ซีอีโอ Ford เยือนจีน ทริปที่ทำให้ต้องกลับมาทบทวนกลยุทธ์รถยนต์ไฟฟ้าของค่ายอีกครั้ง

The Wall Street Journal (WSJ) ได้เปิดเผยรายงานที่เผยให้เห็นถึงความกังวลของ Jim Farley ซีอีโอคนปัจจุบันของแบรนด์รถสัญชาติอเมริกันอย่าง Ford หลังจากที่เขาได้ไปเยือนประเทศจีนตลอดระยะเวลา 18 เดือนที่ผ่านมา และพบว่าผู้ผลิตรถยนต์ไฟฟ้าของจีนนำหน้า Ford ไปไกลทั้งด้านเทคโนโลยี และราคา

เมื่อได้เห็นสถานการณ์รถภายในจีน Farley ถึงกับใช้คำว่า รถยนต์ไฟฟ้าจีนคือ ‘ภัยคุกคามต่อการอยู่รอด (ของบริษัท)’ (existential threat) ซึ่งเขาพบว่ารถยนต์ EV จีนกำลังพัฒนาอย่างรวดเร็วทั้งในด้านเทคโนโลยี AI และซัพพลายเชนที่มีต้นทุนต่ำ ส่งผลให้สามารถขายในราคาถูกได้ รวมทั้งรถ EV จีนยังมีฟังก์ชันการทำงานที่เหนือกว่า และรุกตลาดต่างประเทศอย่างจริงจัง 

Farley ถือเป็นผู้คลั่งไคล้ในรถยนต์คนหนึ่ง เขาชอบรถยนต์วินเทจ และมีความรู้เกี่ยวกับรถยนต์ทุกรุ่น แต่เมื่อได้ลองทดสอบขับรถ SUV จากแบรนด์ Changan ซึ่งเป็นพันธมิตรร่วมทุนระยะยาวของ Ford โดยมี John Lawler ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายการเงินของ Ford นั่งอยู่ภายในรถด้วย 

WSJ บอกว่า ผู้บริหารต่างตกตะลึงกับความก้าวหน้าที่รถ Changan ทำได้ การขับขี่เป็นไปอย่างราบรื่น ห้องโดยสารภายในถูกตกแต่งอย่างหรูหรา รวมถึงเทคโนโลยีที่ใช้งานง่าย จน Lawler ถึงกับกล่าวออกมาหลังจากได้ทดลองขับว่า

 Jim นี่ไม่เหมือนเมื่อก่อนเลย พวกนี้ (รถ EV จีน) แซงหน้าพวกเราไปแล้ว

Jim Farley ซีอีโอ Ford และกรรมการบริหาร Harley-Davidson

หลังจากกลับจากการเยือนประเทศจีน Farley ได้ส่งรถยนต์ไฟฟ้าของจีนไปยังมิชิแกน สหรัฐฯ ใกล้กับ Ford สำนักงานใหญ่ เพื่อให้ผู้บริหาร และกรรมการบริษัทได้ทดสอบใช้งาน โดยหนึ่งในรถที่ถูกส่งไปคือ SU7 รถยนต์ไฟฟ้าคันแรกจากยักษ์ใหญ่ด้านมือถืออย่าง Xiaomi ที่ขายในราคาเริ่มต้น 215,900 หยวน หรือประมาณ 1.1 ล้านบาท ซึ่งราคาถือว่าต่ำกว่ารถยนต์ที่มีคลาสใกล้เคียงของค่ายอย่าง Ford Mustang Mach-E SUV

นอกจากนี้ Farley ยังมีการส่งรถมินิแวนไฟฟ้าจากค่าย Li Auto ที่มีราคาต่ำกว่า 77,000 ดอลลาร์สหรัฐฯ ไปพร้อมกันด้วย ซึ่งรถรุ่นดังกล่าวมีจุดเด่นในเรื่องของเบาะนั่งภายที่หรูหรา ฟังก์ชันอำนวยความสะดวกครบเครื่อง รวมถึงหน้าจอมัลติมีเดียขนาดใหญ่ที่สั่งการได้ด้วยฝ่ามือจนฝ่ายบริหาร Ford เปรียบเปรยว่าคล้ายกับนั่งอยู่บนชั้นเฟิร์สคลาส

