'MarketHub Asia 2026' จัดขึ้นที่เกาะบาหลี ประเทศอินโดนีเซีย ระหว่างวันที่ 3-6 กุมภาพันธ์ 2026 โดย HBX Group
อีกงานที่เทคซอสมีโอกาสเข้าร่วมรับฟังและเปิดรับประสบการณ์ล่าสุด 'MarketHub Asia 2026 by HBX Group' สัมมนาเพื่ออุตสาหกรรมท่องเที่ยวที่เน้นการใช้เทคโนโลยีท่องเที่ยวตอบโจทย์ B2B (Business-to-Business) แบบหรูหรา (Luxury) ซึ่งจัดขึ้นแบบ Exclusive ที่เกาะบาหลี ประเทศอินโดนีเซีย ในธีม 'Unlocked' ปลดล็อกศักยภาพธุรกิจในระบบนิเวศการท่องเที่ยว B2B ให้เดินหน้าได้เต็มรูปแบบและสร้างผลกระทบเชิงบวกต่อธุรกิจและสิ่งแวดล้อมอย่างยั่งยืน
บอกก่อนว่า MarketHub เป็นอีเวนต์ระดับท็อปที่รวมพันธมิตรและผู้นำในอุตสาหกรรมท่องเที่ยว ไม่ว่าจะเป็น ผู้ประกอบการโรงแรม (Hoteliers) ผู้จัดจำหน่ายผลิตภัณฑ์และบริการเป็นแพ็กแบบขายส่ง (Wholesale Distributors) ตัวแทนธุรกิจท่องเที่ยวทั่วโลก (Global Travel Agencies), ผู้ให้บริการด้านประสบการณ์ (Experience Providers) และ องค์กรต่างๆ ที่ทำการตลาดให้จุดหมายปลายทาง (Destination Marketing Organisations) มาอยู่ในiะบบนิเวศเดียวกัน
ที่ผ่านมา HBX Group กระจายจัดงานในหลายภูมิภาค อาทิ MarketHub Asia 2023 ที่กรุงเทพฯ ประเทศไทย, MarketHub Europe 2024 ที่ประเทศตุรกี, MarketHub Asia 2025 ที่เขตบริหารพิเศษมาเก๊า และล่าสุด MarketHub Asia 2026 ที่บาหลี อินโดนีเซีย
MarketHub Asia 2026 hosted by Hilton, with platinum sponsors including Kempinski, Clermont Hotel Group, Center Hotels and Megaworld Hotels & Resorts, reflecting the breadth of partners involved in shaping the programme.
Brendan Brennan, Chief Finance Officer, HBX Group ขึ้นกล่าวบนเวที MarketHub เป็นคนแรก โดยให้ข้อมูลเกี่ยวกับ บาหลี ว่า ในปีที่ผ่านมา บาหลีต้อนรับนักท่องเที่ยวต่างชาติถึง 7 ล้านคน จากทั้งหมด 14 ล้านคนที่เดินทางมาเยือนอินโดนีเซีย
และเนื่องจากการเดินทางท่องเที่ยวยังคงเป็นหนึ่งในอุตสาหกรรมที่แข็งแกร่งที่สุดของโลก เฉพาะปี 2025 มูลค่าการท่องเที่ยวที่ขับเคลื่อนโดยภาคส่วนนี้คิดเป็น 10% ของ GDP ทั่วโลก สร้างรายได้ 11.7 ล้านล้านดอลลาร์ และเติบโตเกือบ 7% เมื่อเทียบกับปี 2024
แต่อย่างไรก็ตาม การใช้เทคโนโลยีเพียงอย่างเดียวยังไม่ใช่คำตอบ เพราะในขณะที่นำ AI มาใช้เร่งสปีดธุรกิจ 'สัมผัสระหว่างมนุษย์' ก็ยังคงเป็นสิ่งสำคัญ และการใช้เทคโนโลยีปรับให้การท่องเที่ยวเป็นแบบเฉพาะบุคคลมากยิ่งขึ้นก็ยังคงเป็นปัญหาใหญ่ โดย 45% ของนักเดินทางและ 60% ของ Gen Z เผยความรู้สึกว่า ประสบการณ์การท่องเที่ยวไม่ได้ถูกปรับให้เหมาะกับตัวเอง
Brendan Brennan, Chief Finance Officer at HBX Group
โอกาสทางธุรกิจจึงมีช่องว่างอยู่ที่ การรวมข้อมูลแบบมีโครงสร้าง การใช้เทคโนโลยีอัจฉริยะ และความเชี่ยวชาญของมนุษย์เข้าด้วยกัน เพื่อมอบการเดินทางที่ให้ความรู้สึกทั้งราบรื่นและเป็นส่วนตัวแก่ลูกค้าที่เป็นนักเดินทางในเอเชียแปซิฟิก
