ชุดตรวจโรคไข้ดินจากมหิดล รู้ผลใน 15 นาที แม่นยำกว่า 95% ช่วยวินิจฉัยโรคได้ตั้งแต่ระยะแรก พร้อมใช้งานจริงแล้ว

จากสถานการณ์ปัจจุบัน พบผู้ป่วย 'โรคไข้ดิน' (Melioidosis) ที่เพิ่มสูงขึ้นในช่วงนี้ และมีรายงานผู้เสียชีวิตอย่างต่อเนื่อง สะท้อนให้เห็นถึงความท้าทายสำคัญของระบบสาธารณสุขไทยในการรับมือกับโรคติดเชื้อเงียบที่มักถูกวินิจฉัยล่าช้า

ล่าสุด ทีมวิจัยจากมหาวิทยาลัยมหิดลก็ได้มีการพัฒนานวัตกรรม MUTM Melioidosis Antibody Test ชุดตรวจโรคไข้ดินแบบ Rapid Test ที่ให้ผลภายใน 15 นาที แม่นยำกว่า 95% พร้อมประกาศความพร้อมกระจายสู่โรงพยาบาลทั่วประเทศ เพื่อแก้ปัญหาที่คร่าชีวิตผู้ป่วยมาโดยตลอด นั่นคือการวินิจฉัยที่ช้าเกินไป

โรคไข้ดินคืออะไร ?

โรคไข้ดิน (Melioidosis) เกิดจากเชื้อ Burkholderia pseudomallei ที่แฝงตัวอยู่ในดินและน้ำ โดยเฉพาะในพื้นที่เกษตรกรรมอย่างนาข้าว อาการในระยะแรกมักคล้ายไข้ทั่วไป ทำให้ผู้ป่วยจำนวนมากเข้ารับการรักษาช้า จนเสี่ยงต่อภาวะแทรกซ้อนรุนแรงและเสียชีวิต ปัจจุบันพบผู้ป่วยโรคนี้เพิ่มสูงขึ้นในไทยและมีรายงานผู้เสียชีวิตอย่างต่อเนื่อง

โดยกลุ่มเสี่ยงหลักคือเกษตรกรและผู้ที่สัมผัสดินหรือน้ำเป็นประจำ หากมีอาการไข้สูงนานเกิน 2 วัน หนาวสั่น อ่อนเพลีย หรือมีแผลติดเชื้อ ควรรีบพบแพทย์และแจ้งประวัติความเสี่ยงทันที 

กับดักเวลาที่อันตรายที่สุด

ศ.ดร.นริศรา จันทราทิตย์ ภาควิชาจุลชีววิทยาและอิมมิวโนโลยี คณะเวชศาสตร์เขตร้อน มหาวิทยาลัยมหิดล ระบุว่า ปัญหาสำคัญที่สุดของการรักษาโรคนี้ไม่ใช่แค่ความรุนแรงของเชื้อ แต่คือระยะเวลาที่ห่างกันระหว่างการรอผลกับโอกาสรอด ผู้ป่วยระยะวิกฤตอาจเสียชีวิตได้ภายใน 48 ชั่วโมงแรก ในขณะที่การเพาะเชื้อแบบมาตรฐานใช้เวลานาน 3 ถึง 7 วัน ทำให้ผู้ป่วยจำนวนมากไม่ได้รับยาที่เหมาะสมทันเวลา เธอระบุว่า "หลายเคสรอผลไม่ได้ นี่คือช่องว่างสำคัญที่นำไปสู่การสูญเสีย"

Rapid Test 15 นาที แม่นยำ 95%

เพื่อปิดช่องว่างนี้ ศ.ดร.นริศรา และทีมวิจัยจากมหาวิทยาลัยมหิดลได้พัฒนา MUTM Melioidosis Antibody Test ชุดตรวจโรคไข้ดินแบบรวดเร็ว (Rapid Test) ที่ให้ผลเบื้องต้นได้ภายใน 10 ถึง 15 นาที ด้วยความแม่นยำมากกว่า 95% ช่วยให้แพทย์วินิจฉัยโรคได้ตั้งแต่ระยะแรก และให้ยาปฏิชีวนะที่จำเพาะได้ทันทีก่อนที่อาการจะลุกลาม

