Google ขยาย Opal สู่ 160 ประเทศ แพลตฟอร์มสร้างมินิแอปแบบ no-code สำหรับทุกคน

Google ประกาศขยายการให้บริการ Opal เครื่องมือสร้างมินิแอป (mini-app) ด้วยระบบ no-code และ AI จากเดิมที่เปิดให้ทดลองใน 15 ประเทศ สู่กว่า 160 ประเทศทั่วโลก รวมถึงประเทศไทย ผ่านแพลตฟอร์ม Google Labs เพื่อให้ผู้ใช้ทั่วไปสามารถสร้างแอปของตนเองได้ง่ายๆ เพียงใช้คำอธิบายข้อความ โดยไม่จำเป็นต้องมีพื้นฐานด้านการเขียนโปรแกรม

Opal คืออะไร

Opal คือเครื่องมือพัฒนาแอปที่ใช้แนวคิด vibe-coding หรือการโค้ดด้วยความคิด, สร้างด้วยไอเดีย ซึ่งผู้ใช้สามารถพิมพ์คำบรรยายด้วยภาษาธรรมชาติ เช่น อยากได้แอปช่วยวางแผนท่องเที่ยวที่มีแผนที่และคำแนะนำสถานที่ จากนั้นระบบ AI ของ Google จะประมวลผลคำสั่งนั้น และสร้างแอปต้นแบบให้โดยอัตโนมัติ

ซึ่งแนวคิด vibe-coding กำลังกลายเป็นกระแสใหม่ในวงการเทคโนโลยี AI โดยเน้นให้ผู้ใช้อธิบายสิ่งที่ต้องการสร้างด้วยคำพูดหรือแนวคิด (vibe) แทนการเขียนโค้ดจริงๆ ทำให้การสร้างโปรแกรมกลายเป็นเรื่องที่ ทุกคนสามารถทำได้ ไม่ว่าจะเป็นนักเรียน นักการตลาด หรือผู้ประกอบการ

Google จึงพัฒนา Opal เพื่อขยายกลุ่มผู้ใช้ AI ไปไกลกว่านักพัฒนา โดยมุ่งหวังให้ผู้ใช้ทั่วไปสามารถ เปลี่ยนไอเดียให้กลายเป็นเครื่องมือทำงานจริงได้ในไม่กี่นาที

ขยายสู่ 160 ประเทศ เปิดโอกาสให้ทุกคนเป็นผู้สร้างแอปฯ

จากกระแสตอบรับที่ดี Google จึงประกาศขยายการให้บริการ Opal จาก 15 ประเทศสู่กว่า 160 ประเทศทั่วโลก เพื่อให้ผู้คนสามารถเข้าถึงเครื่องมือสร้างแอปด้วย AI ได้มากขึ้น

Google เผยว่าหลังจากเปิดให้ทดลองใช้ Opal ได้ไม่นาน ผู้ใช้งานทั่วโลกได้นำเครื่องมือนี้ไปสร้างสรรค์แอปหลากหลายรูปแบบมากกว่าที่คาดไว้ ซึ่งต่อไปนี้คือบางตัวอย่างที่ Google ยกมาจากผู้ใช้จริงทั่วโลก

คนใช้ Opal ทำอะไรบ้าง ?

1. ทำงานซับซ้อนให้เป็นระบบอัตโนมัติ > ผู้ใช้จำนวนมากใช้ Opal เพื่อสร้างแอปที่สามารถจัดการขั้นตอนซับซ้อนหลายขั้นตอนโดยอัตโนมัติ เช่น แอปช่วยงานวิจัยที่ดึงข้อมูลจากเว็บไซต์ วิเคราะห์ผล และบันทึกผลลัพธ์ลงใน Google Sheets โดยอัตโนมัติ, หรือแอปจัดระบบการทำงานซ้ำๆ เช่น การอัปเดตจดหมายข่าวรายสัปดาห์, การตรวจเอกสารสัญญา, หรือแม้แต่การวางแผนเมนูอาหารรายสัปดาห์

2. สร้างคอนเทนต์เฉพาะตัวแบบมืออาชีพ > นักการตลาดและครีเอเตอร์นำ Opal มาใช้เป็นเครื่องมือสร้างสื่อการตลาดอัตโนมัติ (Marketing asset generator) ที่สามารถเปลี่ยนแนวคิดผลิตภัณฑ์เพียงหนึ่งชิ้นให้กลายเป็นชุดคอนเทนต์ครบวงจรได้ในพริบตา เช่น บทความบล็อกที่เหมาะกับ SEO, แคปชันสำหรับโซเชียลมีเดีย, สคริปต์วิดีโอสำหรับโฆษณาออนไลน์ นอกจากนี้ยังมีผู้ใช้สร้างแอปเล่าเรื่องแบบอินเทอร์แอคทีฟที่ช่วยระดมไอเดีย เขียนบท และสร้างเสียงบรรยาย โดยใช้ AI ทั้งหมดในขั้นตอนเดียว

3. จากไอเดียสู่ต้นแบบภายในไม่กี่นาที >  Opal กลายเป็นเครื่องมือสำคัญของผู้ประกอบการรุ่นใหม่ที่ต้องการ ทดสอบแนวคิดธุรกิจได้รวดเร็วโดยไม่ต้องเขียนโค้ดเอง เช่น แอปเรียนรู้ภาษาที่ปรับตามผู้ใช้, แอปวางแผนท่องเที่ยวเฉพาะบุคคล, เครื่องมือสร้างแบบทดสอบหรือควิซอัตโนมัติ

อ้างอิง: blog.google

ลงทะเบียนเข้าสู่ระบบ เพื่ออ่านบทความฟรีไม่จำกัด

No comment

RELATED ARTICLE

Responsive image

Reed Hastings ผู้ก่อตั้ง Netflix เตรียมลงจากตำแหน่งกลางปีนี้ ปิดตำนาน 27 ปี ผู้เปลี่ยนโลกการดูหนัง

Reed Hastings ผู้ร่วมก่อตั้งและประธานบอร์ดของ Netflix กำลังจะก้าวลงจากตำแหน่งกรรมการบริษัทที่เขาสร้างขึ้นมาตั้งแต่ต้น หลังจากอยู่กับองค์กรมาอย่างยาวนานกว่า 27 ปี โดยการเปลี่ยนแปลงน...

Responsive image

สวีเดนสั่งยกเลิกหน้าจอในห้องเรียน กลับไปใช้หนังสือและปากกา

สวีเดนประกาศเลิกใช้หน้าจอในเด็กเล็ก กลับไปเน้นอ่านเขียนบนกระดาษเพื่อกู้คะแนน PISA เกิดอะไรขึ้นกับระบบการศึกษาที่เคยดีที่สุดในโลก?...

Responsive image

Opus 4.7 สรุปความเก่งของโมเดลล่าสุดจาก Anthropic คิดเองได้ว่าโค้ดผิดตรงไหน เถียงผู้ใช้ได้ ทำงานลากยาวได้โดยไม่ต้องคอยคุม

ลองนึกภาพว่าถ้าคุณเป็น Developer ที่ต้องเขียนเขียนระบบแปลงข้อความเป็นเสียงพูด (Text-to-Speech) ด้วยภาษา Rust โดยต้องเขียนตั้งแต่ Neural Model, การจัดการประมวลผลระดับฮาร์ดเแวร์, ทำ ...