การได้ไปเยือนจีนรอบนี้ Farley ต้องกลับมาปรับแผนการทำงานของ Ford ครั้งใหญ่ โดยเริ่มหาซัพพลายเออร์ที่มีต้นทุนต่ำ พร้อมกับปรับกลยุทธ์ไปเน้นรถไฟฟ้าขนาดเล็ก เพราะแบตเตอรี่ขนาดใฆญ่สำหรับรถ SUV หรือรถกระบะที่เป็นจุดแข็งของ Ford ยังมีราคาที่สูงเกินไป รวมทั้งยังพับแผนการพัฒนารถ SUV ไฟฟ้าไปเป็นที่เรียบร้อย 

รายงานระบุว่า Ford จะเน้นพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานใหม่สำหรับรถยนต์ไฟฟ้าในอนาคตแทน โดยรถกลุ่มแรกๆ คือกระบะไฟฟ้าขนาดกลางซึ่งจะเปิดตัวช่วงปี 2570

WSJ รายงานเพิ่มเติมว่า Ford กำลังพยายามหาวิธีลดต้นทุนสำหรับรถยนต์รุ่นใหม่ ทั้งการลดขนาดแบตเตอรี่ การตัดออพชันบางส่วนออก แต่ Farley ได้ออกมาเบรกความคิดนี้ไว้เพราะเกรงว่า ผลิตภัณฑ์ที่ออกมาอาจเป็นของที่ไร้คุณภาพ ซึ่งจะทำให้สู้กับเจ้าอื่นๆ ได้ยาก

ก่อนหน้านี้ Ford เคยออกมาเปิดเผยว่า จะเปิดตัวรถยนต์ไฟฟ้าราคาราว 30,000 ดอลลาร์สหรัฐฯ หรือประมาณ 996,000 บาท โดยวางเป้าเป็นคู่แข่งหลักของรถยนต์จีนอย่าง BYD รวมถึงรถรุ่นเริ่มต้นราคาประหยัดจาก Tesla 


อ้างอิง : insideevs, WSJ

ลงทะเบียนเข้าสู่ระบบ เพื่ออ่านบทความฟรีไม่จำกัด

No comment

RELATED ARTICLE

Responsive image

ทำไมบางคนเลือกยุติการตั้งครรภ์​ ? เปิดอินไซต์ 12,000 เคส จาก ‘พักใจคลินิก’ ดาต้าใหม่ที่ได้จาก Telemedicine สะท้อนถึงวิกฤตเด็กเกิดใหม่ในไทย

ปี 2568 ประเทศไทยมีเด็กเกิดใหม่ 416,574 คน ต่ำสุดในรอบ 75 ปี ตัวเลขนี้ทำให้ทั้งภาครัฐและเอกชนพยายามตอบคำถามเดิมซ้ำกันว่า 'ทำไมคนไทยไม่อยากมีลูก ?' แล้วออกมาตรการกระตุ้นการมีบุตร ลด...

Responsive image

ทำไม Formula 1 ถึงเป็นสถานที่ดีลธุรกิจแห่งใหม่ของ Startup และนักลงทุน

ไม่กี่ปีที่ผ่านมา F1 ได้กลายเป็นอีกหนึ่ง ‘ศูนย์กลางธุรกิจ’ ของโลกเทคโนโลยี สตาร์ทอัพ นักลงทุน ไปจนถึงบริษัท AI และ Cloud รายใหญ่ของโลก...

Responsive image

นักวิจัยพัฒนา ‘เครื่องช่วยฟัง’ ใช้คลื่นสมองเลือกเสียงพูด ช่วยแยกเสียงในที่คนคุยพร้อมกัน นวัตกรรมเพื่อผู้มีปัญหาการได้ยิน

นักวิจัยจาก Columbia University พัฒนาเครื่องช่วยฟังรุ่นใหม่ได้สำเร็จ โดยระบบจะสามารถรับรู้ได้เองว่าผู้สวมใส่กำลังตั้งใจฟังใครอยู่ จากนั้นจะค่อยๆ ดึงเสียงขนั้นให้ชัดขึ้นโดยอัตโนมัติ...