Facebook ยอมรับ ครึ่งปีหลัง 2021 อัตราการเติบโตของรายได้อาจชะลอตัว

Facebook ยอมรับ ครึ่งปีหลัง 2021 อัตราการเติบโตของรายได้อาจชะลอตัว แม้ไตรมาส 2/2564  ทำผลงานได้ดีเกินคาด หลังจากที่ก่อนหน้านี้รับอานิสงค์พิเศษจากการแพร่ระบาดของโควิดที่ทำให้คนใช้อินเทอร์เน็ตมากขึ้น นอกจากนี้บริษัทยังเผชิญปัจจัยความท้าทายกฎหมายใหม่ ที่ควบคุมอิทธิพลของบริษัทเทคโนโลยีขนาดใหญ่มากขึ้น

Facebook

Facebook รายงานผลประกอบการในไตรมาส 2/2564 ซึ่งเกินความคาดหมายของนักลงทุนเป็นอย่างมาก ดังนี้

รายได้ : 2.9 หมื่นล้านดอลลาร์ สูงกว่าจากที่คาดการณ์ไว้เดิมจะทำได้ 2.7 หมื่นล้านดอลลาร์

กำไรต่อหุ้น (EPS): 3.61 ดอลลาร์ สูงกว่าจากที่คาดการณ์ไว้เดิมประมาณ 3.02 ดอลลาร์

ยอดผู้ใช้งานทั้งหมดต่อเดือน (MAUs): 2.9 พันล้าน (ตรงกับที่คาดการณ์ไว้)

โดยยอดผู้ใช้งานทั้งหมดต่อเดือนของ Facebook นั้นเชื่อมโยงกับธุรกิจโฆษณาของตัวแอปฯ ซึ่งจำนวนโฆษณาทั้งหมดที่ลงในแพลตฟอร์มเพิ่มขึ้น 6% แบบปีต่อปี ส่งผลให้รายได้ในส่วนนี้เพิ่มขึ้นถึง 47% ด้วย

ในปี 2020 ที่ผ่านมายอดผู้ใช้งาน Facebook พุ่งสูงขึ้น เนื่องจากการเกิดโรคระบาดทำให้ผู้คนที่อยู่แต่บ้านหันมาเล่นอินเทอร์เน็ตกันมากขึ้น แต่ในทางกลับกันบริษัทคาดว่า อัตราการเติบโตของรายได้รวมเมื่อเทียบเป็นรายปี มีแนวโน้มชะลอตัวลงอย่างมากในช่วงครึ่งหลังของปี 2021 

อย่างไรก็ตาม Facebook ประสบความสำเร็จครั้งใหญ่ในช่วงไตรมาส 2/2564 โดยทำยอดได้เกินกว่ามูลค่าตลาดที่ 1 ล้านล้านดอลลาร์ในปลายเดือนมิถุนายน หลังจากที่ศาลสหรัฐฯ ได้ยกเลิกคดีฟ้องร้องต่อต้านการผูกขาดของคณะกรรมาธิการการค้าแห่งสหพันธรัฐ (Federal Trade Commission) ต่อบริษัท

ในขณะนี้ Facebook ได้กลายเป็นบริษัทที่ 5 ของสหรัฐฯ ที่ทำรายได้ทะลุ 1 ล้านล้านดอลลาร์ตามราคาตลาด ซึ่งรายได้ดังกล่าวเกิดขึ้นหลังจากที่เมื่อต้นเดือน Facebook ได้มีการตัดสินใจที่จะระงับการใช้งานบนแพลตฟอร์มของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ไปจนถึงเดือนมกราคม ปี 2023

นอกจากนี้ Facebook และบริษัทเทคโนโลยีในเครือเดียวกัน ยังต้องเผชิญกับกฎหมายใหม่ที่ออกมาเพื่อป้องกันไม่ให้แพลตฟอร์มเติบโตและมีอิทธิพลมากจนเกินไป ซึ่งสภาคองเกรสก็ได้เปิดเผยร่างกฎหมายต่อต้านการผูกขาดจำนวนห้าฉบับในช่วงกลางเดือนมิถุนายนที่ผ่านมา

ทางบริษัทกล่าวว่า ยังคงคาดหวังว่าโฆษณาที่กำหนดกลุ่มเป้าหมายจะเพิ่มขึ้นในปี 2021 จากการเปลี่ยนแปลงด้านกฎระเบียบและตัวแพลตฟอร์ม โดยเฉพาะอย่างยิ่งการอัปเดต iOS เวอร์ชันล่าสุด อีกทั้งเหล่านักลงทุนต่างก็กำลังเฝ้ารอดูว่าการอัปเดตความเป็นส่วนตัวใหม่จาก Apple จะส่งผลต่อกำไรของบริษัทอย่างไร


เรียบเรียงจาก Business Insider


ลงทะเบียนเข้าสู่ระบบ เพื่ออ่านบทความฟรีไม่จำกัด

No comment

RELATED ARTICLE

Responsive image

อวท. ดันสตาร์ทอัพไทยไปตลาดโลก เปิดตัว ‘TSP Scale X Landing Program’ เปิดทางสตาร์ทอัพไทยโตข้ามพรมแดน พร้อมปูทางสตาร์ทอัพต่างชาติเข้าสู่ไทยและอาเซียน

อวท. โดย สวทช. เปิดตัว TSP Scale X Landing Program เชื่อมสตาร์ทอัพไทยสู่ตลาดโลก พร้อมสนับสนุนสตาร์ทอัพต่างชาติเข้าสู่ตลาดไทยและอาเซียน ผ่านเครือข่ายงานวิจัย ภาคอุตสาหกรรม นักลงทุน ...

Responsive image

บอร์ดบีโอไอ ปรับทิศทางส่งเสริมการลงทุนยุคใหม่ ชูเทคโนโลยี คน และซัพพลายเชนไทย

บอร์ดบีโอไอ หรือคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน ปรับทิศทางและบทบาทการส่งเสริมการลงทุนของประเทศไทยครั้งใหญ่ โดยวางเป้าหมายใหม่ให้เม็ดเงินลงทุนที่ดึงเข้ามาต้องสร้างมูลค่าเพิ่มจริงและกระจา...

Responsive image

EV ฝั่งจีนขึ้นแท่นรถที่คนใช้งานสั้นกว่าโทรศัพท์ คนจีนใช้รถเฉลี่ยแค่ 1.8 ปีก็เปลี่ยน

คนจีนถึงเปลี่ยนรถ EV ไวกว่าสมาร์ตโฟน ด้วยอายุเฉลี่ยบนท้องถนนเพียง 1.8 ปี เจาะลึก 3 เหตุผลหลัก ทั้งเทคโนโลยีที่ไปไว ราคาขายต่อที่ตกแรง และพฤติกรรมผู้บริโภคยุคใหม่ที่เน้นความอัจฉริยะ...