Meta พลิกเกมโซเชียล สร้างหน้าฟีดยุคใหม่ ‘AI Social Feeds’ AI สร้างคอนเทนต์ให้ดูเอง เจาะจงตามความสนใจ ไม่มีซ้ำ เลื่อนได้ไม่รู้จบ

Meta เดินหน้าปรับทิศทางแพลตฟอร์มโซเชียลครั้งใหญ่ สู่ยุคที่หน้าฟีดไม่ได้ทำหน้าที่เพียงคัดเลือกคอนเทนต์เดิมให้ผู้ใช้ดูอีกต่อไป แต่กลายเป็นฟีดที่ AI สามารถสร้างเนื้อหาใหม่ขึ้นมาเฉพาะบุคคลแบบเรียลไทม์ ตามความสนใจของแต่ละคน

นิยามความหมายใหม่ของคำว่าฟีดโซเชียลมีเดีย สะท้อนผ่าน "Vibes" ในแอป Meta AI ฟีดวิดีโอที่ขับเคลื่อนด้วย AI ซึ่งทำงานในลักษณะเดียวกับฟีดบน Instagram และ Facebook แต่ต่างกันตรงที่ คอนเทนต์ส่วนใหญ่ไม่ได้มาจากผู้ใช้คนอื่น แต่ถูกสร้างขึ้นใหม่โดยอัลกอริทึมแบบเรียลไทม์

Mark Zuckerberg ประกาศจุดยืนนี้อย่างชัดเจนระหว่างการแถลงผลประกอบการไตรมาส 4 ปี 2025 โดยระบุว่า AI จะเป็นแรงขับเคลื่อนของ 'รูปแบบสื่อใหม่' ที่ทั้งสมจริงและโต้ตอบกับผู้ใช้ได้มากกว่าเดิม พร้อมย้ำว่า AI คือก้าวถัดไปของสื่อดิจิทัล และ Vibes คือภาพจำแรกของ Media Format ยุคใหม่ที่กำลังจะเกิดขึ้น


เปิดตัวฟีด “Vibes” จุดเริ่มต้นของคอนเทนต์แบบ Generative

ปลายปี 2025 Meta เปิดตัวฟีด “Vibes” ในแอป Meta AI ซึ่งเป็นฟีดวิดีโอสั้นที่สร้างขึ้นโดย AI ทั้งหมด ผู้ใช้เพียงพิมพ์คำสั่งสั้น ๆ เช่น การสร้างฉากหรือบรรยากาศเฉพาะทาง ระบบจะสร้างวิดีโอที่สามารถแชร์ไปยัง Facebook Stories หรือ Instagram Reels ได้ทันที

Vibes ไม่ได้ทำงานในลักษณะคลังวิดีโอแบบเดิม แต่เป็น Infinite scroll เต็มรูปแบบ เมื่อผู้ใช้เลื่อนฟีด ระบบ AI จะ

  • สร้างวิดีโอใหม่จาก Prompt หรือจากพฤติกรรมที่ผ่านม 
  • จัดอันดับด้วยสัญญาณการมีส่วนร่วม เช่น การดูซ้ำ การรีมิกซ์ และการแชร์ 
  • ปรับฟีดให้ตรงกับผู้ใช้แบบเรียลไทม์

คอนเทนต์ในฟีด Vibes จะเป็นส่วนผสมของวิดีโอที่ผู้ใช้สร้างเอง วิดีโอที่ถูกนำมารีมิกซ์ต่อโดยชุมชน และวิดีโอที่ AI สร้างขึ้นใหม่ทั้งหมด ทำให้ฟีดมีลักษณะคล้ายฟีดโซเชียลทั่วไปที่เลื่อนได้ต่อเนื่อง แต่แตกต่างตรงที่ เนื้อหาใหม่ ๆ สามารถถูกสร้างขึ้นได้ตลอดเวลา จึงสดใหม่ไม่รู้จบ

จากฉากทั่วไป สู่ภาพเฉพาะตัว

หัวใจของ Vibes คือระบบ Personalization ที่วิเคราะห์ทั้งคำสั่งที่ผู้ใช้เคยพิมพ์ พฤติกรรมการเลื่อนดู และการสนทนากับ AI ส่งผลให้ฟีดค่อย ๆ พัฒนา จากฉากกว้างทั่วไป เช่น 'ภูเขาหิมะ' ไปสู่ฉากเฉพาะทาง เช่น 'โซลาร์ฟาร์มในประเทศไทยยามพระอาทิตย์ตก'

แนวคิดนี้คล้ายกับวิธีที่ Facebook ใช้ปฏิสัมพันธ์เพื่อจัดเรียงโพสต์ให้ตรงใจ แต่ Vibes ก้าวไปไกลกว่า เพราะ AI สร้างคอนเทนต์ใหม่ขึ้นมาแทนการดึงโพสต์เดิมมาแสดง

