ในโลกที่เทคโนโลยีหมุนเร็ว การศึกษาในระบบอาจไม่ใช่คำตอบเดียวอีกต่อไป...
นี่คือเรื่องราวของ Freesia Gaul เด็กสาววัย 19 ปี ผู้พิสูจน์ให้เห็นว่าแพสชันและอินเทอร์เน็ตทรงพลังแค่ไหน เธอเปลี่ยนตัวเองจากเด็กที่ต้องย้ายโรงเรียนบ่อยจนเรียนไม่ทันเพื่อน สู่เจ้าของรางวัลนวัตกรรมระดับโลกและผู้ก่อตั้ง Tech Startup จนคว้ารางวัล People’s Choice Award จากเวทีใหญ่อย่าง SxSW Sydney 2025 มาครอง

ชีวิตวัยเด็กของ Gaul ไม่เหมือนใคร ครอบครัวทำธุรกิจสกีทำให้เธอต้องย้ายบ้านทุก 6 เดือน และเปลี่ยนโรงเรียนไปถึง 13 แห่งในออสเตรเลียและแคนาดา การปรับตัวกับระบบการศึกษาที่เปลี่ยนไปตลอดเวลาทำให้เธอพบสัจธรรมว่า ความรู้ที่แท้จริง อยู่เหนือกว่าหลักสูตรในห้องเรียน
ด้วยความที่อยู่เมืองเล็ก ทรัพยากรจำกัด อินเทอร์เน็ตจึงกลายเป็นครูคนสำคัญ จนกระทั่งอายุ 14 ปี เธอได้พบขุมทรัพย์ทางปัญญาอย่าง MIT OpenCourseWare แพลตฟอร์มคอร์สเรียนฟรีจาก MIT
Gaul เล่าว่า "การต้องเปลี่ยนระบบการเรียนทุกครั้งมันยากมาก นั่นเป็นเหตุผลที่ฉันหันหน้าเข้าหาโลกออนไลน์ ความรู้มันมีอยู่จริงและรอเราอยู่นอกเหนือหลักสูตรในโรงเรียน"
จุดเปลี่ยนสำคัญเกิดขึ้นเมื่อเธออายุ 14 ปี Gaul ค้นพบ MIT OpenCourseWare แพลตฟอร์มที่สถาบันระดับโลกอย่าง MIT นำเนื้อหาการเรียนการสอนกว่า 2,500 วิชามาเผยแพร่ฟรี
ในขณะที่เด็กคนอื่นอาจใช้เวลากับโซเชียลมีเดีย Gaul ใช้คอมพิวเตอร์เครื่องเดียวเพื่อเรียนรู้วิชาวิศวกรรมไฟฟ้า วงจร อิเล็กทรอนิกส์ ไปจนถึงควอนตัมฟิสิกส์ เธอไม่ได้เรียนแค่ทฤษฎี แต่ยึดมั่นในคติพจน์ของ MIT ที่ว่า ต้องรู้จริงและลงมือทำ
เธอเริ่มจากการดัดแปลงอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์รอบตัว และถึงขั้นใช้เครื่องพิมพ์ 3 มิติสร้างรถ Mario Kart ขนาดเท่าของจริงที่ขับได้ นี่คือจุดเริ่มต้นของ Maker ตัวน้อยที่จะกลายเป็น Innovator ในอนาคต
นวัตกรรมที่ยิ่งใหญ่มักเกิดจากปัญหาในชีวิตประจำวัน ไอเดียสร้างชื่อของ Gaul เกิดขึ้นในวันที่แสนธรรมดาขณะที่เธอนั่งอยู่บนรถไฟ และอยากเขียนโค้ดทำเว็บไซต์ แต่แบตเตอรี่คอมพิวเตอร์กำลังจะหมด แต่ความหงุดหงิดนั้นแปรเปลี่ยนเป็นคำถามที่ท้าทาย "จะเป็นไปได้ไหม ถ้าเราสามารถพิมพ์งานกลางอากาศได้โดยไม่ต้องใช้คีย์บอร์ด?"
แทนที่จะแค่สงสัย เธอลงมือทำ Gaul ใช้ความรู้ที่สะสมมา พัฒนาถุงมือ Haptic VR (Lightweight, haptic, gesture-tracking glove) ที่สามารถจับความเคลื่อนไหวของมือและจำลองความรู้สึกสัมผัส (Haptic Feedback) ได้
ความเจ๋งของโปรเจกต์นี้ไม่ใช่แค่เทคโนโลยี แต่คือ การเข้าถึงได้ เพราะเธอใช้วัสดุที่หาได้ทั่วไปและต้นทุนต่ำ (เช่น ตัวสั่นจากจอยเกม) มาสร้างอุปกรณ์ที่ปกติจะมีราคาแพงระยับในตลาด VR ทำให้คนทั่วไปสามารถเข้าถึงเทคโนโลยี Human-Computer Interaction ได้ง่ายขึ้น
โปรโตไทป์ที่เธอทำเล่นๆ ในหอพัก กลับได้รับความสนใจอย่างถล่มทลาย จนคว้ารางวัล People’s Choice Award จากงานเทคโนโลยีระดับโลกอย่าง SxSW Sydney 2025
ความสำเร็จนี้ผลักดันให้เธอก่อตั้งสตาร์ทอัพของตัวเองในชื่อ On Zero (ตั้งชื่อตามสถานะ 'Zero State' ของควอนตัมคอมพิวเตอร์ ซึ่งสื่อถึงจุดเริ่มต้นของความคิดสร้างสรรค์จากความว่างเปล่า) เพื่อพัฒนาเทคโนโลยีนี้ให้ไปไกลกว่าเดิม
อ้างอิง: news.mit.edu
ลงทะเบียนเข้าสู่ระบบ เพื่ออ่านบทความฟรีไม่จำกัด