FSB หน่วยงานกำกับดูแลด้านการเงินระดับโลก เตรียมเสนอ Global Crypto Rule ในที่ประชุม G20 ปีนี้

เมื่อต้นสัปดาห์ที่ผ่านมา หน่วยงานกำกับดูแลด้านการเงินระดับโลก Financial Stability Board (FSB) ได้ออกแถลงการณ์เกี่ยวกับ "Global Crypto Rule" กฎระเบียบระหว่างประเทศในการกำกับดูแลกิจกรรมสินทรัพย์คริปโตเคอเรนซีและสินทรัพย์ดิจิทัลประเภทอื่น ๆ โดยวางแผนที่จะรายงานต่อรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง G20 และผู้ว่าการธนาคารกลางในเดือนตุลาคมปี 2022 เพื่อปรึกษาหารือสาธารณะเกี่ยวกับการทบทวนข้อเสนอแนะ รวมถึง การขยายกรอบงานที่มีอยู่เพื่อปิดช่องว่างและนำคำแนะนำระดับสูงไปปฏิบัติ

สำหรับการประชุมสุดยอด G20 ครั้งต่อไปในช่วงเดือนพฤศจิกายนที่บาลี ประเทศอินโดนีเซีย เป็นอีกครั้งที่ผู้นำประเทศและนักธุรกิจมารวมตัวกันเพื่อหารือเกี่ยวกับประเด็นที่เกี่ยวข้องกับเศรษฐกิจโลกตลอดจนการค้าและการลงทุน การพัฒนา การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและพลังงาน การจ้างงาน การแปลงเป็นดิจิทัล การต่อต้านการก่อการร้าย การอพยพและผู้ลี้ภัย ตลอดจนหัวข้อใหม่ ๆ อย่างคริปโตเคอเรนซีและสินทรัพย์ดิจิทัลที่เป็นประเด็นสำคัญที่ถูกนำมาพูดคุยกันในสองสามปีที่ผ่านมา 

ล่าสุด หน่วยงานกำกับดูแลด้านการเงินระดับโลก Financial Stability Board (FSB) มีแผนในการยื่นแถลงการณ์เกี่ยวกับมาตรฐานระหว่างประเทศในการควบคุมดูแลคริปโตฯ ต่อที่ประชุม โดยตามคำแถลงการณ์ของ FBS ได้แสดงความกังวลและตั้งข้อสังเกตเกี่ยวกับความผันผวน ความเปราะบางของโครงสร้าง จากช่วงตลาดขาลงและความนิยมในตลาดสกุลเงินดิจิทัลลดลงตามลำดับ เนื่องจากความวุ่นวายในตลาดในช่วงที่ผ่านมาได้เน้นย้ำถึงปัญหาเรื่อง “ความเชื่อมโยงที่เพิ่มขึ้นกับระบบการเงินแบบดั้งเดิม” 

FSB หน่วยงานกำกับดูแลด้านการเงินระดับโลก เตรียมเสนอ Global Crypto Rule ในที่ประชุม G20 ปีนี้

โดยความพยายามร่วมกันในการกำหนดมาตรฐานสากลนี้จะมีจุดมุ่งหมายเพื่อควบคุมภาค "การเก็งกำไร" และลดความเสี่ยงในการทำธุรกรรมที่หลากหลายในปัจจุบัน ก่อนหน้านี้ FSB ได้ระบุถึง ความเสี่ยงหลายประการที่เกิดจากอุตสาหกรรมคริปโตเคอเรนซีมาอย่างต่อเนื่อง จากเหตุการณ์ความล้มเหลวที่อาจเกิดขึ้นของ TerraUSD ทำให้เห็นปัญหาช่องว่างของเหรียญ Stablecoin หรือในกรณีการถอนและโอนเหรียญของบริษัทรายใหญ่ Celsius Network อ่านเพิ่มเติมได้ที่ ประมวลเหตุการณ์วิกฤตศรัทธาวงการคริปโต จาก Luna - Celsius - กองทุน 3AC FSB กล่าวว่า Stablecoins ควรถูกควบคุมโดยกฎระเบียบที่แข็งแกร่ง หากจะใช้เป็นวิธีการชำระเงิน

