พลังงานไฟฟ้า หนึ่งในโครงสร้างพื้นฐานที่สำคัญของการพัฒนาในยุคที่เทคโนโลยีเข้ามามีบทบาททุกอุตสาหกรรม ดังนั้นองค์ประกอบสำคัญในธุรกิจผลิตไฟฟ้าที่จะมาเชื่อมต่อให้เทคโนโลยีด้านพลังงานไฟฟ้ามีความสมบูรณ์มากยิ่งขึ้น คงหนีไม่พ้น ‘แบตเตอรี่’ ซึ่งเป็นจิ๊กซอว์สำคัญของระบบกักเก็บพลังงาน (Energy Storage System : ESS)  

สำหรับการผลิตไฟฟ้าจากพลังงานทดแทน ไม่ว่าจะเป็น พลังงานลม หรือพลังงานแสงอาทิตย์ก็ตาม ในบางครั้งด้วยการพึ่งพาความเป็นไปของธรรมชาติ อาจจะมีความผันผวนหรือความไม่แน่นอน รวมถึงปริมาณไฟฟ้าที่ผลิตได้ไม่เพียงพอต่อความต้องการของผู้ผลิตเสมอไป ดังนั้นจึงจำเป็นต้องมีระบบกักเก็บพลังงานที่จะเป็นสิ่งที่เข้ามาช่วยเพิ่มเสถียรภาพของพลังงาน ซึ่งส่วนนี้จะช่วยลดต้นทุนจากการสำรองไฟฟ้าและสร้างโรงไฟฟ้าเพิ่มได้ อีกทั้งยังสามารถช่วยเพิ่มมูลค่าให้กับพลังงานทดแทนได้ด้วย 

จากการที่สามารถเก็บพลังงานไฟฟ้าที่ผลิตได้ในช่วงความต้องการในการใช้ไฟฟ้าต่ำ ไปใช้ในช่วงที่ความต้องการใช้ไฟฟ้าสูงได้  ทำให้ บริษัท โกลบอล เพาเวอร์ ซินเนอร์ยี่ จำกัด (มหาชน) หรือ GPSC ผู้นำด้านธุรกิจไฟฟ้าของกลุ่ม ปตท. ซึ่งเดิมเป็นผู้ผลิตไฟฟ้าจากพลังงานทดแทน ที่เป็นธุรกิจหลักอยู่แล้ว ได้ปรับกลยุทธ์มุ่งสู่การสร้าง New S-Curve ก้าวสู่ธุรกิจนวัตกรรมไฟฟ้า ด้วยการพัฒนาเทคโนโลยีขั้นสูง ที่จะตอบโจทย์การใช้งานของอุตสาหกรรมแห่งอนาคต ซึ่งจะประกอบได้ด้วย 3 แกนหลัก ได้แก่ (1) Distributed Energy Resources  โดยเป็นการกระจายแหล่งผลิตพลังงาน ด้วยการพัฒนา ESS (2) Transformation Enablement  การพัฒนาโรงงานผลิตแบตเตอรี่ วึ่งเป็นการร่วมกันภายในของกลุ่มปตท. (3) Digital Energy แพลตฟอร์มพลังงานรูปแบบใหม่ ลงทุนตามโรดแมปสร้าง Sandbox เพื่อทำ Peer-to-Peer Trading  

GPSC ทุ่ม 1,100  ล้านบาท สร้างโรงผลิตแบตเตอรี่ ต้นแบบแห่งแรกของไทย

 นายชวลิต ทิพพาวนิช ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท โกลบอล เพาเวอร์ ซินเนอร์ยี่ จำกัด (มหาชน) หรือ GPSC กล่าวว่า GPSC ได้ลงนามในสัญญาก่อสร้างโรงงานผลิตแบตเตอรี่ต้นแบบ Semi Solid กับ บริษัท ไทยทากาซาโก จำกัด (Thai Takasago Co., Ltd.) ซึ่งเป็นผู้รับเหมาก่อสร้างโรงงานอุตสาหกรรมที่มีความเชี่ยวชาญในการก่อสร้างโรงงานแบตเตอรี่จากประเทศญี่ปุ่น มูลค่าสัญญาประมาณ 295 ล้านบาท เมื่อรวมอุปกรณ์ที่จัดซื้อโดย GPSC แล้วจะมีมูลค่าโครงการกว่า 1,100 ล้านบาท  โดยโรงงานดังกล่าวตั้งอยู่บนพื้นที่ 12 ไร่ ในนิคมอุตสาหกรรมมาบตาพุด จังหวัดระยอง คาดว่าจะก่อสร้างเสร็จและเปิดดำเนินการผลิตภายในเดือนธันวาคม 2563 นับเป็นโรงงานผลิตแบตเตอรี่แห่งแรกของประเทศไทยที่ผลิตด้วยเทคโนโลยี Semi Solid    

