อินโดนีเซียเล็งดึง Digital Nomad เข้าประเทศเพิ่ม เสนอให้วีซ่า 5 ปี ไม่ต้องจ่ายภาษี พร้อมพักกายพักใจเต็มที่

ในโลกการทำงานยุคใหม่ ที่เราสามารถ Work From Anywhere และ Anytime ไม่ว่าเวลาไหนและที่ใด ขอเพียงแค่มีคอมพิวเตอร์หรือโทรศัพท์มือถือและอินเทอร์เน็ต ก็สามารถทำงานได้แล้ว ทำให้อาชีพที่เรียกว่า Digital Nomad มีความนิยมมากขึ้น คำนิยามของอาชีพนี้คือกลุ่มอาชีพ ที่สามารถไปใช้ชีวิตและทำงานที่ไหนก็ได้จากสักมุมหนึ่งบนโลก โดยประเภทงานที่ทำจะเป็นงานสายดิจิทัลเป็นหลัก

ล่าสุดอินโดนีเซียกำลังพยายามดึงดูดให้กลุ่มนี้เข้ามาในประเทศมากขึ้น โดยพร้อมให้สิทธิประโยชน์มากมาย เช่น การให้วีซ่าสำหรับการทำงานทางไกล 5 ปี , การงดเว้นภาษี หากรายได้ที่รับไม่ได้มาจากในประเทศอินโดนีเซีย นอกจากนั้นยังส่งเสริม Spiritual Retreat หรือการพักผ่อนด้านจิตใจอย่างเต็มที่

Sandiaga Uno รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวแห่งประเทศอินโดนีเซีย เชื่อว่า ทั้งการท่องเที่ยวเชิงนิเวศ อิเวนต์แข่งกีฬา และวีซ่า 5 ปีฉบับพิเศษ สำหรับคนที่ทำงานทางไกล จะสามารถดึงนักท่องเที่ยวกลับเข้าประเทศอินโดนีเซียได้ประมาณ 3.6 ล้านคนจากทั่วโลก หลังจากที่ได้กลับมาเปิดประเทศอีกครั้ง และน่าจะสร้างงานมากกว่า 1 ล้านตำแหน่งให้กับคนในประเทศได้

“แต่ก่อนนั้น 3s อาจจะย่อมาจาก Sun, Sea, และ Sand แต่เรากำลังจะเปลี่ยนให้มันเป็น Serenity (ความสงบสุข) , Spirituality (จิตวิญญาณ) , และ Sustainability (ความยั่งยืน)” Uno กล่าว

ปัจจุบันอินโดนีเซียซึ่งเป็นประเทศที่มีระบบเศรษฐกิจที่ใหญ่ที่สุดในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ได้ยกเลิกข้อจำกัดการเดินทางส่วนใหญ่ที่กำหนดไว้เพื่อควบคุมการระบาดของโควิด 19 แล้ว โดยเปิดให้นักท่องเที่ยวที่ฉีดวัคซีนครบเข้าประเทศได้โดยไม่ต้องกักตัวหรือตรวจหาเชื้อ เนื่องจากปัจจุบันเคสคนติดโควิดน้อยลงเป็นอย่างมาก และวัคซีนก็มีถึงขั้นเข็มบูสเตอร์แล้ว นักท่องเที่ยวเข้าประเทศอินโดนีเซียสูงขึ้นกว่า 500 เปอร์เซ็นต์ (111,000 คน) ในเดือนเมษายน เป็นครั้งแรกตั้งแต่เกิดโรคระบาดขึ้น

นอกจากนั้นการขอวีซ่าที่สะดวกและง่ายมากขึ้น รวมถึงการกลับมาเปิดประเทศอย่างเต็มรูปแบบ จะช่วยดึงดูดพนักงานจากบริษัทระดับโลกที่มีนโยบายให้พนักงานทำงานจากที่ไหนก็ได้ (Work From Anywhere) ไม่ว่าจะเป็น  Airbnb  Twitter  เป็นต้น นอกจากนั้น จากผลสำรวจ ประมาณ 95 เปอร์เซ็นต์ของ Digital Nomads กล่าวว่า บาหลี หรืออินโดนีเซีย คือสถานที่อันดับต้น ๆ ในใจของพวกเขาที่หวังจะมาทำงานทางไกลจากที่นี่กัน

อ้างอิง : South China Morning Post  

ลงทะเบียนเข้าสู่ระบบ เพื่ออ่านบทความฟรีไม่จำกัด

No comment

RELATED ARTICLE

Responsive image

Disrupt Health Impact Fund เปิดรายงาน HealthTech Outlook 2026 ชี้ 5 เทรนด์เปลี่ยนระบบสุขภาพโลก

Disrupt Health Impact Fund เปิดรายงาน HealthTech Outlook 2026 วิเคราะห์ 5 เทรนด์สำคัญที่กำลังเปลี่ยนระบบสุขภาพโลก ตั้งแต่ Preventive Care, Healthspan, AI ทางการแพทย์ สุขภาพจิต ไปจน...

Responsive image

แกร่งทะลุขีดจำกัดชิป AI รู้จักชิป ‘Memristor’ ทนความร้อนทะลุ 700 องศา! นักวิจัยพบโดยบังเอิญระหว่างทดลองวัสดุอื่น

นักวิจัย USC ค้นพบชิป AI 'Memristor' รูปแบบใหม่ ทนความร้อนสูงทะลุ 700 องศาเซลเซียส ทลายขีดจำกัดด้านความร้อน ปูทางสู่อนาคตการสำรวจอวกาศ พลังงานสุดขั้ว และยกระดับการประมวลผล AI ให้ก้...

Responsive image

AI กำลังกัดกินองค์กรทำให้พนักงานเริ่ม ‘คิดน้อยลง’ จนเสียทักษะการคิดและวิธีแก้ปัญหา

ช่วงนี้ถ้าไปคุยกับผู้บริหารองค์กรไหน เชื่อว่าทุกคนคงพูดถึง AI ในฐานะ ‘ตัวเร่งศักยภาพ’ ที่เข้ามาช่วยให้คนทำงานเร็วขึ้น ดีขึ้น และเก่งขึ้น แต่ในอีกมุมหนึ่งที่คนมักมองข้ามหรือไม่ค่อยพ...