ธนาคารออมสิน เดินหน้าแก้ พ.ร.บ. เตรียมตั้งบริษัทลูก-ขยายสาขาในต่างประเทศ พร้อมลุยแผน Non Bank รัฐ

“คุณประภาศ” ประธานบอร์ดออมสินคนใหม่ สั่งศึกษาแก้ พ.ร.บ.ออมสิน เพื่อความคล่องตัวในการบริหารงาน ทั้งปลดล็อกการตั้งบริษัทลูก ขยายสาขาไปต่างประเทศ หนุนช่วยประชาชนทำธุรกรรมได้คล่องตัวขึ้น พร้อมแผนลุยตั้ง Non Bank รัฐแห่งแรก ทำธุรกิจที่ดิน ยังคงเดินหน้าตามเดิม คาดเสร็จสิ้นภายในปี 65

ธนาคารออมสิน เดินหน้าแก้ พ.ร.บ. เตรียมตั้งบริษัทลูก-ขยายสาขาในต่างประเทศ พร้อมลุยแผน Non Bank รัฐ 

คุณประภาศ คงเอียด อธิบดีกรมธนารักษ์ ในฐานะประธานกรรมการธนาคารออมสิน เปิดเผยหลังเข้ารับตำแหน่งประธานบอร์ดออมสินว่า ได้มอบหมายให้ฝ่ายกฎหมายเข้าไปทำการศึกษาการแก้กฎหมาย พ.ร.บ.ออมสิน เพื่อเพิ่มความคล่องตัวในการบริหารงาน สามารถเข้าไปช่วยเหลือประชาชนได้มากขึ้น ไม่ว่าจะเป็นการเพิ่มอำนาจในการจัดตั้งบริษัทลูกได้ ซึ่งปัจจุบันยังไม่เปิดทางให้ออมสินจัดตั้งเองได้ เพียงแค่เปิดให้เข้าไปร่วมลงทุนกับบริษัทอื่น รวมถึงการเปิดทางให้ออมสินขยายสาขาไปตั้งยังประเทศเพื่อนบ้าน เป็นต้น

พร้อมย้ำการให้พิจารณาแก้กฎหมายครั้งนี้ ไม่ใช่การเพิ่มบทบาทให้ออมสิน เข้าไปแข่งกับธนาคารพาณิชย์ หรือแย่งชิงกำไรกับเอกชน แต่เป้าหมายหลักยังคงตัวตนในการเป็นธนาคารรัฐ ที่เน้นช่วยเหลือประชาชนฐานราก และเข้าไปสร้างความเป็นธรรมในระบบการเงินดูแลผู้มีรายได้น้อย เพราะบางอย่างมีความจำเป็นที่จะต้องเพิ่มบทบาทหน้าที่ หากทำในรูปแบบธนาคารรัฐ หรือรัฐวิสาหกิจก็อาจไม่คล่องตัว หรือหากไปร่วมทุนกับเอกชน ก็อาจยังมีมุมมองในเรื่องผลกำไร ทำให้ไม่สามารถช่วยประชาชนได้เต็มที่

อย่างไรก็ตาม การพิจารณาแก้ พ.ร.บ.ออมสิน ครั้งนี้ จะไม่กระทบต่อแผนเดินหน้าธุรกิจขายฝากที่ดิน หรือการทำนอนแบงก์รัฐ ที่กำลังทำขณะนี้ โดยธนาคารมีแผนทำให้เสร็จโดยเร็ว ซึ่งเป็นเหมือนเฟสสอง ต่อจากโครงการสินเชื่อจำนำทะเบียนรถที่ธนาคารร่วมมือกับพันธมิตรไปก่อนหน้านี้ เนื่องจากปัจจุบันธุรกิจขายฝากคิดดอกเบี้ยสูงมาก

ดังนั้น การที่ธนาคารออมสินจะมาเป็นหนึ่งในผู้เล่นในตลาด เพื่อช่วยกดให้ดอกเบี้ยต่ำลง เปลี่ยนแปลงโครงสร้างดอกเบี้ยในตลาดให้เหมาะสม และช่วยให้ประชาชนลดการพึ่งพิงเงินกู้นอกระบบก็เป็นสิ่งที่ดี ซึ่งหากเจอพันธมิตรที่เหมาะสม ก็สามารถเดินหน้าต่อโดยไม่จำเป็นต้องรอแก้กฎหมายให้เสร็จ