ปริมาณการเดินทางขาเข้าระดับโลก คาดว่าจะเติบโตขึ้นกว่า 60% ภายในปี 2036 โดย 'เอเชียแปซิฟิก' เป็นหนึ่งในภูมิภาคที่เติบโตเร็วที่สุด
Brendan Brennan ยังให้ข้อมูลต่อว่า เอเชียแปซิฟิกจะยังคงได้ส่วนแบ่งจากการท่องเที่ยวทั่วโลก เนื่องจากรายได้ที่เพิ่มขึ้น การเชื่อมต่อที่ดีขึ้น และการเปลี่ยนแปลงด้านประชากร ซึ่ง 80% ของการเติบโตด้านการเดินทางเข้าสู่เอเชียแปซิฟิกในทศวรรษหน้า จะขับเคลื่อนโดยนักท่องเที่ยวในภูมิภาคเดียวกันนี้ จึงเป็นการตอกย้ำความสำคัญของการเชื่อมโยงตลาดในระดับภูมิภาคและรูปแบบการจัดจำหน่ายผลิตภัณฑ์และบริการด้านการท่องเที่ยว ที่ต้องทำได้อย่างมีประสิทธิภาพ
และเพื่อปลดล็อกศักยภาพในอุตสาหกรรมท่องเที่ยวสำหรับภาคธุรกิจ (B2B Travel Industry) Brendan Brennan ระบุว่า ทำได้โดยการผสานรวม 3 สิ่งเข้าด้วยกัน นั่นคือ 'เทคโนโลยีที่เหมาะสม พันธมิตรที่เหมาะสม และสภาวะตลาดที่เหมาะสม' ที่สำคัญ ต้องทำในขณะที่ตลาดยังมีแรงผลักดันแข็งแกร่ง
HBX Group's Chief Information Officer, Daniel Nordholm
Daniel Nordholm, Chief Information Officer, HBX Group กล่าวต่อในประเด็น 'Unlocked: What’s new. What’s next?' โดยอธิบายเทคโนโลยีที่ใช้ในระบบนิเวศของกลุ่มบริษัท ว่าปีที่ผ่านมา บริษัทเน้นพัฒนาแพลตฟอร์มพื้นฐานให้แข็งแกร่ง ทั้งในเรื่องความเร็ว การเชื่อมต่อ และการใช้งานได้อย่างต่อเนื่องในทุกสถานการณ์ เพื่อเปลี่ยน Demand & Supply (ความต้องการซื้อและความต้องการขาย) เป็นยอดขายจริง
2025 ปีเดียว HBX Group ปรับใช้ผลิตภัณฑ์บนแพลตฟอร์มเทคกว่า 7,000 รายการ โดยอัปเดต 1 รายการ ทุกๆ 75 นาที และแพลตฟอร์มยังคงใช้งานได้ตามปกติ มาในปัจจุบัน เทคโนโลยีของกลุ่มบริษัทพัฒนาให้สามารถประมวลผลการค้นหาได้นับพันล้านครั้งต่อวัน ทั้งยังมีระบบความปลอดภัยขั้นสูง ซึ่งช่วยตรวจจับความเสี่ยงล่วงหน้าและยังป้องกันการรุกรานระบบนิเวศได้แบบเรียลไทม์
Daniel Nordholm เปิดเผยอีกว่า ตอนนี้ AI ถูกฝังอยู่ในทุกฟังก์ชันของธุรกิจหลัก ตั้งแต่การบริการลูกค้า การเพิ่มประสิทธิภาพด้านราคา ไปจนถึงการปรับบริการให้มีความเป็นส่วนตัว นอกจากนี้ AI ก็เร่งให้เกิด 3 อย่างตามมา คือ 1) ความซับซ้อนที่เพิ่มมากขึ้น 2) ความคาดหวังที่เพิ่มสูงขึ้นในด้านการปรับให้ตรงตามความต้องการเฉพาะบุคคล และ 3) ความต้องการที่จะเพิ่มประสิทธิภาพการทำงานแบบไม่มีที่สิ้นสุด
Hilton Bali Resortนอกจากนี้ CIO Danial ยังเปิดตัว 3 รายการที่ออกแบบมาให้พันธมิตรสามารถบริการลูกค้าได้ดียิ่งขึ้น ช่วยขยายขนาดธุรกิจ (Scale) และใช้สร้างสรรค์นวัตกรรมต่อได้ นั่นคือ
