คำทำนาย Elon Musk ชี้ AGI จะมาในปี 2026 และเปลี่ยนโลกให้ทุกอย่างเกือบฟรี จริงหรือ ?

กลายเป็นประเด็นร้อนทันที เมื่อมหาเศรษฐีเบอร์หนึ่งของโลกอย่าง Elon Musk ออกมาให้คำแนะนำด้านการเงินที่ขัดกับตำราทุกเล่ม โดยเขาระบุว่า ในอนาคตอันใกล้นี้ “การออมเงินเพื่อเกษียณ” อาจเป็นเรื่องที่ไม่มีความหมายอีกต่อไป !

นี่คือบทสรุปจากพอดแคสต์ Moonshots กับ Peter Diamandis มีประเด็นอะไรที่น่าสนใจ และทำไม Musk ถึงกล้าพูดแบบนั้น ?

AI จะทำให้ทุกอย่างฟรี จนเงินไร้ความหมาย ?

Musk เชื่อว่าเรากำลังก้าวเข้าสู่ยุค Singularity (จุดที่เทคโนโลยีเติบโตแบบก้าวกระโดดจนเราคาดเดาไม่ได้) โดยเขาเปรียบเทียบว่าโลกตอนนี้เหมือนอยู่บนจุดสูงสุดของรถไฟเหาะที่กำลังจะพุ่งลงไปสู่การเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่

ทฤษฎีของ Musk คือ เมื่อ AI พัฒนาไปถึงขั้นสูงสุดหรือ AGI มันจะเข้ามาทำงานแทนมนุษย์ในทุกมิติ ส่งผลให้ต้นทุนแรงงาน และต้นทุนทางสติปัญญากลายเป็นศูนย์ เมื่อต้นทุนหายไป ราคาสินค้าและบริการทุกอย่างจะถูกลงมหาศาล จนเกิดสภาวะที่เรียกว่า Universal High Income หรือยุคที่ทุกคนเข้าถึงทรัพยากรพื้นฐาน (บ้าน, อาหาร, ยา, ความบันเทิง) ได้แทบจะฟรี ๆ

Peter Diamandis พิธีกรรายการเสริมว่า หากทฤษฎีนี้เป็นจริง ทุกอย่างจะถูก Demonetized หรือทำให้ "เงิน" หมดความสำคัญไป เพราะสวัสดิการพื้นฐานอย่าง ที่อยู่อาศัย การรักษาพยาบาล หรือความบันเทิง จะถูกจัดสรรให้เข้าถึงได้เกือบฟรีผ่านประสิทธิภาพของ AI

นี่คือเหตุผลที่มัสก์บอกว่า "ไม่ต้องออมเงินเพื่อเกษียณในอีก 10-20 ปีข้างหน้าหรอก เพราะถึงตอนนั้นระบบเศรษฐกิจที่เราใช้อยู่ปัจจุบันอาจจะล่มสลายหรือเปลี่ยนโฉมไปอย่างสิ้นเชิง"

ปักหมุดปี 2026 จะเป็นปีแห่ง AGI

Musk มั่นใจว่าเราจะได้เห็น AGI (Artificial General Intelligence) หรือ AI ที่ฉลาดเท่ามนุษย์ภายในปี 2026 นี้ และภายในปี 2030 เขาเชื่อว่า AI จะมีความฉลาดเกินมนุษย์ทั้งโลกรวมกันเสียอีก ซึ่งคำทำนายนี้สอดคล้องกับการที่เขากำลังเร่งพัฒนา xAI เพื่อขึ้นมาเป็นผู้นำในตลาดนี้นั่นเอง

แล้วเราจะเอาเงินที่ไหนมาใช้ ?

แม้ว่าทฤษฎีนี้จะฟังดูเหมือนยูโทเปีย แต่ Peter Diamandis ผู้ดำเนินรายการได้ยิงคำถามสำคัญว่า "ถ้าคนไม่มีงานทำ แล้วพวกเขาจะมีเงินไปซื้อสินค้า (แม้จะราคาถูก) ได้อย่างไร? รัฐบาลจะต้องเก็บภาษีบริษัทเทคโนโลยีแล้วเอามาแจกจ่ายเป็นสวัสดิการใช่ไหม?"

สิ่งที่น่าสนใจคือ Musk กลับอึกอักและเลี่ยงที่จะตอบประเด็นเรื่องบทบาทของรัฐบาลหรือการเก็บภาษีคนรวย แต่เลือกที่จะวนกลับไปย้ำจุดเดิมว่า อย่าไปเสียเวลาออมเงินเลย

นี่เป็นประเด็นที่นักวิเคราะห์มองว่าย้อนแย้ง เพราะในขณะที่ Musk บอกให้คนเลิกออม แต่ตัวเขาเองกลับต่อสู้คดีในศาลเพื่อรักษาแพ็คเกจค่าตอบแทนมูลค่า 1.39 แสนล้านดอลลาร์สหรัฐฯ ของตัวเองเอาไว้ ซึ่งหลาย ๆ คนก็ตั้งข้อสงสัยว่า ถ้าเงินจะไม่มีความหมายจริงๆ ในอนาคต ทำไมมหาเศรษฐีอันดับหนึ่งของโลกถึงยังต้องสู้เพื่อรักษาความมั่งคั่งมหาศาลของตัวเองไว้ขนาดนั้น ?

อ้างอิง: gizmodo

ลงทะเบียนเข้าสู่ระบบ เพื่ออ่านบทความฟรีไม่จำกัด

No comment

RELATED ARTICLE

Responsive image

Reed Hastings ผู้ก่อตั้ง Netflix เตรียมลงจากตำแหน่งกลางปีนี้ ปิดตำนาน 27 ปี ผู้เปลี่ยนโลกการดูหนัง

Reed Hastings ผู้ร่วมก่อตั้งและประธานบอร์ดของ Netflix กำลังจะก้าวลงจากตำแหน่งกรรมการบริษัทที่เขาสร้างขึ้นมาตั้งแต่ต้น หลังจากอยู่กับองค์กรมาอย่างยาวนานกว่า 27 ปี โดยการเปลี่ยนแปลงน...

Responsive image

สวีเดนสั่งยกเลิกหน้าจอในห้องเรียน กลับไปใช้หนังสือและปากกา

สวีเดนประกาศเลิกใช้หน้าจอในเด็กเล็ก กลับไปเน้นอ่านเขียนบนกระดาษเพื่อกู้คะแนน PISA เกิดอะไรขึ้นกับระบบการศึกษาที่เคยดีที่สุดในโลก?...

Responsive image

Opus 4.7 สรุปความเก่งของโมเดลล่าสุดจาก Anthropic คิดเองได้ว่าโค้ดผิดตรงไหน เถียงผู้ใช้ได้ ทำงานลากยาวได้โดยไม่ต้องคอยคุม

ลองนึกภาพว่าถ้าคุณเป็น Developer ที่ต้องเขียนเขียนระบบแปลงข้อความเป็นเสียงพูด (Text-to-Speech) ด้วยภาษา Rust โดยต้องเขียนตั้งแต่ Neural Model, การจัดการประมวลผลระดับฮาร์ดเแวร์, ทำ ...