอบ 23 ปีแล้ว

ปัจจุบันมีการค้นหาข้อมูลต่างๆบน Google นับพันล้านครั้ง และค้นหาในภาษาต่างๆมากกว่า 150 ภาษาทั่วโลก...

Responsive image

Xiaomi ลงทุนใน Black Sesame สตาร์ทอัพผลิตชิปยานยนต์ไร้คนขับ

Black Sesame Technologies ผู้พัฒนาชิปประมวลผลยานยนต์ไร้คนขับด้วย AI ได้กล่าวว่าขณะนี้มูลค่า Startup แตะขึ้นระดับ 2 พันล้านดอลลาร์แล้ว หลังจากที่ได้ระดมทุนจากนักลงทุนหลายราย นำโดย H...

Responsive image

คุณฐากร ปิยะพันธ์ ลาออกจาก CEO เครือไทยโฮลดิ้งส์ มีผล 1 ธันวาคมนี้

คุณฐากร ปิยะพันธ์ ลาออกจาก CEO เครือไทยโฮลดิ้งส์ มีผล 1 ธันวาคมนี้...