ประกันภัยไทยวิวัฒน์ ฉลองครบรอบ 75 ปี เปิดตัว ‘TVI Crash Detection’ ระบบตรวจจับอุบัติเหตุอัตโนมัติ

#โฆษณา ผู้ทำการโฆษณานี้ไม่มีใบอนุญาตเป็นตัวแทนหรือนายหน้าประกันภัย เนื้อหานี้มีวัตถุประสงค์เพื่อการให้ข้อมูลเท่านั้น โปรดปรึกษาผู้เชี่ยวชาญที่มีใบอนุญาตก่อนตัดสินใจ

บริษัท ประกันภัยไทยวิวัฒน์ จำกัด (มหาชน) จัดงาน Thaivivat Next Move: Driving the Future of Motor Insurance เนื่องในโอกาสครบรอบ 75 ปี พร้อมเปิดตัว TVI Crash Detection ระบบตรวจจับอุบัติเหตุอัตโนมัติ นวัตกรรมล่าสุดที่ออกแบบมาเพื่อรับมือกับช่วงเวลาสำคัญที่สุดหลังเกิดอุบัติเหตุ ซึ่งถือเป็นการเปลี่ยนรูปแบบการทำงานของประกันภัยจากการรอรับแจ้งเหตุมาสู่การให้ความช่วยเหลือเชิงรุกแบบเรียลไทม์

เพราะหลังเกิดอุบัติเหตุหลายคนมักอยู่ในอาการตกใจ บางคนอาจบาดเจ็บจนขยับตัวได้ยาก ขณะที่บางคนอาจนึกเบอร์โทรฉุกเฉินไม่ออก หรือไม่รู้ด้วยซ้ำว่าตัวเองอยู่ตรงไหน สำหรับประกันแบบเดิมการช่วยเหลือยังต้องรอให้ลูกค้าโทรแจ้งเหตุเข้ามาก่อน ทำให้บางครั้งอาจเข้าไปช่วยไม่ทัน

คุณเทพพันธ์ อัศวะธนกุล กรรมการรองกรรมการผู้อำนวยการ บริษัท ประกันภัยไทยวิวัฒน์ จำกัด (มหาชน)  มองเห็นข้อจำกัดนี้ว่าในสถานการณ์จริงการจะหวังให้คนที่กำลังตกใจมาหาข้อมูลกรมธรรม์หรืออธิบายตำแหน่งที่เกิดเหตุเป็นเรื่องที่ทำได้ยาก ทั้งที่เสี้ยววินาทีนั้นคือช่วงเวลาที่พวกเขาต้องการความช่วยเหลือมากที่สุด

TVI Crash Detection จึงถูกออกแบบมาเพื่ออุดช่องโหว่ตรงนี้โดยเฉพาะ ตั้งแต่การตรวจจับการชนไปจนถึงการประสานความช่วยเหลือ โดยไม่ต้องรอให้คนที่กำลังช็อกและทำอะไรไม่ถูกเป็นฝ่ายโทรแจ้งเหตุเอง 

ระบบนี้ถูกพัฒนาขึ้นด้วยแนวคิด Zero-Hardware ผู้ใช้ไม่จำเป็นต้องติดตั้งอุปกรณ์ IoT หรือกล่องเสริมในรถยนต์เพิ่ม แต่ระบบจะใช้ข้อมูลจากเซ็นเซอร์ที่มีอยู่แล้วในสมาร์ทโฟนมาประมวลผลร่วมกับระบบอัตโนมัติแทน เมื่อเกิดเหตุฉุกเฉิน ระบบจะส่งข้อมูลจากสมาร์ทโฟนตรงเข้าศูนย์ปฏิบัติการทันทีผ่านรูปแบบที่เรียกว่า Direct-to-Operation ซึ่งจะช่วยลดโอกาสเกิด Human Error ในช่วงเวลาวิกฤตที่คนเรามักจะตกใจหรือทำอะไรไม่ถูก 

TVI Crash Detection ระบบตรวจจับอุบัติเหตุอัตโนมัติ

TVI Crash Detection ทำงานผ่านแอปพลิเคชัน Thaivivat โดยไม่ต้องติดตั้งอุปกรณ์เสริมเพิ่มเติมภายในรถ และรองรับทั้งระบบ iOS และ Android ดร.เฉลิมพล สายประเสริฐ ผู้ช่วยกรรมการผู้อำนวยการ บริษัท ประกันภัยไทยวิวัฒน์ จำกัด (มหาชน) ผู้บริหารที่ดูแลโปรเจกต์นี้ อธิบายว่าระบบถูกออกแบบให้ทำงานผ่าน 5 ขั้นตอน ได้แก่

