สำนักงานบริหารการบินแห่งชาติของสหรัฐฯ (FAA) อนุมัติโครงการนำร่องเพื่อทดสอบ เครื่องบินไฟฟ้าแบบขึ้นลงแนวดิ่ง (eVTOL) ซึ่งเป็นเทคโนโลยีเบื้องหลัง 'แท็กซี่บินได้' โดยเปิดทางให้บริษัทผู้พัฒนาอากาศยานรุ่นใหม่สามารถเริ่มการทดสอบในวงกว้างได้เร็วที่สุดภายในช่วงฤดูร้อนปีนี้ ครอบคลุมพื้นที่ใน 26 รัฐทั่วสหรัฐฯ
โครงการดังกล่าวมีระยะเวลา 3 ปี และเป็นส่วนหนึ่งของความพยายามของรัฐบาลสหรัฐฯ ที่ต้องการเร่งพัฒนาเทคโนโลยีการบินยุคใหม่ ทั้งเพื่อการเดินทางส่วนบุคคล การบินระยะภูมิภาค การขนส่งสินค้า และการใช้งานด้านการแพทย์ฉุกเฉิน โดยมีเป้าหมายสำคัญคือทำให้บริษัทสหรัฐฯ เป็นผู้นำในอุตสาหกรรมอากาศยานแห่งอนาคต

โครงการนำร่องนี้มีชื่อว่า Advanced Air Mobility and Electric Vertical Takeoff and Landing Integration Pilot Program ซึ่งถูกประกาศเมื่อปีที่ผ่านมา ผ่านคำสั่งฝ่ายบริหารของประธานาธิบดีสหรัฐฯ เพื่อเร่งการพัฒนาและทดสอบอากาศยานไฟฟ้ารุ่นใหม่
ตามปกติแล้ว เครื่องบินรุ่นใหม่ต้องผ่านกระบวนการรับรองจาก FAA ซึ่งอาจใช้เวลาหลายปีและต้องใช้เงินลงทุนหลายร้อยล้านดอลลาร์ แต่โครงการนี้จะเปิดโอกาสให้บริษัทสามารถ ทดสอบการใช้งานจริงในระบบน่านฟ้า ได้ก่อนที่จะได้รับการรับรองเต็มรูปแบบ
บริษัทที่เข้าร่วมโครงการ ได้แก่ Archer Aviation, Beta Technologies, Joby Aviation, และ Wisk รวมถึงบริษัทอื่น ๆ ที่กำลังพัฒนาอากาศยานไฟฟ้ารุ่นใหม่
หนึ่งในโครงการสำคัญคือความร่วมมือระหว่าง Port Authority of New York and New Jersey กับบริษัทอย่าง Archer, Beta, Electra และ Joby เพื่อทดลองแนวคิดการให้บริการ แท็กซี่บินได้ โดยมีแผนใช้ Manhattan Heliport เป็นจุดปฏิบัติการ
ขณะเดียวกัน Texas Department of Transportation จะร่วมมือกับ Archer, Beta, Joby และ Wisk เพื่อทดลองเที่ยวบินระดับภูมิภาค เชื่อมต่อเมืองสำคัญอย่าง Dallas – Austin – San Antonio – Houston
แนวคิดคือการสร้าง เครือข่ายแท็กซี่บินได้ระดับภูมิภาค ที่สามารถขยายการเดินทางจากศูนย์กลางเมืองไปยังพื้นที่โดยรอบได้
นอกจากการเดินทางในเมืองแล้ว หลายโครงการยังเน้นการใช้งานด้านอื่น เช่น
ขณะเดียวกันบางโครงการยังมีขอบเขตการทดลองขนาดใหญ่ เช่น โครงการที่นำโดยรัฐ Utah ซึ่งจะทดสอบเครื่องบินรุ่นใหม่ในพื้นที่ตั้งแต่ Pacific Northwest ไปจนถึง Rocky Mountains
การได้รับคัดเลือกให้เข้าร่วมโครงการนำร่องนี้ถือเป็นข่าวดีสำหรับบริษัทในอุตสาหกรรม eVTOL หลายรายที่จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์
Kyle Clark ผู้ก่อตั้งและ CEO ของ Beta Technologies ระบุว่า การเข้าร่วมโครงการจะช่วยให้บริษัทสามารถเริ่มปฏิบัติการเครื่องบินได้ เร็วกว่ากำหนดเดิมถึง 1 ปี ส่งผลให้ราคาหุ้นของบริษัทพุ่งขึ้นเกือบ 12% ในวันเดียว
ขณะเดียวกันหุ้นของ Archer Aviation และ Joby Aviation ก็ปรับตัวเพิ่มขึ้นเช่นกัน หลังนักลงทุนมองว่าโครงการนี้อาจเร่งให้เทคโนโลยีแท็กซี่บินได้เข้าสู่ตลาดเร็วขึ้น
หนึ่งในบริษัทที่เดินหน้าเร็วที่สุดคือ Archer Aviation ซึ่งกำลังพัฒนา eVTOL รุ่น Midnight ที่สามารถโดยสารได้ 4 คน โดยบริษัทตั้งเป้าเปิดให้บริการแท็กซี่บินได้ใน Los Angeles ก่อนการแข่งขันโอลิมปิกปี 2028
ผู้บริหาร FAA ระบุว่า โครงการนำร่องนี้จะช่วยสร้าง ประสบการณ์การใช้งานจริง เพื่อนำไปกำหนดมาตรฐานด้านความปลอดภัย และวางแนวทางสำหรับการขยายบริการ Advanced Air Mobility (AAM)ในอนาคต
หากการทดสอบประสบความสำเร็จ แท็กซี่บินได้ที่เคยเป็นเพียงภาพในนิยายไซไฟ อาจกลายเป็นส่วนหนึ่งของระบบขนส่งเมืองใหญ่ในอีกไม่กี่ปีข้างหน้า
อ้างอิง: TechCrunch
ลงทะเบียนเข้าสู่ระบบ เพื่ออ่านบทความฟรีไม่จำกัด