สรุปความเสี่ยงโลกจาก Global Risks Report 2026 เมื่อโลกกำลังก้าวสู่ ‘ยุคแห่งการแข่งขัน’ อย่างเต็มรูปแบบ


โลกในปี 2026 กำลังยืนอยู่บนขอบเหวของการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ รายงาน Global Risks Report 2026 ฉบับที่ 21 จาก World Economic Forum ได้เผยภาพอนาคตที่โลกกำลังก้าวเข้าสู่ ‘ยุคแห่งการแข่งขัน’ (Age of Competition) อย่างเต็มตัว โดยรายงานได้รวบรวมความคิดเห็นจากผู้เชี่ยวชาญกว่า 1,300 คนทั่วโลก เพื่อวิเคราะห์ความเสี่ยงที่โลกต้องเผชิญใน 3 ช่วงเวลาสำคัญ:

  • ระยะสั้น (ปี 2026): เน้นความกังวลเฉพาะหน้า
  • ระยะกลาง (ปี 2028): มองความเสี่ยงที่ทับซ้อนกันในอีก 2 ปี
  • ระยะยาว (ปี 2036): การคาดการณ์ในอีก 10 ปีข้างหน้า

คำว่า ‘ความเสี่ยงระดับโลก’ ในที่นี้หมายถึง เหตุการณ์ที่หากเกิดขึ้นจะส่งผลกระทบเชิงลบอย่างรุนแรงต่อ GDP โลก ประชากร หรือทรัพยากรธรรมชาติ โดยแบ่งความกังวลออกเป็น 5 หมวดสี ดังนี้:

  • ความเสี่ยงด้านเศรษฐกิจ (Economic) - สีฟ้า
  • ความเสี่ยงด้านสิ่งแวดล้อม (Environmental) - สีเขียว
  • ความเสี่ยงด้านภูมิรัฐศาสตร์ (Geopolitical) - สีส้ม
  • ความเสี่ยงด้านสังคม (Societal) - สีแดง
  • ความเสี่ยงด้านเทคโนโลยี (Technological) - สีม่วง

สำหรับผู้ประกอบการและนักลงทุน ความเข้าใจในความเสี่ยงเหล่านี้คือเข็มทิศสำคัญในการวางกลยุทธ์เพื่อรับมือกับยุคแห่งการแข่งขันที่กำลังจะมาถึง

ภาพรวมอนาคตที่มืดมนลง: ผู้เชี่ยวชาญมองโลกปี 2026 เข้าสู่สภาวะปั่นป่วนและมีพายุวิกฤต

ภาพรวมของมุมมองต่อโลกเริ่มมืดมนลงอย่างชัดเจน โดยเฉพาะในระยะสั้นที่ความมองโลกในแง่ร้ายเพิ่มสูงขึ้นกว่าผลการสำรวจในปีที่ผ่านมา ซึ่งผู้เชี่ยวชาญกว่า 50% คาดการณ์ว่าโลกในอีก 2 ปีข้างหน้าจะอยู่ในสภาวะปั่นป่วน (Turbulent) หรือมีพายุวิกฤต (Stormy) และตัวเลขนี้จะเพิ่มขึ้นเป็น 57% เมื่อมองไปในระยะ 10 ปีข้างหน้า 

โดยในระยะสั้น 'ความเสี่ยงด้านภูมิรัฐศาสตร์' เป็นสิ่งที่น่ากังวลที่สุด ซึ่งเกือบ 2 ใน 3 ของผู้ตอบแบบสำรวจมองว่ามีทิศทางที่เลวร้าย ขณะที่ในระยะยาวความกังวลจะขยับไปอยู่ที่ 'ความเสี่ยงด้านสิ่งแวดล้อม' ที่สูงถึงเกือบ 3 ใน 4 ของผู้ตอบแบบสำรวจ อย่างไรก็ตาม เทคโนโลยีกลับเป็นด้านเดียวที่มีมุมมองเป็นบวกมากกว่าด้านอื่น ซึ่งรายงานย้ำว่าอนาคตไม่ใช่เส้นทางที่ถูกกำหนดไว้ตายตัว แต่ขึ้นอยู่กับการตัดสินใจร่วมกันของประชาคมโลกในวันนี้เพื่อเตรียมรับมือกับความท้าทายที่รออยู่

