ไทย ‘ที่หนึ่งในใจ’ บริษัทญี่ปุ่นอยากมาตั้งออฟฟิศ เหตุประหยัดต้นทุน มีโอกาสทางธุรกิจ

ไทยขึ้นแท่น ‘ที่หนึ่งในใจ’ ของบริษัทญี่ปุ่น ที่กำลังมองหาที่ตั้งสำนักงานใหญ่ในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ เหตุประหยัดต้นทุนและเพิ่มโอกาสในการเติบโต มากกว่าสิงคโปร์ถิ่นฐานสำคัญเดิม

ไทยกอดคอมาเล ยืนหนึ่งจุดหมายปลายทางใหม่ที่บริษัทข้ามชาติเลือก

รายงานจาก Nikkei Asia ระบุว่า สำหรับบริษัทข้ามชาติญี่ปุ่น แม้สิงคโปร์จะยังเป็นฐานที่มั่นสำคัญของการตั้งออฟฟิศในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ แต่ส่วนหนึ่ง (31%) ได้ทำการย้ายบางสายงานออกจากสิงคโปร์แล้ว รวมถึงกำลังพิจารณาย้ายออก 

จากเดิมที่มีเพียง 7.4% ในปี 2019 ตัวเลขนี้เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ สาเหตุจากปัญหาต้นทุนการดำเนินงานที่สูงขึ้นในประเทศ และไม่ใช่เพียงบริษัทญี่ปุ่นเท่านั้น เพราะจากสำรวจของหอการค้ายุโรปประจำประเทศสิงคโปร์ ผู้ตอบแบบสอบถามมากถึง 69% บอกว่ายินดีจะย้ายบุคลากรบางส่วนออกไป ด้วยต้นทุนการดำเนินงานที่สูงขึ้น 

และจากผลสำรวจบริษัทในญี่ปุ่นพบว่า ไทยกลายเป็นตัวเลือกอันดับหนึ่งในภูมิภาคสำหรับการตั้งสำนักงานใหญ่ (19 บริษัท) ตามมาด้วยประเทศมาเลเซีย (5 บริษัท)

Sakata Inx บริษัทสัญชาติญี่ปุ่นผู้ผลิตหมึกพิมพ์ที่มีสำนักงานใหญ่ในประเทศสิงคโปร์ ได้เพิ่มสำนักงานใหญ่ประจำภูมิภาคในประเทศมาเลเซีย เพื่อดูแลธุรกิจในเอเชียใต้และเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ การตัดสินใจดังกล่าวได้รับอิทธิพลจากข้อได้เปรียบทางภาษีที่ประเทศมาเลเซียเสนอ ซึ่งรวมถึงแรงจูงใจด้วยอัตราภาษีเงินได้พิเศษ 5-10% นานถึงสิบปี สำหรับการสร้างสำนักงานใหญ่ในระดับภูมิภาคในประเทศ

ในส่วนของประเทศไทย ดึงดูดบริษัทข้ามชาติต่างๆ ให้เข้ามาตั้งสำนักงานใหญ่ประจำภูมิภาคในประเทศด้วยการผสมผสานมาตรการจูงใจทางภาษีร่วมกับแผนการขยายขอบเขตการผลิตและการขาย ตัวอย่างเช่น Nissin Foods Holdings ได้ย้ายสำนักงานใหญ่ในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้มาที่ประเทศไทยในปี 2020 

สิงคโปร์ยังคงเป็นจุดหมายที่โดดเด่น

ถึงแม้จะมีความกังวลเกี่ยวกับต้นทุนการดำเนินงานที่เพิ่มขึ้น ทำให้บริษัทข้ามชาติบางแห่งต้องสำรวจทางเลือกอื่นๆ อย่างไรก็ตามสิงคโปร์ยังคงมีข้อได้เปรียบในด้านสถานที่ตั้ง ความสามารถทางภาษา และบริการทางการเงิน 

นอกจากนี้นับตั้งแต่การประท้วงในฮ่องกงในปี 2019 สิงคโปร์ได้กลายทำเลทองของบริษัททั่วโลกสำหรับการตั้งสำนักงานใหญ่ในประเทศ ด้วยความสัมพันธ์ที่ดีกับชาติตะวันตก เป็นแหล่งรวมผู้มีความสามารถหลายด้าน มีความหลากหลายทางเศรษฐกิจ เพราะฉะนั้นจึงสามารถกระจายความเสี่ยงได้ รวมถึงมีเสถียรภาพและเสรีภาพทางการเมือง โดยเฉพาะอย่างยิ่งท่ามกลางสถานการณ์ความเสี่ยงทางภูมิรัฐศาสตร์ที่เพิ่มสูงขึ้นทั่วโลก 

รวมถึงอัตราภาษีที่ยืดหยุ่นของสิงคโปร์ที่สามารถลดหย่อนอัตราภาษีนิติบุคคลจาก 17% เหลือ 13.5% หรืออาจจะน้อยลงกว่านี้ได้หากเป็นโครงการที่ได้รับการสนับสนุนจากรัฐบาล ดังนั้นจึงไม่น่าเป็นไปได้ที่สิงคโปร์จะสูญเสียสถานะจุดหมายปลายทางหลักสำหรับสำนักงานใหญ่ระดับภูมิภาคในเร็วๆ นี้ 

อ้างอิง: nikkei, techsauce

ลงทะเบียนเข้าสู่ระบบ เพื่ออ่านบทความฟรีไม่จำกัด

No comment

RELATED ARTICLE

Responsive image

Agoda ใช้กรุงเทพฯ เป็นสำนักงานภูมิภาคใหญ่ที่สุดของบริษัท และเป็นฐานพัฒนาเทคโนโลยี จ้างงานในไทยกว่า 4,500 คน

บีโอไอเปิดเผยหลังเยี่ยมชมและหารือกับผู้บริหาร Agoda ที่ One Bangkok เมื่อวันที่ 6 ตุลาคม 2569 ว่าบริษัทใช้กรุงเทพฯ เป็นที่ตั้งสำนักงานภูมิภาคแห่งใหญ่ที่สุดของ Agoda ทั่วโลก และเป็น...

Responsive image

บีโอไอ เผย 4 ปี LTR Visa ดึงต่างชาติคุณภาพสูงเข้าไทย ได้ 1.2 หมื่นคน สร้างมูลค่าเศรษฐกิจ กว่า 4 หมื่นล้านบาท

บีโอไอ เผยผลสำเร็จวีซ่า LTR ครบ 4 ปี ดึงชาวต่างชาติคุณภาพสูงจากทั่วโลกเข้าไทยกว่า 12,000 คน สร้างมูลค่าเพิ่มทางเศรษฐกิจกว่า 43,000 ล้านบาท...

Responsive image

สยามพิวรรธน์ ปักธง “ไอคอนภูเก็ต” สัญลักษณ์ใหม่แห่งแดนใต้ สู่จุดหมายระดับโลก เปิดให้บริการ 2572

สยามพิวรรธน์เปิดตัว “ไอคอนภูเก็ต” (ICONPHUKET) โครงการแลนด์มาร์กมูลค่าการลงทุน 10,000 ล้านบาท ภายใต้แนวคิด Hybrid Retail-Attraction & Entertainment Destination พร้อม 12 World-Class...