
บริษัท จัสมิน เทคโนโลยี โซลูชั่น จำกัด (มหาชน) หรือ JTS ประกาศยุทธศาสตร์ใหม่ ลุยขยาย New S-Curve สู่การเป็น 'Thailand Space Champion'
ด้วยการอนุมัติงบลงทุนกว่า 550 ล้านบาท เข้าถือหุ้นใน 2 ดีลใหญ่ ทั้งในฝั่งธุรกิจดาวเทียมวงโคจรต่ำ (LEO) และแพลตฟอร์มคลินิก AI เตรียมสร้าง Ecosystem โครงสร้างพื้นฐานข้อมูลอัจฉริยะแบบครบวงจร
ที่ประชุมบอร์ด JTS ได้ไฟเขียวให้เข้าลงทุนใน บริษัท อีออส ออร์บิท จำกัด (EOS) ซึ่งเป็นผู้พัฒนาเทคโนโลยีดาวเทียมและระบบอวกาศครบวงจรของไทยเพียงรายเดียวที่มีดาวเทียม Low Earth Orbit (LEO) ที่ใช้งานเชิงพาณิชย์ได้จริง
รายละเอียดการลงทุนครั้งนี้เป็นการเข้าจองซื้อหุ้นสามัญเพิ่มทุนในสัดส่วน 19.23% ด้วยวงเงินไม่เกิน 500 ล้านบาท เพื่อเจาะตลาด Space Economy ที่คาดว่าจะมีมูลค่าแตะ 1.8 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐในปี 2578 และตลลาดในไทยที่สูงถึง 5.6 หมื่นล้านบาท
สำหรับการลงทุนใน EOS เป็นการลงทุนในธุรกิจผลิตอากาศยานอวกาศ ดาวเทียม และอุปกรณ์ที่เกี่ยวข้อง ตลอดจนการดำเนินการจัดตั้งสถานีวิทยุคมนาคม นับเป็นการขยายขอบเขตการดำเนินธุรกิจของบริษัทสู่อุตสหากรรมเทคโนโลยีขั้นสูง ซึ่งปัจจุบัน EOS เป็นบริษัทไทยรายเดียวที่มีดาวเทียม Low Earth Orbit : LEO ที่ดำเนินการเชิงพาณิชย์ได้จริง มีความต้องการใช้งานเพิ่มขึ้นทั้งภาครัฐ และเอกชน
การลงทุนในครั้งนี้ยังเป็นการต่อยอดนำศักยภาพ GPU Farm และการประมวลผล AI ของ JTS มาต่อยอดกับภาพถ่ายดาวเทียมความละเอียดสูง (0.5m) ของ EOS เพื่อใให้บริการวิเคราะห์ข้อมูลขั้นสูง (Space Data Intelligence Platform) เช่น การตัดเมฆออก, การตรวจจับยานพาหนะ/เรือรบอัตโนมัติ และวิเคราะห์ความเปลี่ยนแปลงพื้นที่ เจาะกลุ่มลูกค้าภาครัฐและเอกชนกว่า 40 ราย
นอกจากเทคโนโลยีอวกาศ JTS ยังรุกเข้าสู่อุตสาหกรรมสุขภาพดิจิทัล (AI Healthcare) ด้วยการเข้าลงทุนใน บริษัท อัลติเมต จำกัด (ULTIMED) ผู้ให้บริการคลินิกปฐมภูมิที่ขับเคลื่อนด้วยปัญญาประดิษฐ์ (AI-Powered Primary Care Clinic)
ดีลนี้ JTS จะเข้ามาถือหุ้นในสัดส่วน 25% ด้วยวงเงินไม่เกิน 50 ล้านบาท โดยโมเดลธุรกิจจะให้บริการผ่าน I-Native Clinic Operating System ครอบคลุมตั้งแต่ระบบนัดหมาย, AI ช่วยวินิจฉัยโรค, สั่งจ่ายยา ไปจนถึง Telemedicine โดยการลงทุนครั้งนี้ยังก่อให้เกิดความร่วมมือกับ Looloo Technology ซึ่งเป็นผู้พัฒนา AI ชั้นนำ ซึ่งตั้งเป้าขยายคลินิกให้ได้ 10 สาขาภายใน 2 ปีแรก
สำหรับการเข้าลงทุนใน 2 ดีลใหญ่นี้ (คาดว่าจะแล้วเสร็จภายในไตรมาส 2/2569) JTS ได้ขอรับการสนับสนุนทางการเงินวงเงินไม่เกิน 550 ล้านบาท จาก บริษัท จัสมิน ซับมารีน เทเลคอมมิวนิเคชั่นส์ จำกัด (JSTC) ซึ่งเป็นบริษัทย่อยของ JAS (ผู้ถือหุ้นใหญ่ JTS)
ภาพรวมการขยับตัวครั้งนี้ JTS ไม่ได้มองแค่การทำกำไรระยะสั้น แต่เป็นการวางโครงสร้างพื้นฐานเชิงยุทธศาสตร์เพื่อสร้าง Digital Sovereignty หรืออธิปไตยทางดิจิทัลให้กับประเทศไทย ผ่าน 3 เสาหลัก ได้แก่
ลงทะเบียนเข้าสู่ระบบ เพื่ออ่านบทความฟรีไม่จำกัด