
กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม หรือ อว. ออกประกาศแนวทางการเคลื่อนย้ายหรือการแลกเปลี่ยนบุคลากร พ.ศ. 2569 เปิดทางให้อาจารย์ นักวิจัย และบุคลากรในสังกัดไปปฏิบัติงานชั่วคราว หรือแลกเปลี่ยนการทำงานกับสถาบันอุดมศึกษาและหน่วยงานอื่นได้ โดยประกาศวางหลักให้ยังนับอายุงานต่อเนื่องและใช้ผลงานระหว่างปฏิบัติงานประกอบความก้าวหน้าในอาชีพได้ตามเกณฑ์
ประกาศลงนามเมื่อ 17 กรกฎาคม 2569 โดย ศาสตราจารย์ ดร. ยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวง อว. และจะมีผลใช้บังคับในวันถัดจากวันที่ประกาศในราชกิจจานุเบกษา
ประกาศนิยาม 'การเคลื่อนย้าย' ว่าเป็นการให้บุคลากรไปปฏิบัติงานในสถาบันอุดมศึกษาหรือหน่วยงานอื่นเป็นการชั่วคราวตามที่ตกลงกัน ส่วน 'การแลกเปลี่ยนบุคลากร' คือการส่งบุคลากรไปปฏิบัติงานแลกเปลี่ยนกันระหว่างสองฝ่ายในช่วงเวลาเดียวกัน
แนวทางนี้ครอบคลุมสถาบันอุดมศึกษาระดับปริญญาและต่ำกว่าปริญญา ทั้งของรัฐและเอกชน รวมถึงหน่วยงานของรัฐในสังกัดหรือในกำกับของ อว. ที่ไม่ใช่สถาบันอุดมศึกษา โดยบุคลากรที่อยู่ในขอบเขตประกาศรวมถึงข้าราชการพลเรือน พนักงานมหาวิทยาลัย เจ้าหน้าที่องค์การมหาชน พนักงานรัฐวิสาหกิจ และพนักงานราชการ แต่ไม่รวมลูกจ้างชั่วคราวและลูกจ้างเหมาบริการ
สาระสำคัญของประกาศระบุว่า การไปปฏิบัติงานในหน่วยงานอื่นอาจนับเป็นการปฏิบัติงานเต็มเวลาของหน่วยงานต้นสังกัด และอาจนับเป็นอายุราชการหรืออายุงานได้ พร้อมสิทธิประโยชน์ตามที่พึงได้รับ โดยให้คำนึงถึงสิทธิเดิมของบุคลากรด้วย
ผลการปฏิบัติงานระหว่างการเคลื่อนย้ายหรือแลกเปลี่ยนยังอาจใช้ประกอบการประเมินเพื่อเลื่อนเงินเดือนหรือค่าจ้างประจำปีได้ ขณะที่ผลงานที่เกิดขึ้นอาจใช้ประกอบการขอกำหนดตำแหน่งทางวิชาการหรือเลื่อนตำแหน่งตามหลักเกณฑ์ที่เกี่ยวข้อง
สำหรับผู้ที่มีภาระผูกพันตามสัญญาทุน หน่วยงานต้นสังกัดอาจนับระยะเวลาการไปปฏิบัติงานดังกล่าวเป็นระยะเวลาชดใช้ทุนได้ ภายใต้เงื่อนไขของสัญญาและการพิจารณาของต้นสังกัด
อย่างไรก็ดี สิทธิประโยชน์ วิธีประเมินผลงาน และการนับอายุงานจะต้องจัดทำตามข้อตกลงของหน่วยงาน และอยู่ภายใต้กฎหมายหรือกฎที่เกี่ยวข้อง ไม่ใช่สิทธิที่เกิดขึ้นโดยอัตโนมัติในทุกกรณี
เป้าหมายของประกาศคือสนับสนุนการศึกษา วิจัย และนวัตกรรม การพัฒนาบุคลากรและเครือข่าย การถ่ายทอดเทคโนโลยี และการใช้ทรัพยากรร่วมกันให้คุ้มค่า รวมถึงการสร้างสภาพแวดล้อมที่เหมาะสมต่อชีวิต สุขภาพ และความปลอดภัยของผู้ไปปฏิบัติงาน
หน่วยงานคู่ความร่วมมืออาจตกลงใช้ทรัพยากรร่วมกันได้ ตั้งแต่พื้นที่ อาคาร ห้องปฏิบัติการ เครื่องมือ อุปกรณ์ ยานพาหนะ โครงสร้างพื้นฐานดิจิทัลและสาธารณูปโภค ไปจนถึงที่พัก กิจการ และสิทธิในทรัพย์สินทางปัญญา ตามความจำเป็นของแต่ละกรณี
ประกาศยังเปิดให้ดำเนินการได้หลายรูปแบบ ทั้งการทำข้อตกลงระหว่างต้นสังกัดกับหน่วยงานรับบุคลากร การเข้าร่วมโครงการที่สำนักงานปลัดกระทรวง อว. หรือสถาบันอุดมศึกษาจัดขึ้น และรูปแบบอื่นที่หน่วยงานเห็นสมควร โดยสถาบันหรือหน่วยงานสามารถออกระเบียบหรือหลักเกณฑ์เพิ่มเติมให้สอดคล้องกับภารกิจและกฎหมายที่ใช้บังคับได้
ในทางปฏิบัติ ประกาศฉบับนี้จึงเป็นกรอบกลางที่ลดอุปสรรคด้านการบริหารบุคลากรสำหรับความร่วมมือข้ามองค์กร แต่รายละเอียดสำคัญ เช่น ระยะเวลา หน้าที่ ค่าตอบแทน ค่าใช้จ่าย และการประเมินผล ยังต้องกำหนดเป็นข้อตกลงระหว่างหน่วยงานและบุคลากรในแต่ละกรณี
อ้างอิง : Facebook Post Yodchanan Wongsawat - ยศชนัน วงศ์สวัสดิ์
ลงทะเบียนเข้าสู่ระบบ เพื่ออ่านบทความฟรีไม่จำกัด