10 ความเสี่ยงที่อาจก่อให้เกิดวิกฤตการณ์ระดับโลกในปี 2026

เมื่อเราก้าวเข้าสู่ปี 2026 โลกกำลังยืนทรงตัวอยู่บนขอบเหวแห่งความเปลี่ยนแปลง ความวุ่นวายที่เกิดจากสงครามที่มีการปะทะกันโดยตรง ควบคู่ไปกับการนำอาวุธทางเศรษฐกิจมาใช้เพื่อสร้างความได้เปรียบทางยุทธศาสตร์ กำลังส่งผลให้เกิดความแตกแยกในสังคมอย่างต่อเนื่อง กฎระเบียบและสถาบันต่าง ๆ ที่เคยเป็นรากฐานของเสถียรภาพมาอย่างยาวนาน กำลังถูกโจมตีในยุคสมัยใหม่ที่การค้า การเงิน และเทคโนโลยี ถูกนำมาใช้เป็นอาวุธเพื่อแผ่อิทธิพล

จากการสำรวจความเห็นของผู้เชี่ยวชาญทั่วโลกผ่านรายงานฉบับที่ 21 นี้ พบว่าความเสี่ยงที่มีโอกาสก่อให้เกิดวิกฤตการณ์รุนแรงที่สุด 10 อันดับแรกในปี 2026 มีรายละเอียดดังนี้

  • อันดับที่ 1 การเผชิญหน้าทางภูมิเศรษฐศาสตร์ (Geoeconomic confrontation): (18%) ขึ้นเป็นอันดับหนึ่งจากการใช้เครื่องมือทางเศรษฐกิจและการค้าเป็นอาวุธเพื่อชิงความได้เปรียบ
  • อันดับที่ 2 ความขัดแย้งด้วยอาวุธระหว่างรัฐ (State-based armed conflict): (14%) ภัยจากสงครามยังคงรุนแรงและตึงเครียดแม้จะตกลงมาจากอันดับหนึ่งในปีที่ผ่านมา
  • อันดับที่ 3 เหตุการณ์สภาพอากาศรุนแรง (Extreme weather events): (8%) ตกลงมาหนึ่งอันดับแต่ยังเป็นความกังวลหลักด้านสิ่งแวดล้อมที่ส่งผลกระทบวงกว้าง
  • อันดับที่ 4 ความแบ่งแยกทางสังคม (Societal polarization): (7%) รอยร้าวเชิงอุดมการณ์ภายในสังคมยังคงเป็นความเสี่ยงที่น่ากังวล
  • อันดับที่ 5 การบิดเบือนข้อมูลและข้อมูลเท็จ (Misinformation and disinformation): (7%) ภัยคุกคามจากการสื่อสารข้อมูลเท็จที่แพร่กระจายอย่างรวดเร็ว
  • อันดับที่ 6 ภาวะเศรษฐกิจถดถอย (Economic downturn): (5%) ความกังวลเรื่องการเติบโตของเศรษฐกิจโลกที่หยุดชะงักยังคงติดกลุ่มความเสี่ยงหลัก
  • อันดับที่ 7 การลิดรอนสิทธิมนุษยชนและเสรีภาพพลเมือง (Erosion of human rights): (4%) อันดับขยับสูงขึ้นสะท้อนถึงพื้นที่ทางประชาสังคมที่ถูกจำกัดมากขึ้น
  • อันดับที่ 8 ผลกระทบด้านลบจากเทคโนโลยี AI (Adverse outcomes of AI technologies): (4%) เป็นรายการใหม่ที่ก้าวเข้าสู่ Top 10 สะท้อนความกังวลต่อเทคโนโลยีอุบัติใหม่
  • อันดับที่ 9 ความไม่มั่นคงทางไซเบอร์ (Cyber insecurity): (3%) อีกหนึ่งความเสี่ยงใหม่ใน Top 10 ที่เน้นย้ำถึงภัยคุกคามต่อโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัล
  • อันดับที่ 10 ความไม่เท่าเทียม (Inequality): (3%) ปัญหาความเหลื่อมล้ำทางรายได้และทรัพย์สินที่ยังคงเรื้อรังและแก้ไม่ตก

10 ความเสี่ยงที่อาจก่อให้เกิดวิกฤตการณ์โลกในปี 2028 (ระยะ 2 ปี)