1. การตรวจจับ: ระบบจะใช้เซ็นเซอร์ที่มีอยู่แล้วในตัวสมาร์ทโฟนคอยตรวจจับแรงกระแทกและความเคลื่อนไหวผิดปกติที่อาจเข้าเงื่อนไขว่าอาจเป็นอุบัติเหตุ 

2. การแจ้งเตือน: เมื่อระบบจับสัญญาณได้ แอปพลิเคชันจะส่งการแจ้งเตือนขึ้นมาบนหน้าจอทันที โดยที่ผู้ใช้งานไม่ต้องทำอะไรเลยในขั้นตอนนี้ 

3. กดยืนยันเพื่อขอความช่วยเหลือ: เนื่องจากช่วงเวลาเกิดอุบัติเหตุ ผู้ประสบเหตุมักอยู่ในอาการตกใจ สับสน หรือนึกเบอร์โทรศัพท์ไม่ออก ระบบจึงตั้งใจออกแบบมาเพื่อลดความยุ่งยากทั้งหมด ผู้ใช้งานเพียงกดยืนยันผ่านหน้าต่างแจ้งเตือนว่าเกิดเหตุจริง ก็จะสามารถขอความช่วยเหลือได้ทันที โดยไม่ต้องพิมพ์หรืออธิบายรายละเอียดใดๆ เพิ่มเติม 

4. ระบบจะดึงพิกัดตำแหน่ง: เมื่อผู้ใช้งานกดยืนยัน ระบบจะดึงพิกัดตำแหน่งจาก GPS และส่งตรงไปยังศูนย์ปฏิบัติการโดยอัตโนมัติ ทำให้การระบุจุดเกิดเหตุมีความแม่นยำและรวดเร็วขึ้น

5. ประสานความช่วยเหลือแบบเรียลไทม์: ศูนย์ปฏิบัติการจะจัดส่งเจ้าหน้าที่ที่อยู่ใกล้จุดเกิดเหตุที่สุดออกไปทันที ขณะเดียวกันผู้ใช้งานสามารถตรวจสอบผ่านแอปพลิเคชันได้ว่าเจ้าหน้าที่เดินทางถึงไหนแล้วและจะใช้เวลาอีกกี่นาที ซึ่งการติดตามสถานะได้แบบนี้ ได้เห็นความเคลื่อนไหวว่าเจ้าหน้าที่กำลังเดินทางมา อาจช่วยคลายความกังวลระหว่างรอลงไปได้บ้าง 

ซึ่งทั้งหมดนี้ทำงานอยู่บนแอปพลิเคชัน Thaivivat ตัวเดิม ไม่ใช่แอปใหม่ TVI Crash Detection จึงเป็นเหมือนการนำฟีเจอร์ใหม่ มาต่อยอดในระบบที่ลูกค้าคุ้นเคยกันอยู่แล้ว เพื่อยกระดับความช่วยเหลือให้มีประสิทธิภาพและตรงจุดมากขึ้น

นอกจากนี้ในงานเปิดตัวได้มีการจำลองเหตุการณ์อุบัติเหตุผ่านจอภาพยนตร์ ให้ผู้ร่วมงานได้สัมผัสสถานการณ์แบบเสมือนจริง พร้อมมีการส่งข้อความแจ้งเตือนให้ดูเลยว่าถ้าเกิดเหตุขึ้นจริง ๆ ระบบจะทำงานแบบไหน 

คุณเทพพันธ์ ได้สรุปความหมายของนวัตกรรมนี้ไว้ว่าเป็นการเปลี่ยนรูปแบบการทำงานของบริษัทจาก Reactive ที่รอรับแจ้งเหตุไปสู่ Proactive ที่เข้าไปดูแลลูกค้าตั้งแต่วินาทีแรก และเปลี่ยนจาก Panic moment ให้กลายเป็นความอุ่นใจแบบ Zero Panic   

TVI Crash Detection จึงเป็นเหมือนอีกหนึ่งนวัตกรรมที่ต่อยอดจากความเชี่ยวชาญด้านประกันภัยรถยนต์ของประกันภัยไทยวิวัฒน์ ซึ่งพัฒนาต่อเนื่องมาตั้งแต่บริการ ‘ประกันรถเปิดปิด’ ที่เปิดให้บริการมานานกว่า 10 ปี จนกลายเป็นส่วนหนึ่งของการสร้าง Motor Ecosystem ในบริษัท  

นอกจากเรื่องประกันรถยนต์แล้ว ประกันภัยไทยวิวัฒน์ยังขยายความคุ้มครองไปยังผลิตภัณฑ์กลุ่มอื่นด้วย ภายใต้ทิศทางที่เรียกว่า 'Beyond Peace of Mind สู่ Quality of Life' ซึ่งบริษัทระบุว่าต้องการให้ประกันภัยไม่ได้มีบทบาทแค่ตอนเกิดเหตุ แต่ต้องเข้าไปเกี่ยวข้องกับคุณภาพชีวิตประจำวันของผู้คนด้วย ไม่ว่าจะเป็น

