IBM จับมือ Meta ตั้ง AI Alliance ปูทางสู่นวัตกรรมที่มีความรับผิดชอบ

IBM จับมือ Meta สร้างพื้นที่สำหรับพัฒนา AI อย่างปลอดภัยและมีความรับผิดชอบในชื่อ AI Alliance พร้อมความร่วมมือจากสมาชิกกว่า 50 องค์กรทั่วโลก และมหาวิทยาลัยชั้นนำหลายแห่ง !

AI Alliance สร้างพื้นที่ปลอดภัยสำหรับการพัฒนา AI

AI Alliance คือ ชุมชนที่มุ่งพัฒนา Responsible AI บนพื้นฐานของ Open Innovation โดยมีเป้าหมายคือการพัฒนา AI ที่เปิดกว้าง โปร่งใส ปลอดภัย และมีความรับผิดชอบ โดยส่งเสริมการทำงานร่วมกันระหว่างนักพัฒนาเทคโนโลยี นักวิจัย รัฐบาล และบริษัทชั้นนำทั่วโลก 

อาทิ AMD, Anyscale, CERN, Cerebras, Cleveland Clinic, Cornell University, Dartmouth, Dell Technologies, EPFL, ETH, Hugging Face, Imperial College London, Intel, INSAIT, Linux Foundation, MLCommons, MOC Alliance operated by Boston University and Harvard University, NASA, NSF, Oracle, Partnership on AI, Red Hat, Roadzen, ServiceNow, Sony Group, Stability AI, Yale University และองค์กรอื่น ๆ (ดูรายชื่อได้ที่นี่)

เนื่องจากในปัจจุบัน AI พัฒนาไปไกลมากจนสร้างความกังวลให้คนในสังคม แต่ในอีกมุมหนึ่งผู้พัฒนาเชื่อว่ามันก็สามารถสร้างโอกาสหรือความเป็นไปได้ใหม่ ๆ ในการทำงาน ชีวิตประจำวัน และการศึกษา ดังนั้นการเกิดขึ้นมาของ AI Alliance จึงเป็นพื้นที่จะทำให้ผู้คนมั่นใจว่า AI จะได้รับการพัฒนาอย่างมีความรับผิดชอบและปลอดภัย

นอกจากนี้หากต้องการให้ AI ก้าวหน้าไปอย่างรวดเร็ว (และปลอดภัยไปพร้อม ๆ กัน) กลุ่มนักวิจัย รัฐบาล และบริษัทหลายแห่งจำเป็นต้องทำงานร่วมกัน เพื่อแบ่งปันข้อมูลย่างเปิดเผย รวมถึงช่วยกันจัดการกับปัญหาหรือความเสี่ยงที่อาจเกิดขึ้นก่อนที่จะเปิดตัวผลิตภัณฑ์ AI ใหม่ให้ทุกคนได้ใช้

ดังนั้น ความร่วมมือนี้จึงไม่เพียงแค่มุ่งเน้นไปที่การสร้างสรรค์เทคโนโลยีใหม่ ๆ เท่านั้น แต่ยังเกี่ยวกับการสร้างความมั่นใจว่าเทคโนโลยีเหล่านั้นปลอดภัยและไม่ก่อให้เกิดปัญหาใด ๆ เมื่อเผยแพร่สู่สังคม