ในระยะ 2 ปีข้างหน้า อันดับความรุนแรงของความเสี่ยงมีการเปลี่ยนแปลงอย่างเห็นได้ชัด โดยเฉพาะการก้าวขึ้นมาของสมรภูมิทางเศรษฐกิจและการบิดเบือนข้อมูลผ่านเทคโนโลยี 

  • อันดับที่ 1 การเผชิญหน้าทางภูมิเศรษฐศาสตร์ (Geoeconomic confrontation): ขยับขึ้นถึง 8 อันดับจากปีที่แล้ว เนื่องจากการยกระดับการใช้เครื่องมือทางเศรษฐกิจและการเมืองเป็นอาวุธเชิงยุทธศาสตร์มากขึ้น
  • อันดับที่ 2 การบิดเบือนข้อมูลและข้อมูลเท็จ (Misinformation and disinformation): ขยับขึ้นมาเป็นอันดับสองเป็นครั้งแรกนับตั้งแต่ปี 2023 โดยเทคโนโลยี AI เข้ามามีส่วนสำคัญในการขยายวงกว้างของปัญหานี้
  • อันดับที่ 3 ความแบ่งแยกทางสังคม (Societal polarization): ขยับขึ้นหนึ่งอันดับจากปีก่อน โดยความแตกแยกเชิงอุดมการณ์ยังคงกัดเซาะเสถียรภาพภายในสังคม
  • อันดับที่ 4 เหตุการณ์สภาพอากาศรุนแรง (Extreme weather events): ยังคงเป็นความกังวลหลัก แม้จะถูกจัดลำดับความสำคัญลดลงเมื่อเทียบกับความเสี่ยงด้านภูมิเศรษฐศาสตร์และสังคมในระยะสั้น
  • อันดับที่ 5 ความขัดแย้งด้วยอาวุธระหว่างรัฐ (State-based armed conflict): รั้งอยู่ในอันดับที่ 5 ท่ามกลางภาวะการแข่งขันระหว่างประเทศที่แข็งกร้าวขึ้น
  • อันดับที่ 6 ความไม่มั่นคงทางไซเบอร์ (Cyber insecurity): สะท้อนถึงการโจมตีโครงสร้างพื้นฐานและภาคธุรกิจที่ซับซ้อนและถี่ขึ้น
  • อันดับที่ 7 ความไม่เท่าเทียม (Inequality): ยังคงเป็นปัญหาเรื้อรังที่เชื่อมโยงและส่งผลต่อความเสี่ยงอื่น ๆ เกือบทุกด้าน
  • อันดับที่ 8 การลิดรอนสิทธิมนุษยชนและเสรีภาพพลเมือง (Erosion of human rights and/or civic freedoms): อันดับขยับสูงขึ้นเล็กน้อยตามสภาวะความตึงเครียดของโลก
  • อันดับที่ 9 มลพิษ (Pollution): ปัญหาสิ่งแวดล้อมที่ยังคงส่งผลกระทบต่อเนื่อง แม้จะตกลงมา 3 อันดับจากปีที่แล้ว
  • อันดับที่ 10 การย้ายถิ่นฐานหรือการพลัดถิ่นที่ไม่สมัครใจ (Involuntary migration or displacement): ภัยจากการพลัดถิ่นอันเนื่องมาจากความขัดแย้งและสภาพภูมิอากาศ 

10 ความเสี่ยงที่อาจก่อให้เกิดวิกฤตการณ์โลกในปี 2036 (ระยะ 10 ปี)

ในทศวรรษหน้า ความเสี่ยงด้านสิ่งแวดล้อมจะกลับมาเป็นภัยคุกคามอันดับต้นๆ ของโลกอย่างเต็มตัว เนื่องจากเป็นความเสี่ยงเชิงอัตถิภาวนิยม (Existentialism) ที่มีความสำคัญสูงสุดในระยะยาว

