CEO ของ Google ส่งอีเมลให้พนักงานกลับมาทำงานออฟฟิศ 3 วันต่อสัปดาห์

Sundar Pichai ประธานกรรมการบริหารของ Google ยักษ์ใหญ่เทคโนโลยีระดับโลกได้ส่งอีเมลถึงพนักงานทุกคน โดยสนับสนุนให้พนักงานกลับมาทำงานที่ออฟฟิศเป็นระยะเวลาประมาณ 3 วันต่อสัปดาห์หลังจากที่มาตรการล็อกดาวน์ผ่อนคลายลง วิธีการทำงานนี้จะเรียกว่าไฮบริด เน้นการทำงานแบบยืดหยุ่น ผสมผสานระหว่างการทำงานที่บ้านและที่ทำงาน

Google

ในรายละเอียดของอีเมลดังกล่าว Pichai ก็ได้ระบุถึงข้อดีในการทำงานที่ออฟฟิศว่า “ในช่วงเวลากว่า 20 ปี คนของเราได้มาทำงานออฟฟิศเพื่อแก้ไขปัญหาต่าง ๆ ที่น่าสนใจ ไม่ว่าเราจะประจำที่ร้านกาแฟ หน้าไวท์บอร์ด ระหว่างการแข่งขันเล่นวอลเลย์บอลชายหาด หรือเล่นคริกเก็ตก็ตาม” 

Pichai ประเมินว่าพนักงานของ Google จะกลับมาทำงานที่ออฟฟิศหลัก 60% ขณะที่อีก 20% จะประจำการที่ออฟฟิศแห่งใหม่  และอีก 20% ยังคงทำงานจากที่บ้าน ในส่วนของวันทำงานในแต่ละสาขา Pichai กล่าวว่าให้แต่ละทีมเข้ามาทำงานในออฟฟิศ 3 วันต่อสัปดาห์ และทำงาน “ที่ไหนก็ได้ที่เหมาะกับตัวเองที่สุด” เป็นเวลา 2 วันต่อสัปดาห์ โดยมีเงื่อนไขอยู่ที่บางตำแหน่งอาจมีวันทำงานที่ออฟฟิศมากกว่าตำแหน่งอื่นขึ้นอยู่กับหน้าที่ที่ได้รับมอบหมาย 

การตัดสินใจจากซีอีโอ Google คนนี้ออกมาสวนทางกับแนวทางของปีที่ผ่านมาอย่างเห็นได้ชัด ในเดือนก.ย. ปี  2020 Pichai ได้ประกาศให้พนักงานทำงานจากบ้านจนถึงเดือนก.ค. ปี 2021 เลยทีเดียว นอกจากนี้ บิ๊กเทครายอื่นยังไม่มีแนวโน้มจะให้พนักงานกลับมาทำงานที่ออฟฟิศตามปกติ เช่น Facebook ยังเน้นให้พนักงานทำงานที่บ้านเป็นหลัก ส่วน Twitter กล่าวว่าพนักงานสามารถทำงานที่บ้านตลอดไปเลยก็ได้

อ้างอิง: BBC




ลงทะเบียนเข้าสู่ระบบ เพื่ออ่านบทความฟรีไม่จำกัด

No comment

RELATED ARTICLE

Responsive image

Grab หั่น GP เหลือ 9% สมัครร่วมโครงการฯ กับ GrabFood ในวันที่ 10 มิถุนายน 2569

Grab Thailand ขานรับนโยบายรัฐหั่น GP เหลือ 9% พร้อมอัดสินเชื่อร้านอาหารสูงสุด 2 ล้านบาท และแพ็กเกจสิทธิประโยชน์ 10 เด้ง ดันยอดขายฝ่าวิกฤตเศรษฐกิจ อ่านขั้นตอนสมัครที่นี่...

Responsive image

ไต้หวันคือ 'ศูนย์กลางของการปฏิวัติ AI' ทำไม NVIDIA ถึงทุ่มหนักมากขึ้น 10 เท่า เบื้องหลังแคมปัสใหม่ Constellation ของ NVIDIA

เมื่อ 4-5 ปีก่อน NVIDIA ใช้เงินซื้อของจากซัพพลายเออร์ในไต้หวันราว 10,000-15,000 ล้านดอลลาร์ต่อปี วันนี้ตัวเลขนั้นอยู่ที่ราว 100,000 ล้านดอลลาร์ต่อปี และ Jensen Huang เพิ่งประกาศกลา...

Responsive image

ชวนดู ‘โมเดลสีคิ้ว’ กรณีศึกษา Smart City ท้องถิ่นที่เริ่มจากการแก้ปัญหาใกล้ตัว สู่การใช้ Data จัดการทั้งเมือง

เมื่อพูดถึงคำว่า ‘Smart City’ หรือเมืองอัจฉริยะ หลายคนอาจนึกภาพเมืองที่เต็มไปด้วยเทคโนโลยีล้ำสมัย แต่สำหรับสีคิ้วการสร้างเมืองอัจฉริยะเริ่มต้นมาจากจุดมุ่งหมายเดียว นั่นคือการทำให้ป...