Huawei ร่วมกับหน่วยงานภาครัฐ ภาคธุรกิจ ผู้ให้บริการโทรคมนาคม ผู้พัฒนาโมเดล AI สมาคมด้าน AI และมหาวิทยาลัย เปิดตัว Thailand AI Ecosystem Initiative เพื่อเชื่อมโยงผู้เล่นในระบบนิเวศและผลักดันประเทศไทยสู่การเป็นศูนย์กลางด้าน AI ของอาเซียน
การเปิดตัวเกิดขึ้นภายในงาน Huawei Thailand Digital & AI Summit 2026 ซึ่งจัดขึ้นระหว่างวันที่ 23–24 กรกฎาคม 2026 ณ ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ ภายใต้ธีม “Advancing All Intelligence Thailand” โดยมีผู้เข้าร่วมมากกว่า 3,000 คน ครอบคลุมผู้แทนภาครัฐ ผู้ให้บริการโทรคมนาคม ลูกค้าองค์กร และพันธมิตรในอุตสาหกรรม กำหนดการอย่างเป็นทางการของงานยังครอบคลุมหัวข้อ AI Infrastructure, Trustworthy AI, พลังงานสำหรับ Data Center และการประยุกต์ใช้ AI ในหลายอุตสาหกรรม (Huawei Enterprise)

คุณไชยชนก ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม กล่าวถึงแนวทางพัฒนา AI ของประเทศไทยผ่าน 3 เสาหลัก ได้แก่ Infrastructure, Trust และ People หรือโครงสร้างพื้นฐาน ความน่าเชื่อถือ และบุคลากร
หนึ่งในเป้าหมายสำคัญคือการผลักดันไทยให้เป็นพื้นที่ทดลองด้านธรรมาภิบาล AI ในโลกจริง หรือ AI Governance Sandbox ซึ่งเปิดให้ภาคธุรกิจ นักวิจัย และหน่วยงานกำกับดูแลทำงานร่วมกัน เพื่อนำหลักการด้าน AI ระดับสากลมาปรับใช้ให้เหมาะกับบริบทของประเทศ
รัฐบาลยังให้ความสำคัญกับ AI ที่รองรับภาษาไทย เข้าใจบริบทของประเทศ และเปิดโอกาสให้คนไทยมีส่วนร่วมตั้งแต่การใช้งาน การพัฒนา ไปจนถึงการปรับแต่งเทคโนโลยีให้ตอบโจทย์ธุรกิจและสังคมไทย พร้อมรับมือความเสี่ยงจากการหลอกลวงออนไลน์ Deepfake และการฉ้อโกงที่ใช้ AI
Austin Zheng รองกรรมการผู้จัดการ Huawei Thailand ระบุว่า แม้ประเทศไทยมีโอกาสพัฒนาเป็นศูนย์กลาง AI ของภูมิภาค แต่องค์กรยังเผชิญข้อจำกัดสำคัญ 5 ด้าน ได้แก่
Huawei เสนอให้องค์กรเริ่มจากกรณีใช้งานที่สามารถสร้างมูลค่าทางธุรกิจได้ชัดเจน จากนั้นนำข้อมูลเฉพาะอุตสาหกรรมมาปรับแต่งโมเดล และพัฒนาบุคลากรที่เข้าใจทั้งกระบวนการธุรกิจและ AI
บริษัทประกาศเป้าหมายพัฒนานักพัฒนา AI ในประเทศไทยจำนวน 40,000 คนในช่วงหลายปีข้างหน้า เพื่อสนับสนุนการสร้างบุคลากรและเพิ่มโอกาสให้องค์กรทุกขนาดเข้าถึงความสามารถด้าน AI
Thailand AI Ecosystem Initiative เกิดจากความร่วมมือระหว่าง Huawei สมาคมปัญญาประดิษฐ์ประเทศไทย หรือ AIAT ผู้ให้บริการโทรคมนาคม ผู้พัฒนาโมเดล AI ในประเทศ ภาคธุรกิจ และมหาวิทยาลัย
โครงการมีเป้าหมายสร้างระบบนิเวศ AI ที่เปิดกว้าง เชื่อมโยงทรัพยากรและความเชี่ยวชาญจากหลายภาคส่วน พร้อมรักษาสมดุลระหว่างการสร้างนวัตกรรมกับการกำกับดูแลที่น่าเชื่อถือ อีกหนึ่งภารกิจคือการพัฒนาบุคลากรดิจิทัลและสนับสนุนการนำ AI ไปใช้ในอุตสาหกรรมต่าง ๆ เพื่อยกระดับบทบาทของไทยในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้