สำหรับเป้าหมายการผลิตแบตเตอรี่ของโรงงานดังกล่าว โดยในระยะแรกจะมีกำลังการผลิตอยู่ที่ 30 MWh (เมกะวัตต์ชั่วโมง) ซึ่งบริษัทฯ มีแผนที่จะขยายกำลังการผลิตเพิ่มขึ้นเป็น 100 MWh (เมกะวัตต์ชั่วโมง) โดยพิจารณาจากความต้องการของตลาดเป็นสำคัญ   อย่างไรก็ตามในระยะยาวจะพิจารณาสร้างโรงงานเชิงพาณิชย์แห่งใหม่ในที่ตั้งอื่น กรณีที่ขยายโครงการผลิตแบตเตอรี่ขนาดใหญ่ (Giga Scale) โดยคาดว่าจะเป็นการร่วมทุนกับพันธมิตรที่เป็นลูกค้าในกลุ่มอุตสาหกรรมพลังงาน อุตสาหกรรมยานยนต์ไฟฟ้า และอุตสาหกรรมที่เกี่ยวเนื่อง เพื่อเตรียมความพร้อมด้านพลังงานที่จะรองรับกับการขยายตัวของภาคอุตสาหกรรม โดยเฉพาะในพื้นที่เขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (อีอีซี)  รวมทั้งทิศทางการพัฒนาเมืองอัจฉริยะ หรือสมาร์ทชิตี้ ที่เน้นการใช้เทคโนโลยีและการใช้พลังงานสะอาดในการเพิ่มประสิทธิภาพการผลิต ที่จะช่วยเพิ่มขีดความสามารถด้านการแข่งขันให้กับธุรกิจ

 “GPSC ในฐานะหนึ่งใน Flagship ของกลุ่ม ปตท. ที่มุ่งเน้นการพัฒนานวัตกรรมพลังงานเพื่อก้าวสู่ธุรกิจอนาคต (S-Curve) ที่จะรองรับการเปลี่ยนแปลงด้านเทคโนโลยี โดยแบตเตอรี่ถือเป็นธุรกิจที่สามารถตอบโจทย์การเป็นผู้พัฒนาระบบ Energy Management Solution Provider ดังนั้น การพัฒนาโรงงานผลิตแบตเตอรี่ให้ได้คุณภาพตามมาตรฐาน ได้นำเอาเทคโนโลยี Semi Solid ของ บริษัท 24M Technologies จากสหรัฐอเมริกา ซึ่งบริษัทฯ ได้รับลิขสิทธิ์และจัดจำหน่ายในประเทศและภูมิภาค โดยในเบื้องต้นจะผลิตแบตเตอรี่ป้อนให้กับ กลุ่ม ปตท. และพร้อมที่จะขยายกำลังการผลิตตามความต้องการของตลาดไปสู่ระดับการเชื่อมโยงการซื้อขายในภูมิภาค (Grid Scale) รวมถึงการเข้าไปทำตลาดในกลุ่มประเทศอาเซียน เนื่องจากทิศทางของการพัฒนาด้านพลังงานของประเทศในอาเซียน มีการขยายตัวอย่างต่อเนื่องตามการเจริญเติบโตทางเศรษฐกิจของภูมิภาค โดยเฉพาะ สปป.ลาว เมียนมา กัมพูชา เวียดนาม อินโดนีเซีย ฟิลิปปินส์ เป็นต้น” นายชวลิต กล่าว 

ข้อมูลเกี่ยวกับ GPSC

GPSC ถือหุ้นโดย บมจ.ปตท. (PTT) ในสัดส่วน 22.8% บมจ.พีทีที โกลบอล เคมิคอล (PTTGC) 22.7%  บมจ.ไทยออยล์ (TOP) 8.9% บจ. ไทยออยล์ พาวเวอร์ (TP)  20.8% และนักลงทุนทั่วไป 24.8% GPSC แกนนำในการดำเนินธุรกิจไฟฟ้าและสาธารณูปโภคของกลุ่ม ปตท. ดำเนินธุรกิจหลักในการผลิตและจำหน่ายไฟฟ้า ไอน้ำ และสาธารณูปโภคต่างๆ เพื่อจำหน่ายแก่ลูกค้าอุตสาหกรรม การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) และการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค (กฟภ.)  โดยปัจจุบัน  มีกำลังการผลิตไฟฟ้าที่ได้รับอนุมัติแล้วตามสัดส่วนการถือหุ้น (Equity MW)  รวมประมาณ 5,026 เมกะวัตต์ ไอน้ำรวมประมาณ 2,876 ตันต่อชั่วโมง น้ำเย็นรวมประมาณ 15,400 ตัน ความเย็น และน้ำเพื่อการอุตสาหกรรมรวมประมาณ 7,372 ลูกบาศก์เมตรต่อชั่วโมง  


RELATED ARTICLE

Responsive image

บัณฑูร ล่ำซำ ออกจากประธานกรรมการ กสิกรไทย ตั้งขัตติยาเป็น CEO

บัณฑูร ล่ำซำ ลาออกจากประธานกรรมธนาคารการกสิกรไทยตั้งกอบกาญจน์ รักษาการประธานกรรมการ ขัตติยา เป็น CEO...

Responsive image

Linkedin เปิดให้ทำ Job Posting ฟรี 3 เดือน สำหรับธุรกิจที่ช่วยต้าน COVID-19

Linkedin แพลตฟอร์มเครือข่ายด้านธุรกิจและอาชีพที่มีอัตราการสนทนาระหว่างผู้ใช้งานปัจจุบันเพิ่มขึ้นมากถึง 55% ซึ่งเป็นผลมาจากการ Work from Home ทำให้ Linkedin นั้นได้ออกมาตรการที่จะช่...

Responsive image

นายกฯ เตรียมประกาศเคอร์ฟิวทั่วประเทศ ห้ามออกจากบ้าน 22.00-4.00 น. ดีเดย์ 3 เม.ย.นี้

นายกฯ เตรียมประกาศเคอร์ฟิวทั่วประเทศ ห้ามออกจากบ้าน 22.00-4.00 น. ดีเดย์ 3 เม.ย.นี้...