ทั้งนี้คุณประภาศกล่าวต่อไปว่า ในบรรดาธนาคารรัฐทั้งหมด มองว่ากฎหมายของออมสินค่อนข้างเข้มงวด เนื่องจากพื้นฐานของออมสินเป็นธนาคารของรัฐ ดังนั้นการปรับแก้กฎหมายต้องพิจารณาไม่ให้ขัดกับหลักการของธนาคาร ซึ่งจุดนี้สำคัญมาก เช่น ปัจจุบันออมสินไม่สามารถตั้งบริษัทลูกขึ้นมาทำธุรกิจนอนแบงก์ได้

ดังนั้นในวันนี้หากออมสินต้องการจะดำเนินธุรกิจหลากหลายขึ้น ออมสินเข้าไปถือหุ้นใหญ่ก็จะต้องเป็นลักษณะการดำเนินงานในรูปแบบรัฐวิสาหกิจที่ไม่คล่องตัวเท่ากับบริษัท หรือการเข้าไปร่วมกับเอกชนก็อาจจะไม่ตรงกับเป้าหมายของธนาคาร เพราะเอกชนย่อมมีความคาดหวังต่อกำไรหรืออัตราผลตอบแทนที่สูงอยู่แล้ว

“อย่างไรก็ตามหากธนาคารออมสินสามารถตั้งบริษัทลูกเองได้ ก็อาจช่วยเหลือประชาชนได้มากขึ้น เพราะออมสินถือหุ้นเอง ก็ไม่ต้องคิดในเชิงผลกำไรสูงเกินไป ซึ่งตรงนี้ถือเป็นเจตนารมณ์ที่ต้องการให้ไปศึกษาการแก้ไขกฎหมาย หรือกรณีถ้าอยากออกไปตั้งสาขาต่างประเทศ ต้องเข้าไปร่วมกับธนาคารอื่นในประเทศเพื่อนบ้าน ก็จะสามารถทำได้ ซึ่งเป็นการเปิดโอกาส สร้างภาพลักษณ์ของธนาคารที่ดีได้” คุณประภาศ กล่าวทิ้งท้าย

ลงทะเบียนเข้าสู่ระบบ เพื่ออ่านบทความฟรีไม่จำกัด

No comment

RELATED ARTICLE

Responsive image

เมื่อกฎหมายไม่ใช่คอขวด เจาะอนาคตสินทรัพย์ดิจิทัลอาเซียน ผ่านรายงาน SCBX และ Hashed Open Research ชี้ทิศทางอนาคตการเงินดิจิทัลแห่งเอเชียตะวันออกเฉียงใต้

SCBX ร่วมกับ Hashed Open Research (HOR) หน่วยงานคลังสมองด้านนโยบายของ Hashed บริษัทเวนเจอร์แคปิทัลด้าน Web3 ระดับโลก เปิดตัวรายงาน "Powering Southeast Asia's Digital Future" ซึ่งกล...

Responsive image

สจล. ปรับบทบาทครั้งใหญ่ ให้เริ่มทำโปรเจกต์จริงตั้งแต่ปี 1 ตอบโจทย์แวดวง AI, Semiconductor, Data Center

สจล. ปรับบทบาทมุ่งสร้าง "นวัตกร" รองรับอุตสาหกรรมอนาคต ดันสถิติบัณฑิตมีงานทำพุ่ง 85% สูงกว่าค่าเฉลี่ยประเทศ พร้อมคว้าอันดับ 1 มหาวิทยาลัยยอดนิยมสายวิทย์-เทคโนโลยี...

Responsive image

Hugging Face เล็งขายกิจการ คาดมูลค่าพุ่ง 1.3 หมื่นล้านดอลลาร์ เดินหน้าหาผู้ซื้อรายใหม่

Hugging Face กำลังเล็งขายกิจการ ซึ่งถ้าดีลนี้เกิดขึ้นจริงอาจดันมูลค่าบริษัทให้ทะยานสูงถึง 1.3 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐหรืออาจมากกว่านั้น...