Daniel Nordholm ปิดท้ายด้วย 2 สิ่งที่กำลังจะได้เห็นในเร็วๆ นี้ 1) เมื่อไรที่ผู้ใช้งานแพลตฟอร์มค้นหาว่ามีการอัปเดตความเปลี่ยนแปลงหรือไม่ ระบบจะแจ้งส่วนที่เปลี่ยนให้ผู้ใช้งานทราบเท่านั้น ไม่ต้องเข้าไปควานหาทั้งระบบ กับ 2) ปรับปรุงช่องทางติดตามและเพิ่มความโปร่งใส เพื่อช่วยให้บริษัทได้ผลตอบแทนที่ดีขึ้นและลดความสูญเสีย และช่วยพันธมิตรดูแลความสัมพันธ์กับลูกค้าได้ด้วย

HBX Group ผู้จัดงาน MarketHub Asia 2026 เป็นบริษัทเทคโนโลยีท่องเที่ยวที่ปัจจุบันให้บริการมากกว่า 170 ประเทศ โดยเริ่มต้นจาก Hotelbeds แพลตฟอร์มที่เป็นตัวกลางจำหน่ายห้องพักและบริการด้านการท่องเที่ยวในรูปแบบ B2B รายใหญ่ของโลก ซึ่งต้องการให้ธุรกิจการเดินทางที่มีความซับซ้อนและกระจัดกระจาย ทำได้ง่ายขึ้น จึงขยายธุรกิจโดยควบรวมหลายกิจการเข้าด้วยกัน ได้แก่ Bedsonline ระบบจองออนไลน์ชั้นนำสำหรับ Travel Agents, The Luxurist ผู้ให้บริการการท่องเที่ยวสุดหรู, Roiback เครื่องมือทำเว็บจองสิ่งต่างๆ โดยตรง และล่าสุด Civitfun เทคโนโลยีสร้างประสบการณ์ให้ลูกค้าแบบไร้สัมผัสตั้งแต่ Check-in จน Check-out และเปลี่ยนมาใช้ชื่อ HBX Group
David Amsellem, Chief Distribution Officer, HBX Group
David Amsellem, Chief Distribution Officer, HBX Group มากล่าวเรื่องการเดินทางของ HBX Group ตั้งแต่เป็นบริษัทมหาชนในปี 2025 ว่าบริษัทให้ความสำคัญต่อความรับผิดชอบในระยะยาว การเป็นพันธมิตรที่เชื่อถือได้ และวิสัยทัศน์เชิงกลยุทธ์ที่ทำร่วมกับพันธมิตร
อย่างไรก็ดี ธุรกิจขับเคลื่อนรวดเร็วยิ่งขึ้นเพราะใช้เทคโนโลยี AI ที่พัฒนาอย่างก้าวกระโดด และทีมงานมากฝีมือที่อยู่ในทุกกลุ่มบริษัท ซึ่งส่งผลต่อโมเมนตัมของตลาดท่องเที่ยว ดังนี้
Hilton Bali Resortแม้ตลาดการเดินทางท่องเที่ยวจะกลับมาเติบโตอย่างมากหลังพ้นวิกฤตโควิด แต่ David Amsellem ยังชี้ให้เห็นว่า โอกาสการเติบโตที่แท้จริงยังเพิ่มได้อีกจากกระบวนการทำงาน เช่น การช่วยให้พันธมิตรเปลี่ยน อุปสงค์ หรือ ความต้องการ (Demand) เป็นการเติบโตที่ยั่งยืน ผ่านระบบจัดจำหน่ายที่ฉลาดขึ้น ความร่วมมือที่แข็งแกร่งยิ่งขึ้น และการปรับบริการให้เป็นแบบเฉพาะบุคคลมากขึ้น โดยมีเทคโนโลยีเป็นตัวขับเคลื่อน
ความต้องการ (Demand) ด้านการเดินทางในเอเชียแปซิฟิกไม่ได้แค่กลับมาแล้วเท่านั้น แต่กำลังพัฒนาไปอย่างรวดเร็ว และความท้าทายสำหรับพวกเราคือ วิธีที่เราจะปลดล็อกแรงผลักดันนั้นในลักษณะของการปกป้องลูกค้า ลดการเสียโอกาส สร้างมูลค่า และเปิดทางให้พันธมิตรเติบโตต่อได้โดยยังคงมีกำไรในสภาวะตลาดที่มีความซับซ้อนมากขึ้น
David Amsellem ยังบอกอีกว่า ระบบนิเวศการเดินทางในกลุ่ม MEAPAC ของ HBX Group 'ภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก' เป็นตลาดที่เติบโตด้านการเดินทางอย่างมาก เนื่องจากมี 3 ปัจจัยสำคัญเป็นตัวขับเคลื่อน ได้แก่