6 สิ่งที่ AI Alliance วางแผนจะทำ

  1. สร้างกฎเกณฑ์และแนวปฏิบัติที่เป็นประโยชน์ เพื่อให้แน่ใจว่าระบบ AI ได้รับการสร้างและใช้งานอย่างมีความรับผิดชอบทั่วโลก รวมถึงจัดทำคอลเลกชันหรือแค็ตตาล็อกเครื่องมือที่ได้รับการตรวจสอบและยืนยันว่าปลอดภัย
  2. พัฒนาระบบนิเวศของ Open Foundation Models (แบบจำลองแบบเปิด) อย่างมีความรับผิดชอบ เพื่อรับมือกับความท้าทายใหญ่ ๆ ที่ส่งผลกระทบต่อทุกคน เช่น ปัญหาสภาพอากาศ การศึกษา และประเด็นอื่น ๆ 
  3. ส่งเสริมระบบนิเวศ AI Hardware Accelerator ในวงกว้าง (ฮาร์ดแวร์ที่ออกแบบมาเพื่อการประมวลผล AI โดยเฉพาะ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการเรียนรู้ และการคิดวิเคราะห์ของ AI ) โดยสนับสนุนการใช้เทคโนโลยีซอฟต์แวร์ที่จำเป็น เพื่อให้ AI Hardware ทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ
  4. สนับสนุนการสร้างทักษะ AI ระดับโลกและการวิจัยเชิงสำรวจ ด้วยการให้ภาคการศึกษาได้มีส่วนร่วมในการบ่มเพาะนักวิจัยและนักศึกษาเกี่ยวกับความรู้และทักษะ AI เช่นในโครงการวิจัยเครื่องมือและโมเดล AI
  5. พัฒนาเนื้อหาและทรัพยากรทางการศึกษา เพื่อเป็นแนวทางในการใช้ AI และให้ผู้คนได้ทราบถึงผลประโยชน์ ความเสี่ยง แนวทางแก้ไข และการควบคุมที่แม่นยำสำหรับ AI
  6. เปิดตัวโครงการริเริ่มที่ส่งเสริมการพัฒนา AI แบบเปิดด้วยวิธีที่ปลอดภัยและเป็นประโยชน์ รวมถึงจัดกิจกรรมเพื่อสำรวจวิธีในการใช้ AI ในทางที่ปลอดภัยและดีต่อสังคม และแสดงให้เห็นว่าสมาชิกใน Alliance ใช้เทคโนโลยีที่เปิดเผยใน AI อย่างรับผิดชอบและเกิดประโยชน์อย่างไร

สำหรับ AI Alliance ถือเป็นหนึ่งในการเคลื่อนไหวที่สำคัญของวงการเทคโนโลยีในปีนี้ก็ว่าได้ เพราะตั้งแต่ต้นปีที่กระแส AI มาแรงมาก ๆ ทั่วโลกก็พยายามหาวิธีและกฎเกณฑ์ที่เข้ามาควบคุมการพัฒนาที่ก้าวกระโดดของมัน ซึ่งการร่วมมือของ IBM, Meta และอีกกว่า 50 องค์กรครั้งนี้อาจเป็นหนึ่งในแนวทางที่จะช่วยให้โลกของเรามีเทคโนโลยีใหม่ที่ก้าวหน้าไปไกล และรวดเร็ว แต่ยังคงอยู่ภายใต้กรอบความโปร่งใส ปลอดภัย และมีความรับผิดชอบ

อ้างอิง: ai.meta

No comment

RELATED ARTICLE

Responsive image

AI วาดสไตล์ Ghibli : OpenAI แอบดึงข้อมูลมาเทรนด์หรือเปล่า ประเด็นที่โลกไม่ควรมองข้าม

ฟีเจอร์ใหม่จาก ChatGPT ที่สร้างภาพสไตล์ Ghibli ทำเอาโลกอินเทอร์เน็ตสะเทือน แต่คำถามใหญ่คือ...นี่คือวิวัฒนาการของเทคโนโลยี หรือการทำลายจิตวิญญาณของศิลปะที่ Ghibli ยึดถือมาทั้งชีวิต ...

Responsive image

สมาคมเฮลท์เทคไทยจัดงาน Health Tech Thailand Executive Dinner 2025 ยกระดับสาธารณสุขด้วยนวัตกรรมดิจิทัล

สมาคมเฮลท์เทคไทย จัดงาน “Health Tech Thailand Executive Dinner 2025” เพื่อสร้างเครือข่ายความร่วมมือระหว่างผู้ประกอบการสตาร์ทอัพด้านเทคโนโลยีสุขภาพ (Health Tech) กับหน่วยงานภาครัฐแล...

Responsive image

Noland Arbaugh มนุษย์คนแรกที่ควบคุมคอมพิวเตอร์ด้วยความคิดผ่าน Neuralink

Noland Arbaugh วัย 30 ปี เป็นผู้ป่วยรายแรกของ Neuralink ได้ออกมาเล่าถึงประสบการณ์หลังการฝังชิปลงสมองในพอดแคสต์ของ Joe Rogan พอดแคสเตอร์ผู้โด่งดังในสหรัฐฯ...