FSB กล่าวเสริมว่า หน่วยงานกำกับดูแลระดับโลกจำเป็นต้องดูแลตลาดคริปโตเคอเรนซีและสินทรัพย์ดิจิทัลให้สอดคล้องภายใต้หลักการเดียวกัน “กิจกรรมเดียวกัน ความเสี่ยงเดียวกัน ระเบียบข้อบังคับเดียวกัน" 

อย่างไรก็ตามแผนของ FSB ในการเสนอคำแนะนำสำหรับกฎระเบียบที่มีเสถียรภาพแบบรวมเป็นหนึ่งทั่วโลกนั้นเป็นงานที่ท้าทายมาก ตามที่ผู้บริหารในอุตสาหกรรมบางคนกล่าว 

Narek Gevorgyan ซีอีโอ CoinStats ผู้ให้บริการข้อมูลด้านคริปโตฯ ชี้ให้เห็นว่า “FSB ไม่มีอำนาจในการออกกฎหมายบังคับประเทศสมาชิก” สำนักข่าว Cointelegraph ได้ตั้งคำถามถึงความสามารถของหน่วยงานกำกับดูแลด้วยเช่นกัน โดยระบุว่า:

“กรอบกฎหมายที่มีอยู่สามารถช่วยควบคุมการเก็งกำไรของตลาดและการรวมศูนย์ของผู้ให้บริการแลกเปลี่ยนสกุลเงินคริปโตฯ FSB มีแผนที่จะรวมโปรโตคอลที่มีอยู่นี้และที่กำลังเกิดขึ้นใหม่หลายร้อยรายการ จะสามารถต้านทานการเงื่อนไขความต้องการของประเทศต่างๆ ได้อย่างไร”

ทางด้าน FBS กล่าวว่า “สินทรัพย์ดิจิทัลส่วนใหญ่มีกฏระเบียบเพื่อควบคุม วัตถุประสงค์ในการเก็งกำไร แต่ไม่ได้ดำเนินการใน "พื้นที่ว่างที่มีการควบคุม" โดย FSB มุ่งมั่นที่จะใช้อำนาจบังคับใช้ภายในกรอบกฎหมายภายใต้เขตอำนาจศาล เพื่อส่งเสริมการปฏิบัติตามรวมถึงการดำเนินการเมื่อเกิดการละเมิดต่อไป”

ที่มา

G20 regulator to present global crypto rules in October 2022

G20 watchdog to propose first global crypto rules in October

‘Robust’ Regulations Needed in Crypto & Stablecoin Sector, Says G20 Advisory Body Ahead of Its Report in October




ลงทะเบียนเข้าสู่ระบบ เพื่ออ่านบทความฟรีไม่จำกัด

No comment

RELATED ARTICLE

Responsive image

เมื่อกฎหมายไม่ใช่คอขวด เจาะอนาคตสินทรัพย์ดิจิทัลอาเซียน ผ่านรายงาน SCBX และ Hashed Open Research ชี้ทิศทางอนาคตการเงินดิจิทัลแห่งเอเชียตะวันออกเฉียงใต้

SCBX ร่วมกับ Hashed Open Research (HOR) หน่วยงานคลังสมองด้านนโยบายของ Hashed บริษัทเวนเจอร์แคปิทัลด้าน Web3 ระดับโลก เปิดตัวรายงาน "Powering Southeast Asia's Digital Future" ซึ่งกล...

Responsive image

สจล. ปรับบทบาทครั้งใหญ่ ให้เริ่มทำโปรเจกต์จริงตั้งแต่ปี 1 ตอบโจทย์แวดวง AI, Semiconductor, Data Center

สจล. ปรับบทบาทมุ่งสร้าง "นวัตกร" รองรับอุตสาหกรรมอนาคต ดันสถิติบัณฑิตมีงานทำพุ่ง 85% สูงกว่าค่าเฉลี่ยประเทศ พร้อมคว้าอันดับ 1 มหาวิทยาลัยยอดนิยมสายวิทย์-เทคโนโลยี...

Responsive image

Hugging Face เล็งขายกิจการ คาดมูลค่าพุ่ง 1.3 หมื่นล้านดอลลาร์ เดินหน้าหาผู้ซื้อรายใหม่

Hugging Face กำลังเล็งขายกิจการ ซึ่งถ้าดีลนี้เกิดขึ้นจริงอาจดันมูลค่าบริษัทให้ทะยานสูงถึง 1.3 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐหรืออาจมากกว่านั้น...