สรุปแล้ว HBX Group มุ่งนำเสนอผลิตภัณฑ์และบริการเทคโนโลยีด้านการเดินทางในลักษณะเครือข่ายให้แก่องค์กรธุรกิจ โดยผสานโซลูชันเทคโนโลยีบนคลาวด์ ข้อมูลที่เลือกเฟ้นมาแล้ว และกลุ่มผลิตภัณฑ์ระดับบนที่มีอยู่มากมายในตลาด มาอยู่ในระบบนิเวศเดียว ซึ่งนอกจากจะใช้ข้อมูลและเทคโนโลยีช่วยวางแผนเดินทาง คัสตอมแผนท่องเที่ยวให้ภาคธุรกิจได้อย่างรวดเร็วแล้ว ยังมีเป้าหมายในการใช้แพลตฟอร์มช่วยเพิ่มรายได้ให้แก่ลูกค้าองค์กรอีกด้วย
Andrew Boocock, Wholesale Regional Director, HBX Group
Andrew Boocock, Wholesale Regional Director, HBX Group กล่าวถึงพันธมิตรจากระบบนิเวศการเดินทาง MEAPAC (ตะวันออกกลาง แอฟริกา และเอเชียแปซิฟิก) บนเวที MarketHub Asia 2026 ว่า มีการเดินทางแบบใหม่ไหลเวียนไปทั่วโลกจากผู้คนในภูมิภาคเหล่านี้ เพราะมีปัจจัยสนับสนุนอย่างการลงทุนด้านโครงสร้างพื้นฐานที่เกิดขึ้นต่อเนื่อง การเชื่อมต่อเป็นเครือข่าย และความสามารถด้านการใช้ดิจิทัลที่เพิ่มมากขึ้น ทั้งในจีน อินเดีย อินโดนีเซีย เกาหลีใต้ และเวียดนาม
Andrew Boocock ยังชี้ให้เห็น 'พฤติกรรมการจองแบบนาทีสุดท้าย' ใน MEAPAC ว่ามีอิมแพ็กต่ออุตสาหกรรมมาก แต่หากกำหนดราคาอย่างชาญฉลาด ใช้เครื่องมือจองแบบใหม่ และพัฒนาส่วนสนับสนุนหลังการจองได้ ก็จะช่วยลดอัตรากดยกเลิก ทั้งยังปกป้องส่วนต่างกำไรให้ภาคธุรกิจ และปรับปรุงประสิทธิภาพการดำเนินงานได้อีกทางหนึ่ง
เช่น ถ้ามองเฉพาะกลยุทธ์ทางธุรกิจโรงแรม ความร่วมมือของ HBX Group กับกลุ่มโรงแรมกำลังก้าวข้ามจากการดีลธุรกิจขายห้องพักแบบเดิม สู่ 'ความร่วมมือเชิงกลยุทธ์ที่เน้นมูลค่ามากขึ้น โดยใช้เครือข่าย ความไว้วางใจ และขนาดธุรกิจ ทำดีลสัญญากับโรงแรมแบบ B2B โดยใช้ AI ช่วยนำเสนอที่มีมูลค่า ซึ่งเปิดกว้างกว่าการขายแค่ห้องพัก
(Right) Stefano Zeni, Retail Sales Director for MEAPAC, HBX Group
มาที่ฝั่งค้าปลีกผลิตภัณฑ์และบริการการท่องเที่ยว กับจุดขายด้านความหรูอยู่สบาย (Luxury) Stefano Zeni, Retail Sales Director for MEAPAC, HBX Group กล่าวถึงการใช้เทคโนโลยีในด้านนี้ว่า บริษัทสามารถปรับเปลี่ยนขั้นตอนการจองใหม่ ให้เหมาะกับผลิตภัณฑ์การเดินทางที่มีความซับซ้อนและต้องการการติดต่อสื่อสารขั้นสูงได้ เพราะตลาดค้าปลีกกำลังเปลี่ยนผ่านสู่รูปแบบที่ขับเคลื่อนด้วย API มากขึ้น
"สำหรับการเดินทางแบบ Luxury ประสบความสำเร็จได้ด้วยการผสมผสานเทคโนโลยีขั้นสูงเข้ากับความเชี่ยวชาญของมนุษย์ เพราะถึงแม้ว่า 81% ของนักเดินทางบอกว่า 'ราคา' เป็นปัจจัยที่ส่งผลต่อการเลือกจุดหมายปลายทาง แต่มากกว่าครึ่ง (53%) ของนักเดินทางบอกว่า เมื่อต้องวางแผนการเดินทาง ประสบการณ์แบบ Luxury ก็มีความสำคัญ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ในกลุ่มนักเดินทางที่มีรายได้เพิ่มสูงขึ้นกับในตลาดจีน ที่ตอกย้ำว่าต้องการการท่องเที่ยวแบบ 'ลักชัวรีที่เข้าถึงได้' (Accessible Luxury) มากขึ้น" Stefano Zeni กล่าว
ลงทะเบียนเข้าสู่ระบบ เพื่ออ่านบทความฟรีไม่จำกัด