Google เปิดเผยงานวิจัยใหม่ในหัวข้อ Path to Purchase เกี่ยวกับพฤติกรรมการค้นหาและเลือกซื้อผลิตภัณฑ์ทางการเงิน โดยความร่วมมือระหว่าง Google และ TNS แสดงให้เห็นถึงกระบวนการที่ซับซ้อนของผู้บริโภคก่อนตัดสินใจซื้อผลิตภัณฑ์ทางการเงิน โดยได้สัมภาษณ์ผู้ที่ซื้อสินค้าและบริการเฉพาะอย่าง จำนวนทั้งสิ้น 1,000 ราย ทั้งเพศชายและเพศหญิง อายุระหว่าง 18 - 60 ปี ที่มีการซื้อผลิตภัณฑ์ทางการเงินในช่วงหนึ่งเดือนที่ผ่านมา ระบุโทรศัพท์มือถือมีบทบาทเปลี่ยนพฤติกรรมการทำธุรกรรมทางการเงินของคนไทย และ 9 ใน 10 (90%) ค้นหาข้อมูลออนไลน์เกี่ยวกับผลิตภัณฑ์ทางการเงิน

คนไทยเปลี่ยนมาใช้สื่อออนไลน์ในการค้นหาผลิตภัณฑ์ทางการเงิน

9 ใน 10 ของคนไทย (90%) ค้นหาข้อมูลออนไลน์เพื่อประกอบการตัดสินใจซื้อผลิตภัณฑ์ทางการเงิน และมีแนวโน้มจะเพิ่มขึ้น ปัจจุบันคนไทยมากกว่า 6 จาก 10 คน (63%) หาข้อมูลออนไลน์มากกว่าเมื่อ 3 ปีที่ผ่านมา ซึ่งโทรศัพท์มือถือมีบทบาทสำคัญในการเปลี่ยนแปลงวิธีการทำธุรกรรมทางการเงินของคนไทย โดยกว่าครึ่งกล่าวว่าสมาร์ทโฟนเป็นอุปกรณ์ที่สะดวกที่สุดสำหรับการค้นหาข้อมูลเกี่ยวกับผลิตภัณฑ์ทางการเงิน

โดยคนไทยพิจารณาอย่างรอบคอบก่อนการตัดสินใจมากขึ้น ซึ่งเห็นได้จาก 8 ใน 10 ของคนไทย (81%) เปรียบเทียบแบรนด์ก่อนตัดสินใจซื้อ นอกจากนี้ยังค้นหาข้อมูลอีกหลายครั้งในระหว่างการหาข้อมูลเกี่ยวกับผลิตภัณฑ์ทางการเงิน โดยจำนวนครั้งของการหาข้อมูลอยู่ที่ระหว่าง 5.8 ครั้ง (ประกันหรือเงินกู้) ถึง 6.5 ครั้ง (บัตรเครดิต) ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับชนิดของผลิตภัณฑ์

แต่อย่างไรก็ตามคนไทยบางส่วนไม่ชอบใช้เวลานานและตัดสินใจเร็ว จากข้อมูลพบว่า 7 ใน 10 ของคนไทย (73%) พิจารณาแบรนด์ผู้ให้บริการทางการเงินเพียง 2 หรือ 3 แบรนด์เท่านั้น

สื่อออนไลน์คือกุญแจสำคัญ

แหล่งข้อมูลออนไลน์เกี่ยวกับผลิตภัณฑ์ทางการเงินที่เป็นที่นิยมของคนไทยมี 3 แหล่งหลัก ได้แก่ เว็บไซต์ของผู้ให้บริการทางการเงิน (42%) เสิร์ชเอนจินของ Google (38%) และเว็บไซต์เปรียบเทียบ (35%) เป็นที่ชัดเจนว่าบริษัททางการเงินของไทยจำเป็นต้องมีสื่อออนไลน์ นอกจากนี้การวิจัยยังพบอีกว่า 3 ใน 5 ของคนไทยค้นพบผลิตภัณฑ์ใหม่ๆ ผ่านทางสื่อออนไลน์

การทำธุรกรรมส่วนใหญ่เป็นแบบออฟไลน์ แต่แบบออนไลน์ก็กำลังเพิ่มมากขึ้น

คนไทยมากกว่า 1 ใน 3 (34%) สมัครการลงทุนออนไลน์ และมากกว่า 1 ใน 4 (28%) สมัครบัตรเครดิตออนไลน์ ซึ่งเห็นได้ชัดว่าช่องทางออนไลน์มีบทบาทสำคัญ กว่าครึ่งกล่าวว่าระบบออนไลน์ช่วย “ประหยัดเวลา” และเกือบ 4 ใน 10 คนกล่าวว่าความสะดวกเป็นปัจจัยหลัก

 

โดยงานวิจัยนี้แสดงให้เห็นว่านักการตลาดควรเข้าหาผู้บริโภคตั้งแต่ในช่วงการเริ่มต้นหาข้อมูลไปจนถึงช่วงเวลาของการตัดสินใจ ธนาคารที่เริ่มต้นได้ดีไม่เพียงเเค่เข้าถึงผู้บริโภค แต่ต้องนำเสนอข้อมูลที่เกี่ยวข้องและมีประโยชน์ตั้งแต่วินาทีเเรกที่ผู้บริโภคค้นหาข้อมูลบนโทรศัพท์มือถือของพวกเขา

RELATED ARTICLE

Responsive image

ครม.ไฟเขียวงบประมาณปี 64 ด้านอุดมศึกษา วิจัยและพัฒนากว่า 5.7 หมื่นล้านบาท ปั้นนักวิจัยรุ่นใหม่

ครม. อนุมัติสนับสนุนงบประมาณปี 64 ด้านอุดมศึกษา วิจัยและพัฒนากว่า 5.7 หมื่นล้านบาท เพื่อปั้นนักวิจัยรุ่นใหม่ รวมถึง ส่งเสริมการศึกษาเพื่อพัฒนาความรู้เป็นผู้ประกอบการ...

Responsive image

Toyota Leasing ออกหุ้นกู้ด้วย Blockchain รายแรกในไทย ด้วยมูลค่า 500 ล้านบาท ทราบข้อมูลผู้ถือครองตราสารหนี้ Realtime

Toyota Leasing เป็นบริษัทเอกชนรายแรกที่ออกและเสนอขายหุ้นกู้ด้วย Blockchain ภายใต้ Sandbox ของสำนักงานกลต โดยมีธนาคารกรุงเทพเป็นผู้จัดการการจัดจำหน่าย และธนาคารกรุงศรีอยุธยาเป็นผู้...

Responsive image

'กรณ์' เผย DNA พรรคใหม่ ต้องเป็นเหมือน Startup "กล้าคิด กล้าลุย พร้อมเปลี่ยนแปลง แต่รอบคอบ"

หลังจาก Techsauce ได้เผยแพร่ข่าว 'กรณ์ จาติกวณิช' เตรียมระดมกลุ่มนักธุรกิจ Startup ตั้งพรรคใหม่ ไปแล้วนั้น ล่าสุดคุณกรณ์ ได้ขอบคุณทุกกำลังใจผ่าน Facebook พร้อมชวนตั้งชื่อพรรคใหม่ โ...