สำหรับโรคไข้ดิน 'ความเร็ว' ไม่ใช่แค่ความสะดวก แต่คือโอกาสรอดชีวิต

กระจายการวินิจฉัยสู่ รพ.ชุมชน

ศ.ดร.นริศรา ชี้ว่านวัตกรรมนี้เป็นก้าวสำคัญของระบบ Decentralized Diagnostics หรือการกระจายการวินิจฉัยสู่หน้างาน ที่ช่วยให้โรงพยาบาลชุมชนสามารถตรวจได้ทันทีโดยไม่ต้องส่งต่อ ประชาชนในพื้นที่ห่างไกลจึงเข้าถึงการตรวจในมาตรฐานเดียวกับโรงพยาบาลเมืองใหญ่ เธอกล่าวว่า "เราไม่ได้แค่สร้างชุดตรวจ แต่กำลังสร้างความเท่าเทียมในการเข้าถึงการรักษา"

พร้อมใช้จริง ผ่านความร่วมมือมหิดล x Sierra

ปัจจุบัน MUTM Melioidosis Antibody Test พร้อมใช้งานทางการแพทย์แล้ว และเปิดให้โรงพยาบาลรัฐ โรงพยาบาลเอกชน คลินิก และหน่วยบริการสุขภาพทั่วประเทศสามารถสั่งซื้อและนำไปใช้ได้ทันที การผลิตและกระจายสินค้าดำเนินการผ่านความร่วมมือระหว่างมหาวิทยาลัยมหิดลและบริษัท Sierra

ผลิตภัณฑ์นี้อยู่ภายใต้แบรนด์ Mahidol Collection เครื่องหมายรับรองนวัตกรรมจากมหาวิทยาลัยมหิดล และผ่านกระบวนการผลักดันสู่การใช้งานจริงโดยสถาบันบริหารจัดการเทคโนโลยีและนวัตกรรม (INT) มหาวิทยาลัยมหิดล ที่ทำหน้าที่เป็น Innovation Gateway เชื่อมงานวิจัยสู่ภาคเอกชนและสร้างผลกระทบในวงกว้าง

อ้างอิง : ข่าวประชาสัมพันธ์จากสถาบัน INT มหิดล

ลงทะเบียนเข้าสู่ระบบ เพื่ออ่านบทความฟรีไม่จำกัด

No comment

RELATED ARTICLE

Responsive image

Mahidol x Harvard Hackathon 2026: จากเวทีแข่งขันสู่กลไกขับเคลื่อนประเทศไทยบนแผนที่นวัตกรรมสุขภาพโลก

Mahidol x Harvard Health Systems Innovation Lab Hackathon 2026 คือความร่วมมือระหว่างมหาวิทยาลัยมหิดลกับ Harvard T.H. Chan School of Public Health นำโดย ศาสตราจารย์ นายแพทย์ หม่อมหล...

Responsive image

ทำไมไทยต้องสร้าง AI ของตัวเอง? เจาะความร่วมมือ 'กระทรวง อว. x MIT Media Lab' ให้เด็กไทยเรียนรู้ได้ดีที่สุด เพื่อออกแบบอุตสาหกรรมแห่งอนาคต

สรุปจากงานเสวนาหัวข้อ AI: The Invisible Architect of Future Industry เวทีแลกเปลี่ยนนโยบายและแนวทางการผลักดันอุตสาหกรรม AI โดยมี ศ.ดร.ยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่...

Responsive image

Quantum Battery ตัวแรกของโลก ชาร์จเต็มในเสี้ยวควอดริลเลียนวินาที ยิ่งแบตใหญ่ ยิ่งชาร์จเร็ว เก็บพลังงานนานกว่าตอนชาร์จ 1 ล้านเท่า

ทีม CSIRO ร่วมกับ University of Melbourne และ RMIT เปิดตัว Quantum Battery ตัวแรกของโลก ชาร์จด้วย Laser ในเวลาเพียง 1 Femtosecond แต่เก็บประจุได้นานกว่าเวลาชาร์จ 1 ล้านเท่า และยิ่ง...