Haier ตั้งโรงงานอัจฉริยะ ผลิตแอร์เชิงพาณิชย์ในไทย เตรียมเป็นฐานการผลิตใหญ่สุดในอาเซียน

บริษัท ดับบลิวเอชเอ อินดัสเตรียล ดีเวลลอปเมนท์ จำกัด (มหาชน) หรือ WHAID ภายใต้กลุ่มบริษัท ดับบลิวเอชเอ  คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) หรือ WHA Group ตอกย้ำวิสัยทัศน์การเป็น “The Ultimate Solutions for Sustainable Partners” ด้วยการเดินหน้าพัฒนานิคมอุตสาหกรรมดับบลิวเอชเอ อีสเทิร์นซีบอร์ด 5 (WHA ESIE 5) ในจังหวัดระยองอย่างต่อเนื่อง ภายใต้แนวคิด “Smart Eco Industrial Estate” นิคมอุตสาหกรรมเชิงนิเวศอัจฉริยะ” ซึ่งปัจจุบัน การพัฒนาเฟส 1 พร้อมกว่า 80%แล้ว พร้อมกันนี้บริษัทยังเดินหน้าพัฒนาเฟส 2 ควบคู่กันไปเพื่อรองรับความต้องการการลงทุนที่เติบโตอย่างต่อเนื่อง ทั้งนี้ WHA ESIE 5 มีพื้นที่ทั้งหมดประมาณ 7,000 ไร่ 

ความโดดเด่นของโครงการ WHA ESIE 5 ทั้งในด้านทำเลที่ตั้งยุทธศาสตร์ โครงสร้างพื้นฐานที่ครบวงจร และแนวคิดการพัฒนาอย่างยั่งยืน สามารถดึงดูดบริษัทชั้นนำจากหลากหลายอุตสาหกรรมมากมาย โดยล่าสุด ไฮเออร์ สมาร์ทโฮม (Haier Smart Home) ผู้ผลิตเครื่องใช้ไฟฟ้าและโซลูชันสมาร์ทโฮมระดับโลก ได้เลือก WHA ESIE 5 เป็นที่ตั้งของ “ฐานการผลิตเครื่องปรับอากาศอัจฉริยะ (AI Intelligent Manufacturing Base)” แห่งที่ 3 ในประเทศไทย ซึ่งถือเป็นโรงงาน AI Intelligent Factory สำหรับการผลิตเครื่องปรับอากาศส่วนกลางแห่งแรกของโลก และใหญ่ที่สุดในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ สะท้อนความเชื่อมั่นในโครงสร้างพื้นฐานระดับโลกของ WHA และศักยภาพเชิงยุทธศาสตร์ของเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (EEC) ในการขับเคลื่อนประเทศไทยสู่ยุค Data Center และ AI Economy

นายปจงวิช พงษ์ศิวาภัย ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ดับบลิวเอชเอ อินดัสเตรียล ดีเวลลอปเมนท์ จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า “ไฮเออร์ คือพันธมิตรทางธุรกิจที่สำคัญที่ให้ความไว้วางใจ WHAID มาอย่างต่อเนื่อง โดยก่อนหน้านี้ได้เปิดโรงงานผลิตเครื่องปรับอากาศที่ใช้ภายในบ้าน บนพื้นที่ 200 ไร่ ใน นิคมอุตสาหกรรมดับบลิวเอชเอ อีสเทิร์นซีบอร์ด 3 (WHA ESIE 3) จังหวัดชลบุรี ซึ่งเริ่มเดินสายการผลิตไปเมื่อปี 2568 ที่ผ่านมา การที่ไฮเออร์เลือกขยายการลงทุนที่ WHA ESIE 5 เพื่อสร้างฐานการผลิตเครื่องปรับอากาศ AI อัจฉริยะที่ใหญ่ที่สุดในอาเซียน สะท้อนให้เห็นถึงความไว้วางใจที่มีต่อ WHAID และความพร้อมของนิคมฯ ของเราทั้งในด้านทำเลยุทธศาสตร์ โครงสร้างพื้นฐานล้ำสมัย ระบบนิเวศที่ยั่งยืน เป็นศูนย์กลางการผลิตที่รองรับอุตสาหกรรมแห่งอนาคตได้ในทุกมิติอย่างครบวงจร”