การเปิดตัวโครงการเกิดขึ้นในช่วงที่ไทยได้รับการลงทุนด้านโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัลเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดย BOI ระบุว่าอุตสาหกรรมดิจิทัลเป็นกลุ่มที่มีมูลค่าคำขอรับการส่งเสริมการลงทุนสูงที่สุดในช่วงครึ่งแรกของปี 2026 ซึ่งส่วนสำคัญมาจากโครงการ Data Center และโครงสร้างพื้นฐาน AI (Bank of Thailand)
ภายในงาน Huawei Cloud ยังประกาศว่า Huawei Cloud Agentic Infrastructure พร้อมให้บริการในประเทศไทย เพื่อรองรับการพัฒนาและนำ AI Agent ไปใช้งานในระดับองค์กร พร้อมเปิดทดสอบ Huawei Cloud CodeArts Agent Open Beta Testing หรือ OBT สำหรับนักพัฒนาและองค์กรในประเทศ
Agentic Infrastructure เป็นโครงสร้างพื้นฐานที่พัฒนาขึ้นสำหรับ AI Agent โดยรองรับการสร้าง Token การจัดสรรทรัพยากรระหว่างระบบประมวลผลทั่วไปกับระบบ AI การจัดการหน่วยความจำระยะยาว ตลอดจนการทำงานของ Agent ภายในสภาพแวดล้อมที่ปลอดภัย
องค์ประกอบหลักประกอบด้วย
อีกหนึ่งผลิตภัณฑ์ที่เปิด OBT ในไทยคือ CodeArts Agent ซึ่งรวมความสามารถของเครื่องมือพัฒนาซอฟต์แวร์เข้ากับ Coding Model และระบบทำงานแบบอัตโนมัติ
เครื่องมือรองรับการสร้างโค้ดในระดับโครงการ การเติมโค้ด การตอบคำถามจากองค์ความรู้ด้านวิจัยและพัฒนา และการสร้าง Unit Test โดยใช้แนวคิด Specification-Driven Development เพื่อช่วยควบคุมคุณภาพตั้งแต่ขั้นกำหนดความต้องการไปจนถึงการส่งมอบระบบ
CodeArts Agent ยังมี Agent Team Mode ซึ่งให้ AI Agent หลายตัวแบ่งงานและทำงานพร้อมกัน เพื่อลดงานซ้ำและช่วยให้ทีมพัฒนานำผลิตภัณฑ์หรือบริการดิจิทัลออกสู่ตลาดได้เร็วขึ้น
Huawei Cloud ระบุว่า ระบบความปลอดภัยครอบคลุมตั้งแต่โครงสร้างพื้นฐาน ข้อมูลที่ใช้ฝึกโมเดล การประมวลผลของโมเดล ไปจนถึงแอปพลิเคชัน AI Agent
สำหรับองค์กรที่ให้ความสำคัญกับ Data Sovereignty และความเป็นส่วนตัว Huawei Cloud มี Dedicated Security Zone ซึ่งเปิดให้ลูกค้าจัดการกุญแจเข้ารหัสด้วยตนเอง พร้อมใช้เทคโนโลยี Data Capsule เพื่อจำกัดให้ข้อมูลทำงานได้เฉพาะในสภาพแวดล้อมที่ได้รับอนุญาต
การเปิดตัว Thailand AI Ecosystem Initiative สะท้อนว่า การผลักดันประเทศเข้าสู่ยุค AI ต้องทำมากกว่าการลงทุนใน Cloud หรือ Data Center แต่ต้องเชื่อมโยงโครงสร้างพื้นฐาน ข้อมูล โมเดล ความปลอดภัย บุคลากร และความร่วมมือระหว่างภาครัฐ ภาคธุรกิจ และสถาบันการศึกษาเข้าด้วยกัน
โจทย์ต่อไปของประเทศไทยจึงอยู่ที่การเปลี่ยนความพร้อมเหล่านี้ให้กลายเป็น AI Application ที่แก้ปัญหาและสร้างมูลค่าได้จริงในภาครัฐ ธุรกิจ และอุตสาหกรรม
Huawei ซึ่งดำเนินธุรกิจในประเทศไทยมาแล้ว 27 ปี ระบุว่าจะเดินหน้าร่วมมือกับลูกค้าและพันธมิตร เพื่อพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน AI การประยุกต์ใช้ในภาคอุตสาหกรรม และบุคลากร ภายใต้แนวคิด “In Thailand, For Thailand” พร้อมสนับสนุนเป้าหมายการพัฒนาไทยสู่ศูนย์กลาง AI ของอาเซียน
ลงทะเบียนเข้าสู่ระบบ เพื่ออ่านบทความฟรีไม่จำกัด