  • อันดับที่ 1 เหตุการณ์สภาพอากาศรุนแรง (Extreme weather events): ครองอันดับหนึ่งในฐานะความเสี่ยงที่รุนแรงที่สุดในทศวรรษหน้า
  • อันดับที่ 2 การสูญเสียความหลากหลายทางชีวภาพและการล่มสลายของระบบนิเวศ (Biodiversity loss and ecosystem collapse): เป็นความเสี่ยงที่มีคะแนนความรุนแรงแย่ลงเร็วที่สุดเมื่อเทียบกับระยะสั้น
  • อันดับที่ 3 การเปลี่ยนแปลงที่สำคัญต่อระบบโลก (Critical change to Earth systems): การเปลี่ยนแปลงของระบบธรรมชาติที่ไม่สามารถหวนคืนกลับมาจุดเดิมได้
  • อันดับที่ 4 การบิดเบือนข้อมูลและข้อมูลเท็จ (Misinformation and disinformation): ยังคงเป็นภัยคุกคามที่ฝังรากลึกและขยับอันดับสูงขึ้นจากปีที่แล้ว
  • อันดับที่ 5 ผลกระทบด้านลบจากเทคโนโลยี AI (Adverse outcomes of AI technologies): เป็นความเสี่ยงที่พุ่งแรงที่สุด โดยขยับจากอันดับ 30 ในระยะสั้น มาสู่อันดับ 5 ในระยะยาว
  • อันดับที่ 6 การขาดแคลนทรัพยากรธรรมชาติ (Natural resource shortages): ภัยจากการขาดแคลนอาหารและน้ำที่ทวีความรุนแรงขึ้น
  • อันดับที่ 7 ความไม่เท่าเทียม (Inequality): ปัญหาความเหลื่อมล้ำทั้งในด้านความมั่งคั่งและโอกาสที่ส่งผลกระทบต่อเนื่องยาวนาน
  • อันดับที่ 8 ความไม่มั่นคงทางไซเบอร์ (Cyber insecurity): ภัยคุกคามจากการโจมตีระบบดิจิทัลที่จะมีความซับซ้อนยิ่งขึ้น
  • อันดับที่ 9 ความแบ่งแยกทางสังคม (Societal polarization): รอยร้าวในสังคมที่จะกลายเป็นปัญหาเชิงโครงสร้างในระยะยาว
  • อันดับที่ 10 มลพิษ (Pollution): ปัญหามลพิษสะสมที่ส่งผลกระทบต่อสุขภาพและระบบนิเวศอย่างต่อเนื่อง 

ในระยะยาว 10 ปี ความกังวลเรื่อง การเผชิญหน้าทางภูมิเศรษฐศาสตร์ (Geoeconomic confrontation) กลับลดอันดับลงมาอยู่ที่ 19 เนื่องจากผู้เชี่ยวชาญมองว่าวิกฤตธรรมชาติและเทคโนโลยี AI จะมีผลกระทบที่รุนแรงและยั่งยืนมากกว่าความขัดแย้งทางการเมือง

5 ความเสี่ยงระดับประเทศที่สำคัญสำหรับประเทศไทยในปี 2026

ในปี 2026 การสำรวจความคิดเห็นของผู้บริหาร (Executive Opinion Survey - EOS) ได้เผยให้เห็นความกังวลที่เน้นหนักไปในทาง 'ความเปราะบางทางการเงิน' และ 'แรงกระแทกจากเทคโนโลยี' ซึ่งเป็นความท้าทายหลักที่ธุรกิจไทยต้องเผชิญในอีก 2 ปีข้างหน้า