ฐานการผลิตแห่งใหม่ของไฮเออร์ ที่ WHA ESIE 5 ได้ทำพิธีวางศิลาฤกษ์ไปเมื่อวันที่ 12 พฤษภาคม 2569 ที่ผ่านมา และคาดว่าจะก่อสร้างแล้วเสร็จพร้อมดำเนินการในเดือนมิถุนายน 2570 ซึ่งโรงงานแห่งนี้จะใช้ระบบอัตโนมัติที่ขับเคลื่อนด้วย AI มากกว่า 65% พร้อมศูนย์วิจัยและพัฒนา (R&D Center) ที่มุ่งเน้นการพัฒนาโซลูชัน HVAC สำหรับสภาพภูมิอากาศเขตร้อนโดยเฉพาะ เพื่อรองรับความต้องการที่เพิ่มสูงขึ้นอย่างรวดเร็วในภูมิภาค ทั้งจากภาคเมือง อสังหาริมทรัพย์ โรงแรม นิคมอุตสาหกรรม และโครงสร้างพื้นฐาน โดยมีเป้าหมายในการส่งออกไปทั่วภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ยุโรป และอเมริกาเหนือ

การขยายการลงทุนของไฮเออร์ครั้งนี้ ตอกย้ำศักยภาพของ WHAID ในการเป็นฐานการผลิตสำคัญสำหรับอุตสาหกรรมแห่งอนาคตและกลุ่ม New S-Curve ด้วยความพร้อมด้านโครงสร้างพื้นฐาน เทคโนโลยีและระบบนิเวศอุตสาหกรรมที่พัฒนาอย่างครบวงจรและยั่งยืน โดยมีจุดแข็งสำคัญดังนี้

  • โครงสร้างพื้นฐานดิจิทัลที่เหนือชั้น: ด้วยรากฐานอันแข็งแกร่งของระบบ digital connectivity  เช่น underground fiber optic (FTTx), 5G Network  และระบบบริหารจัดการพลังงานอัจฉริยะที่รองรับการเชื่อมต่อและประมวลผลข้อมูลในระดับโรงงานอัจฉริยะและ Data Center ขนาดใหญ่ได้อย่างไร้รอยต่อ เพื่อให้สายการผลิตที่ขับเคลื่อนด้วย AI และระบบอัตโนมัติขั้นสูงเดินเครื่องได้อย่างเต็มศักยภาพ มั่นใจได้ในเสถียรภาพและประสิทธิภาพของการดำเนินงาน
  • นิเวศอุตสาหกรรมสีเขียวเพื่ออนาคต: ยกระดับแนวคิด "Smart Eco Industrial Estate" ไปอีกขั้น ด้วยการลงทุนในเทคโนโลยีพลังงานสะอาด เช่น โซลาร์เซลล์ส่องสว่างตลอดแนวถนน และระบบบำบัดและหมุนเวียนน้ำกลับมาใช้ใหม่  (Reclamation Water) เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการบริหารจัดการทรัพยากร ซึ่งไม่เพียงช่วยลดภาระสิ่งแวดล้อม แต่ยังช่วยลดต้นทุนการดำเนินงานในระยะยาวให้แก่นักลงทุน บรรลุเป้าหมายการลด Carbon Footprint ที่องค์กรชั้นนำทั่วโลกให้ความสำคัญ
  • ศูนย์รวมการพัฒนาบุคลากรและคุณภาพชีวิต: นอกจากการเป็นฐานการผลิตแล้ว ยังพัฒนาไปสู่การเป็น “Industrial Town” ที่ครบวงจร ซึ่งรวมถึงพื้นที่พักอาศัยและพื้นที่เชิงพาณิชย์ พร้อมสร้างสภาพแวดล้อมที่เอื้อต่อคุณภาพชีวิตและการทำงานในยุคดิจิทัล อีกทั้งยังส่งเสริมความร่วมมือกับสถาบันการศึกษาใกล้เคียง เช่น มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าพระนครเหนือ และวิทยาลัยเทคนิคบ้านค่าย เพื่อผลิตบุคลากรที่มีทักษะตรงกับความต้องการของอุตสาหกรรมแห่งอนาคตเพื่อรองรับการเติบโตของภาคอุตสาหกรรมในระยะยาว 

