กลายเป็นดีลที่สั่นสะเทือนวงการ AI ทั่วโลกอีกครั้ง เมื่อ NVIDIA ยักษ์ใหญ่ผู้กุมชะตาโครงสร้างพื้นฐาน AI ประกาศร่วมพันธมิตรเชิงยุทธศาสตร์และเข้าลงทุนครั้งสำคัญใน Thinking Machines Lab สตาร์ทอัพน้องใหม่ที่น่าจับตาที่สุดแห่งปี ซึ่งก่อตั้งโดย Mira Murati อดีต CTO หญิงแกร่งแห่ง OpenAI

หัวใจสำคัญของดีลนี้คือการประกาศติดตั้งระบบ NVIDIA Vera Rubin ซึ่งเป็นสถาปัตยกรรมชิปรุ่นล่าสุดที่ล้ำหน้าที่สุดของ NVIDIA โดยมีสเกลการติดตั้งใหญ่ยักษ์ระดับ 1 กิกะวัตต์ (Gigawatt-scale) เพื่อเป็นขุมพลังในการฝึกฝน Frontier Model รุ่นใหม่ที่ Thinking Machines Lab กำลังซุ่มพัฒนาอยู่
ทำไมดีลนี้ถึงสำคัญ ?
สมัยอยู่ OpenAI เธอเป็น CTO (ผู้ดูแลเทคโนโลยีทั้งหมด) แต่ตอนนี้เธอเป็น Co-founder & CEO เอง มีอิสระในการกำหนดทิศทางเต็มที่ สำหรับการเปิดตัว Thinking Machines Lab เมื่อปีที่ผ่านมา พร้อมการที่ NVIDIA ยอมดีลส่งมอบระบบ Vera Rubin ชิปที่ดีที่สุดที่เขามีอยู่ในมือตอนนี้ ในสเกล 1 กิกะวัตต์ (ซึ่งมหาศาลมาก พอๆ กับโรงไฟฟ้าขนาดย่อมๆ หนึ่งโรง) แสดงว่า Thinking Machines ต้องกำลังสร้างสมองกลที่มีพละกำลังมหาศาลยิ่งกว่าเดิม
ปกติแล้ว OpenAI หรือ Anthropic จะเน้นสร้าง AI ที่ฉลาดแบบครอบจักรวาล คือถามอะไรตอบได้หมด แต่บางครั้งเราก็แก้ไของค์ความรู้ข้างในมันไม่ได้ทั้งหมด แต่แนวคิดของบริษัท Thinking Machines Lab นี้คือ AI ที่ปรับแต่งได้ หมายความว่า องค์กรหรือนักวิทยาศาสตร์สามารถนำ AI ไปปั้นใหม่ให้เชี่ยวชาญเฉพาะทางแบบเจาะลึกสุด ๆ ได้
Tinker ไม่ใช่แชทบอทแบบที่เราพิมพ์คุยเล่นกันครับ แต่มันคือ API (เครื่องมือเชื่อมต่อ) ที่ปล่อยออกมาให้นักพัฒนาใช้งาน หน้าที่ของมันคือการเอา AI ที่ฉลาดอยู่แล้ว มาสอนเพิ่มด้วยข้อมูลเฉพาะทาง (เช่น ข้อมูลการแพทย์เชิงลึก หรือกฎหมายเฉพาะประเทศ)
พอนักวิจัยหรือบริษัทต่างๆ ใช้ Tinker ไปจูน AI ของตัวเองได้ง่ายขึ้น มันจะเกิด AI ที่เก่งเฉพาะทางนับล้านตัว แทนที่จะมีแค่ AI ตัวเดียวที่เก่งแบบเป็ด ซึ่งจากข้อมูลทั้งหมดที่เรามี อาจบอกได้ว่า Mira Murati กำลังสร้างโรงงานผลิต AI สั่งตัด ที่มี NVIDIA เป็นเจ้าของที่ดินและแหล่งพลังงานให้ ซึ่งอาจจะคล่องตัวและตรงใจภาคธุรกิจมากกว่า AI สำเร็จรูปที่มีอยู่ในตอนนี้
ในแวดวง Tech ตอนนี้มีหนึ่งหัวข้อที่ถูกพูดถึงอย่างหนาหูคือ Data Wall หรือทางตันของ AI แบบเดิม นักพัฒนาชั้นนำเริ่มยอมรับว่า AI ที่เราใช้กันอยู่ (LLMs) กำลังเรียนรู้ข้อมูลดิจิทัลจนจะหมดโลกแล้ว แต่ทำไมมันยังไม่ฉลาดเท่ามนุษย์
หนึ่งในคำตอบที่ได้รับความนิยมในตอนนี้คือ AI ขาดสัญชาตญาณและประสบการณ์ในโลกจริง
มนุษย์เราไม่ได้ฉลาดขึ้นจากการอ่านหนังสือเพียงอย่างเดียว แต่เราฉลาดเพราะเราอยู่ในโลกจริง เรารู้ว่าแก้วจะแตกเมื่อตกพื้น หรือรู้แรงที่ต้องใช้ในการหยิบไข่ไม่ให้บุบ ความรู้เหล่านี้ไม่ได้ถูกบันทึกเป็นตัวอักษรทั้งหมด แต่มันคือความรู้จากสัญชาตญาณและการลงมือทำ นี่คือเหตุผลที่ NVIDIA และเหล่า Game Changer ของโลกกำลังเดิมพันครั้งใหญ่กับสิ่งนี้ เช่น
ซึ่งหากจะให้วิเคราะห์ดีลนี้ สิ่งที่ Jensen Huang อาจจะกำลังมองเห็นในตอนนี้คือ การเตรียมความพร้อมสำหรับวันที่เราจะถอดสมอง AI ออกจากหน้าจอคอมพิวเตอร์ แล้วเอาไปใส่ในร่างกายของหุ่นยนต์ เพื่อให้ออกมาทำงานในโลกจริงได้จริง ๆ
ไม่ใช่แค่ AI ที่เก่งแต่ตอบคำถามในแชท แต่จะเป็น AI ที่สามารถช่วยผ่าตัด ช่วยยกของในโกดัง หรือช่วยทำงานบ้านได้ โดยที่มันมีสัญชาตญาณความระมัดระวังเหมือนมนุษย์ และเรายังสามารถปรับจูนให้มันทำงานตามที่เราต้องการเป๊ะ ๆ ได้อีกด้วย
อ้างอิง: cnbc, thinkingmachines.ai
ลงทะเบียนเข้าสู่ระบบ เพื่ออ่านบทความฟรีไม่จำกัด