  • อันดับที่ 1 หนี้ (Debt): กลายเป็นความเสี่ยงอันดับหนึ่งที่น่ากังวลที่สุดของไทย ซึ่งครอบคลุมทั้งหนี้สาธารณะ หนี้ภาคธุรกิจ และหนี้ครัวเรือน โดยเฉพาะสภาวะที่ผู้กู้ต้องดิ้นรนเพื่อชำระหนี้สะสมท่ามกลางอัตราดอกเบี้ยที่ยังอยู่ในระดับสูง ซึ่งอาจนำไปสู่ภาวะล้มละลายหรือวิกฤตสภาพคล่องในวงกว้างได้
  • อันดับที่ 2 ภาวะเศรษฐกิจถดถอย (Economic downturn): ความเสี่ยงต่อการที่เศรษฐกิจจะเติบโตใกล้ศูนย์หรือขยายตัวช้าต่อเนื่องหลายปี ภาวะเศรษฐกิจหยุดชะงัก (Stagnation) นี้ส่งผลโดยตรงต่อความเชื่อมั่นในการลงทุนและการจ้างงาน ซึ่งในรายงานฉบับนี้มีความเชื่อมโยงอย่างมากกับปัญหาหนี้ที่ติดอันดับ 1
  • อันดับที่ 3 การขาดโอกาสทางเศรษฐกิจหรือการว่างงาน (Lack of economic opportunity or unemployment): ความกังวลเรื่องการเสื่อมถอยเชิงโครงสร้างของตลาดแรงงาน ผู้บริหารกังวลถึงอุปสรรคในการบรรลุศักยภาพทางเศรษฐกิจ เช่น ค่าจ้างที่หยุดนิ่ง และการตกงานที่อาจเกิดขึ้นจากการเปลี่ยนแปลงเชิงเทคโนโลยีหรือการเปลี่ยนผ่านสู่เศรษฐกิจสีเขียว
  • อันดับที่ 4 ผลกระทบด้านลบจากเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (Adverse outcomes of AI technologies): เป็นความเสี่ยงใหม่ที่พุ่งขึ้นมาติดกลุ่ม Top 5 ของไทย สะท้อนความกังวลต่อผลกระทบที่ไม่ได้ตั้งใจจากการนำ AI มาใช้อย่างรวดเร็วเกินไป ทั้งในแง่ของจริยธรรม ภัยคุกคามด้านความมั่นคง และการเข้ามาแทนที่บทบาทของมนุษย์ในภาคส่วนต่างๆ
  • อันดับที่ 5 ความไม่เท่าเทียม (Inequality): ความแตกต่างอย่างมีนัยสำคัญในการกระจายทรัพย์สินและความมั่งคั่งยังคงเป็นปัญหาเชิงโครงสร้างที่สำคัญ ซึ่งปัญหานี้มักเป็นชนวนเหตุที่นำไปสู่ความเสี่ยงอื่นๆ เช่น ความแบ่งแยกทางสังคม และความบั่นทอนของสัญญาประชาคมระหว่างรัฐกับประชาชน

จากผลสำรวจจะเห็นว่าในปี 2026 นี้ เรื่องหนี้ ได้แซงหน้าเศรษฐกิจถดถอยขึ้นมาเป็นเบอร์ 1 ขณะที่ความกังวลด้าน AI ก็ได้เข้ามาแทนที่เรื่องมลพิษในกลุ่มความเสี่ยงสูงสุด 5 อันดับแรก สะท้อนให้เห็นว่าภาคธุรกิจไทยกำลังให้ความสำคัญกับการอยู่รอดทางการเงินและการปรับตัวเข้าสู่ยุคดิจิทัลอย่างเข้มข้น เพื่อรับมือกับยุคแห่งการแข่งขันที่กำลังทวีความรุนแรงขึ้นทั่วโลก

อ้างอิง: Word Economic Forum

ลงทะเบียนเข้าสู่ระบบ เพื่ออ่านบทความฟรีไม่จำกัด

No comment

RELATED ARTICLE

Responsive image

เปิดรายชื่อ ทีมไทยแลนด์ บุก Davos 2026 รองนายกฯ เอกนิติ นำทัพรัฐ-เอกชน โชว์วิสัยทัศน์ดึงทุนเข้าไทย

นับเป็นความเคลื่อนไหวสำคัญของเศรษฐกิจไทยต้อนรับปี 2026 เมื่อ ‘ทีมไทยแลนด์’ จัดทัพใหญ่เตรียมบินสู่เมืองดาวอส ประเทศสวิตเซอร์แลนด์ เพื่อเข้าร่วมเวทีระดับโลกอย่าง World Economic Forum...

Responsive image

3 วาระร้อน Davos 2026 เศรษฐกิจ-การเมือง-AI ที่จะกำหนดชะตาโลกปีนี้

เจาะลึก Davos 2026 งานประชุมเศรษฐกิจที่สำคัญที่สุดแห่งปี จับตาการกลับมาของ Trump และทิศทาง AI จาก Jensen Huang และ Satya Nadella สรุป 3 ประเด็นใหญ่ที่ธุรกิจต้องรู้ อ่านเลยที่ Techs...

Responsive image

Apple เปิดตัว ‘Creator Studio’ มัดรวม Final Cut, Logic Pro, Pixelmator จ่ายแค่ 229/เดือน

Apple เปิดตัว 'Creator Studio' แพ็กเกจรวมแอป Final Cut Pro, Logic Pro และ Pixelmator Pro เริ่มต้น $12.99/เดือน นักเรียนจ่ายเพียง $2.99 มาพร้อมฟีเจอร์ AI ใหม่และ Pixelmator บน iPad ...