  • ประกันสุขภาพ Active Health ที่มอบสมาร์ทวอทช์และให้ส่วนลดเบี้ยสูงสุด 40% ตามข้อมูลออกกำลังกาย
  • TVI Homie Care ประกันบ้าน ที่ดูแลครอบคลุมไลฟ์สไตล์คนยุคใหม่ คุ้มครองถึงสัตว์เลี้ยง และแท่นชาร์จEV
  • TVI Smart Delay ประกันการเดินทางที่ระบบจะส่ง QR Code ให้ลูกค้าเข้า Lounge ฟรีทั่วโลก หากเที่ยวบินล่าช้าเกิน 90 นาที 

โครงการ Thaivivat Caring Forward คิดเผื่อ เพื่อสังคม 

Thaivivat Caring Forward เป็นโครงการที่นำเรื่องการขับขี่ปลอดภัยมาเชื่อมกับสิทธิประโยชน์ของลูกค้าโดยตรง หากลูกค้า ‘ขับดี’ ไม่มีประวัติเคลมเป็นฝ่ายผิดตลอดทั้งปี เมื่อต่ออายุกรมธรรม์จะได้รับส่วนลดเบี้ยประวัติดี และยังสามารถเลือกมูลนิธิที่ต้องการสนับสนุนได้ด้วยตัวเองจาก 7 แห่ง ได้แก่ มูลนิธิรามาธิบดีฯ, สภากาชาดไทย, โรงเรียนสอนคนตาบอดกรุงเทพ, มูลนิธิโรงพยาบาลเด็ก, มูลนิธิยุวพัฒน์, มูลนิธิกระจกเงา และมูลนิธิเดอะวอยซ์ (เสียงจากเรา)

เมื่อเลือกแล้วบริษัทจะนำเบี้ยส่วนหนึ่งไปร่วมบริจาคให้มูลนิธิที่ลูกค้าเลือกในนามของลูกค้า โดยยอดบริจาคสามารถนำไปใช้ลดหย่อนภาษีบุคคลได้ทันที

สำหรับเป้าหมายต่อไป ประกันภัยไทยวิวัฒน์จะยังคงเดินหน้าพัฒนานวัตกรรม เพื่อให้คนไทยเข้าถึงประกันได้ง่ายขึ้น และทำให้ประกันภัยเข้าไปตอบโจทย์ชีวิตประจำวันของผู้คนได้จริง ๆ ทั้งในยามฉุกเฉินและในทุก ๆ วันที่ใช้ชีวิต

*เงื่อนไขความคุ้มครองเป็นไปตามกรมธรรม์ประกันภัย ผู้ซื้อควรทำความเข้าใจในรายละเอียดความคุ้มครองและเงื่อนไขก่อนตัดสินใจทำประกันภัยทุกครั้ง

ลงทะเบียนเข้าสู่ระบบ เพื่ออ่านบทความฟรีไม่จำกัด

No comment

RELATED ARTICLE

Responsive image

‘AI FOR ALL HACKATHON’ ชวนคนไทยแก้โจทย์ประเทศ ร่วมแก้ปัญหาจริงของคนไทย 6 ด้าน เปลี่ยนไอเดียสู่ซอฟต์แวร์จริงใน 3 เดือน

AI FOR ALL Hackathon เวทีแข่งขัน AI ระดับประเทศจากเครือซีพี อไรซ์ ทรู และ AWS เปิดรับคนไทย 18 ปีขึ้นไปทุกอาชีพ ไม่ต้องมีประสบการณ์ AI มาก่อน เริ่มจากปัญหาจริงใน 6 หัวข้อ ผ่านการอบร...

Responsive image

Human of Tomorrow’ ในมุมคุณศุภจี อนาคตไทยต้องสร้างพร้อมกันทั้งคน ธุรกิจ และประเทศ (มุม Storytelling)

การพูดถึง ‘มนุษย์แห่งอนาคต’ มักพาเราไปสู่คำถามเรื่องทักษะ AI หรืออาชีพที่จะเปลี่ยนไป ทว่าคุณศุภจี สุธรรมพันธุ์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ วางภาพนี้ไว้กว้างกว่าน...

Responsive image

Google เปิดตัว Gemini 3.8 Live AI ที่พูดไปคิดไปได้แบบมนุษย์ รองรับการแปลสดถึง 97 ภาษาทั่วโลก

Google เปิดตัว Gemini 3.8 Live และ 3.8 Live Extended Thinking โมเดลเสียงที่คิดไปคุยไปพร้อมกัน รองรับ 97 ภาษา สลับได้เองกลางบทสนทนา เรียกใช้เครื่องมือเบื้องหลังโดยไม่ทำให้บทสนทนาสะด...