
Eight Sleep สตาร์ทอัพเทคโนโลยีด้าน Sleep Tech ประกาศระดมทุนรอบกลยุทธ์มูลค่า 50 ล้านดอลลาร์ โดยมี Tether Investments เป็นผู้นำการลงทุน ส่งผลให้มูลค่าบริษัทพุ่งสูงถึง 1.5 พันล้านดอลลาร์ในปัจจุบัน การระดมทุนครั้งนี้เกิดขึ้นต่อเนื่องจากรอบ 100 ล้านดอลลาร์เมื่อเดือนสิงหาคมปีก่อน โดยมีนักลงทุนชื่อดังอย่าง Founders Fund และ Y Combinator เข้าร่วมสนับสนุน ทำให้ปัจจุบันบริษัทระดมทุนสะสมไปแล้วกว่า 310 ล้านดอลลาร์ และสามารถสร้างกระแสเงินสดได้อย่างเป็นบวกในปี 2025 ที่ผ่านมา
Eight Sleep เริ่มต้นจากการเป็นสตาร์ทอัพที่พัฒนาอุปกรณ์เสริมสำหรับที่นอนอัจฉริยะ ซึ่งสามารถติดตามรูปแบบการนอนของผู้ใช้ และปรับอุณหภูมิของเตียงให้เหมาะสมแบบอัตโนมัติ โดยระบบสามารถวิเคราะห์ข้อมูลการนอนเชิงลึก ทั้งระยะเวลา คุณภาพการนอน และอุณหภูมิร่างกาย เพื่อนำมาปรับสภาพแวดล้อมบนเตียงให้เหมาะกับผู้ใช้แต่ละคนแบบเรียลไทม์ ปัจจุบันบริษัทจัดส่งสินค้าไปแล้วมากกว่า 34 ประเทศทั่วโลก และกำลังขยับขยายสู่ตลาดการแพทย์ โดยอยู่ระหว่างการยื่นขออนุมัติจากองค์การอาหารและยาแห่งสหรัฐอเมริกา (FDA) สำหรับผลิตภัณฑ์ที่สามารถตรวจจับและบรรเทาอาการหยุดหายใจขณะหลับก้าวต่อไปกับ AI ดูแลการนอนอัตโนมัติ
Matteo Franceschetti ผู้ร่วมก่อตั้งและซีอีโอของ Eight Sleep ระบุว่า เป้าหมายของบริษัทคือการสร้างระบบที่เข้าใจร่างกายของผู้ใช้ได้ลึกซึ้งยิ่งขึ้นในทุกคืน โดยบริษัทกำลังพัฒนา ‘AI Agent’ ที่ออกแบบมาเพื่อดูแลการนอนโดยเฉพาะ ระบบนี้จะควบคุมองค์ประกอบต่าง ๆ ของเตียง ทั้งอุณหภูมิ ระดับความสูง และความนุ่มของที่นอนแบบเชิงรุก เพื่อป้องกันการรบกวนระหว่างนอนหลับ
AI จะทำการจำลองสถานการณ์การนอนหลากหลายรูปแบบก่อนที่ผู้ใช้จะเข้านอน เพื่อเตรียมสภาพแวดล้อมที่เหมาะสมที่สุดสำหรับการพักผ่อน โดยโมเดล AI นี้ถูกฝึกจากข้อมูลการนอนที่เป็นกรรมสิทธิ์เฉพาะ ของบริษัท ซึ่งผลการทดลองเบื้องต้นพบว่าผู้ใช้หลายคนเริ่มปรับพฤติกรรมการใช้ชีวิตตามคำแนะนำของระบบ เช่น การเปลี่ยนเวลาออกกำลังกาย การลดการดื่มคาเฟอีน หรือการปรับเวลานอน
การระดมทุนรอบล่าสุดสะท้อนให้เห็นว่าตลาด Sleep Tech กำลังขยายตัวต่อเนื่อง และเทคโนโลยีเกี่ยวกับการนอนกำลังถูกมองเป็นส่วนหนึ่งของระบบดูแลสุขภาพยุคใหม่ โดยในการแข่งขันด้านอุปกรณ์ควบคุมอุณหภูมิ Eight Sleep ต้องเผชิญกับคู่แข่งอย่าง BedJet และ ChiliPad ขณะที่ในตลาดอุปกรณ์ติดตามการนอน คู่แข่งสำคัญคือ Oura Health และ Whoop
แม้จะเติบโตอย่างรวดเร็ว แต่บริษัทเคยเผชิญบทเรียนสำคัญเมื่อเดือนตุลาคมที่ผ่านมา เมื่อระบบ AWS ขัดข้องจนที่นอนอัจฉริยะไม่สามารถเชื่อมต่อเซิร์ฟเวอร์ได้ ส่งผลให้ที่นอนร้อนเกินไป เหตุการณ์ดังกล่าวทำให้บริษัทต้องเร่งพัฒนาโหมดสำรอง เพื่อให้ผลิตภัณฑ์ยังคงใช้งานได้ในกรณีที่ระบบเครือข่ายมีปัญหา ซึ่งถือเป็นบทเรียนที่สำคัญในการนำเทคโนโลยีมาปรับใช้กับคุณภาพชีวิตของผู้ใช้งานอย่างยั่งยืนในระยะยาว
อ้างอิง: techcrunch
ลงทะเบียนเข้าสู่ระบบ เพื่ออ่านบทความฟรีไม่จำกัด