แม้จะเป็นคอนเทนต์ที่ AI สร้างขึ้น แต่ทุกวิดีโอใน Vibes ถูกออกแบบให้เป็นโซเชียล โดย ผู้ใช้สามารถรีมิกซ์ เพิ่มภาพหรือเพื่อน และแชร์ไปยัง Stories หรือ Reels ได้ทันที ขณะที่การมีส่วนร่วมของชุมชน เช่น ยอดดู คอมเมนต์ และการแชร์ จะถูกป้อนกลับเข้าสู่อัลกอริทึม เกิดวงจรไวรัลในลักษณะเดียวกับหน้า For You ของ TikTok

Mark Zuckerberg มองว่านี่คือจุดแข็งสำคัญ เพราะการสร้างคอนเทนต์โดย AI สามารถขยายสเกลได้ไม่สิ้นสุด ขณะเดียวกันยังคงความรู้สึกโต้ตอบได้และมีมิติทางสังคม

จากการ 'เสพสื่อ' สู่การ 'เข้าไปอยู่ในสื่อ'

Mark Zuckerberg อธิบายภาพอนาคตว่า ฟีดจะไม่ใช่พื้นที่เลื่อนดูคอนเทนต์แบบ Passive อีกต่อไป แต่ AI จะเข้าใจผู้ใช้จากประวัติการแชต ความสนใจ และพฤติกรรม เพื่อสร้างคอนเทนต์ที่ตรงใจแบบเรียลไทม์ ในระยะถัดไป ผู้ใช้อาจสามารถแตะวิดีโอใดก็ได้เพื่อ “กระโดดเข้าไปในประสบการณ์นั้น” ทำให้เส้นแบ่งระหว่างผู้ชมและผู้สร้างค่อย ๆ เลือนหายไป

เขาเปรียบเทียบการเปลี่ยนผ่านนี้กับวิวัฒนาการของสื่อในอดีต จากข้อความสู่ภาพถ่าย จากภาพถ่ายสู่วิดีโอ และชี้ว่า AI คือกุญแจสำคัญที่ปลดล็อกรูปแบบสื่อที่สมจริงยิ่งขึ้น

ในช่วงแรก Meta จะเริ่มทดลองนำ AI เข้ามาใช้กับ Reels และโฆษณาก่อน โดยฟีเจอร์ AI บางอย่างอาจเปิดให้ใช้เฉพาะผู้สมัครสมาชิก หรือแสดงร่วมกับโฆษณา โมเดลนี้ช่วยให้ Meta ก้าวขึ้นมาเป็นผู้เล่นสำคัญในตลาดวิดีโอ AI แข่งตรงกับ TikTok และ OpenAI โดยอาศัยจุดแข็งคือฐานผู้ใช้จำนวนมหาศาลที่มีอยู่แล้ว

การขยับของ Meta ส่งสัญญาณชัดว่า โซเชียลมีเดียกำลังก้าวเข้าสู่ยุคใหม่ ที่ AI ไม่ได้เป็นเพียงผู้คัดกรองหรือแนะนำคอนเทนต์อีกต่อไป แต่กลายเป็น 'ผู้สร้าง' สื่อโดยตรง พร้อมตั้งคำถามสำคัญต่ออนาคต เรื่องความเป็นของแท้ ความเป็นส่วนตัว และบทบาทของมนุษย์ในโลกคอนเทนต์ที่ถูกขับเคลื่อนโดยอัลกอริทึมมากขึ้นเรื่อย ๆ

อ้างอิง: The Verge, Techbuzz


ลงทะเบียนเข้าสู่ระบบ เพื่ออ่านบทความฟรีไม่จำกัด

No comment

RELATED ARTICLE

Responsive image

Reed Hastings ผู้ก่อตั้ง Netflix เตรียมลงจากตำแหน่งกลางปีนี้ ปิดตำนาน 27 ปี ผู้เปลี่ยนโลกการดูหนัง

Reed Hastings ผู้ร่วมก่อตั้งและประธานบอร์ดของ Netflix กำลังจะก้าวลงจากตำแหน่งกรรมการบริษัทที่เขาสร้างขึ้นมาตั้งแต่ต้น หลังจากอยู่กับองค์กรมาอย่างยาวนานกว่า 27 ปี โดยการเปลี่ยนแปลงน...

Responsive image

สวีเดนสั่งยกเลิกหน้าจอในห้องเรียน กลับไปใช้หนังสือและปากกา

สวีเดนประกาศเลิกใช้หน้าจอในเด็กเล็ก กลับไปเน้นอ่านเขียนบนกระดาษเพื่อกู้คะแนน PISA เกิดอะไรขึ้นกับระบบการศึกษาที่เคยดีที่สุดในโลก?...

Responsive image

Opus 4.7 สรุปความเก่งของโมเดลล่าสุดจาก Anthropic คิดเองได้ว่าโค้ดผิดตรงไหน เถียงผู้ใช้ได้ ทำงานลากยาวได้โดยไม่ต้องคอยคุม

ลองนึกภาพว่าถ้าคุณเป็น Developer ที่ต้องเขียนเขียนระบบแปลงข้อความเป็นเสียงพูด (Text-to-Speech) ด้วยภาษา Rust โดยต้องเขียนตั้งแต่ Neural Model, การจัดการประมวลผลระดับฮาร์ดเแวร์, ทำ ...