Kitkat บุกตลาด Plant-based เปิดตัว ‘KitKat V’ บาร์ช็อกโกแลตจากพืช

Nestle บริษัทเครือข่ายอุตสาหกรรมอาหารและเครื่องดื่มที่ใหญ่ที่สุดในโลก เตรียมเปิดตัวผลิตภัณฑ์ KitKat V ช็อกโกแลตสอดไส้เวเฟอร์แบบแท่ง ซึ่งจะทำด้วยส่วนประกอบที่มาจากพืชเป็นครั้งแรกสำหรับผู้บริโภคมังสวิรัติ โดยมีกำหนดการทดลองจัดจำหน่ายทางช่องทางออนไลน์ และร้าน Special Store  ในประเทศต่างๆ ซึ่งรวมไปถึงสหราชอาณาจักรภายในปี 2021 นี้ 

สำหรับตัวช็อกโกแลตของ KitKat จะใช้ส่วนผสมที่มาจากข้าวแทนนมสด ซึ่งอาจต้องใช้เวลาถึง 2 ปี ในการพัฒนาสูตร เพื่อที่จะมั่นใจได้ว่าเป็นส่วนผสมที่เข้ากับโกโก้และน้ำตาลได้อย่างลงตัว และให้สัมผัสที่นุ่มละมุนตามแบบฉบับของ KitKat เนื่องจากส่วนผสมที่ทำมาจากพืชเช่น ถั่วเหลือง หรืออัลมอนด์ อาจเปลี่ยนรสชาติของช็อกโกแลตได้ 

ซึ่งข่าวนี้ได้สร้างการเปลี่ยนแปลงครั้งสำคัญให้กับวงการวีแกน แม้ว่าจะมีบางส่วนได้เริ่มทำช็อกโกแลตนมวีแกนบ้างแล้ว แต่ก็ยังไม่ปรากฎแบรนด์ใหญ่เข้าร่วมตลาดวีแกนเท่าไรนัก อย่างไรก็ดี อเล็กซองเดอร์ วอน มายโย หัวหน้าธุรกิจขนมของเนสท์เล่ ได้ให้สัมภาษณ์กับทาง Bloomberg โดยเชื่อมั่นว่า เทรนด์อาหาร Plant-based (อาหารทำมาจากพืช) กำลังมาแรงทุกหย่อมหญ้า และ KitKat ก็ถือว่าเป็นแบรนด์ที่เหมาะสมที่จะมุ่งสู่ตลาดวีแกน เนื่องจากเป็นแบรนด์ใหญ่และดังระดับโลก 


อ้างอิง : Bloomberg 


ลงทะเบียนเข้าสู่ระบบ เพื่ออ่านบทความฟรีไม่จำกัด

No comment

RELATED ARTICLE

Responsive image

เมื่อกฎหมายไม่ใช่คอขวด เจาะอนาคตสินทรัพย์ดิจิทัลอาเซียน ผ่านรายงาน SCBX และ Hashed Open Research ชี้ทิศทางอนาคตการเงินดิจิทัลแห่งเอเชียตะวันออกเฉียงใต้

SCBX ร่วมกับ Hashed Open Research (HOR) หน่วยงานคลังสมองด้านนโยบายของ Hashed บริษัทเวนเจอร์แคปิทัลด้าน Web3 ระดับโลก เปิดตัวรายงาน "Powering Southeast Asia's Digital Future" ซึ่งกล...

Responsive image

สจล. ปรับบทบาทครั้งใหญ่ ให้เริ่มทำโปรเจกต์จริงตั้งแต่ปี 1 ตอบโจทย์แวดวง AI, Semiconductor, Data Center

สจล. ปรับบทบาทมุ่งสร้าง "นวัตกร" รองรับอุตสาหกรรมอนาคต ดันสถิติบัณฑิตมีงานทำพุ่ง 85% สูงกว่าค่าเฉลี่ยประเทศ พร้อมคว้าอันดับ 1 มหาวิทยาลัยยอดนิยมสายวิทย์-เทคโนโลยี...

Responsive image

Hugging Face เล็งขายกิจการ คาดมูลค่าพุ่ง 1.3 หมื่นล้านดอลลาร์ เดินหน้าหาผู้ซื้อรายใหม่

Hugging Face กำลังเล็งขายกิจการ ซึ่งถ้าดีลนี้เกิดขึ้นจริงอาจดันมูลค่าบริษัทให้ทะยานสูงถึง 1.3 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐหรืออาจมากกว่านั้น...