การขยายฐานการผลิตจากบริษัทระดับโลกอย่างต่อเนื่องในโครงการ WHA ESIE 5 ยังก่อให้เกิดผลเชิงบวกที่สำคัญต่อสังคมและเศรษฐกิจโดยรอบ ทั้งการสร้างงานที่มีคุณภาพให้แก่แรงงานไทยในตำแหน่งต่าง ๆ การส่งเสริมการเติบโตของผู้ประกอบการ SME ไทยในห่วงโซ่อุปทานให้สามารถยกระดับมาตรฐานและขีดความสามารถในการแข่งขันระดับโลก การกระตุ้นเศรษฐกิจชุมชนโดยรอบให้เติบโตไปพร้อมกันอย่างยั่งยืน

WHAID ยังคงเดินหน้าขับเคลื่อนการลงทุน และนวัตกรรมอุตสาหกรรมแห่งอนาคตอย่างต่อเนื่อง มุ่งมั่นส่งมอบระบบนิเวศอุตสาหกรรมที่สมบูรณ์แบบ โครงสร้างพื้นฐานระดับโลก ระบบสาธารณูปโภคอัจฉริยะ และพลังงานสะอาด พร้อมด้วยการบริหารจัดการที่เป็นเลิศ สะท้อนแนวคิด “WHA SHAPE THE FUTURE FOR THAILAND” ของ WHA Group ในการร่วมขับเคลื่อนศักยภาพอุตสาหกรรมไทยเพื่อสร้างอนาคตที่ยั่งยืนให้กับประเทศไทยและภูมิภาค

ลงทะเบียนเข้าสู่ระบบ เพื่ออ่านบทความฟรีไม่จำกัด

No comment

RELATED ARTICLE

Responsive image

Amazon ลงทุน $30,000 ล้าน อินโด มาเล สิงคโปร์ และไทย ใน Cloud และ AI คาดดัน GDP โตกว่า 6.4 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐ

Amazon กางแผนบิ๊กโปรเจกต์ทุ่มงบกว่า 3.3 หมื่นล้านเหรียญ ลุยปักหมุดโครงสร้างพื้นฐาน Cloud และ AI ทั่วอาเซียน รวมถึงไทย คาดดัน GDP พุ่งทะลุเป้าภายในปี 2039...

Responsive image

ทำไม DNA ทุกเกลียวในร่างกายถึงหมุนไปทางเดียวกัน? นักวิทยาศาสตร์ไขปริศนา 150 ปี เพราะอะไรโมเลกุลในร่างกายคนถึงถนัดขวา

นักวิจัยจาก Weizmann Institute และ Hebrew University ตีพิมพ์งานใน Science Advances ชี้ว่า "การหมุนของอิเล็กตรอน" (Electron Spin) ในโมเลกุลที่ไม่สมมาตรคือเหตุผลว่าทำไมโมเลกุลเกือบทั...

Responsive image

ช็อกวงการ EdTech โรงเรียนสหรัฐฯ สั่งเหมา MacBook Neo โละ Windows เกลี้ยง

Apple เดินเกมรุกตลาดการศึกษา เจาะกลุ่มนักเรียนด้วย MacBook Neo จนโรงเรียนในสหรัฐฯ ยอมปลดระวางพีซีและ Chromebook ทิ้ง 30,000 เครื่องเพื่อสลับมาใช้อีโคซิสเต็ม Apple...