ผู้ใช้ ChatGPT เผย AI เจนภาพใบเสร็จทิพย์-สลิปปลอมเสมือนจริง หวั่นตกเป็นเครื่องมือใหม่ของมิจฉาชีพ

หลังจาก OpenAI อัปเกรด ChatGPT-4o ให้เจนภาพเทพกว่าเดิมโดยสามารถสร้างข้อความภายในภาพได้อย่างแม่นยำกว่าที่เคย ได้ปรากฏชาวเน็ตแห่ทดลองสร้าง "สลิปโอนเงิน" และ "ใบเสร็จรับเงิน" ปลอม ซึ่งผลลัพธ์คือ สมจริงจนแทบแยกไม่ออก!

แม้จะเป็นความก้าวหน้าทางเทคโนโลยีที่น่าทึ่งแต่กลับสร้างความกังวลอย่างมากเกี่ยวกับการนำไปใช้ในทางที่ผิด เพราะศักยภาพในการสร้างหลักฐานปลอมที่แนบเนียนขนาดนี้ กำลังเปิดช่องให้เกิดการฉ้อโกงทางการเงินรูปแบบใหม่ ที่อาจส่งผลกระทบต่อทั้งบุคคลทั่วไปและภาคธุรกิจอย่างรุนแรง

ใบเสร็จปลอมที่สร้างด้วย AI เริ่มปรากฏบนโลกออนไลน์

หลังการอัพเดทไม่นาน ผู้ใช้โซเชียลมีเดียเริ่มทดลองความสามารถใหม่นี้ โดยนักลงทุน Deedy Das ได้แชร์ภาพใบเสร็จร้านอาหารปลอมที่อ้างว่าใช้ ChatGPT-4o ในการสร้างขึ้นลงบน X (เดิม Twitter) ที่ถูกสร้างเลียนแบบของจริงจากร้านสเต็กชื่อดังในซานฟรานซิสโก 

ผู้ใช้รายอื่นๆ สามารถสร้างใบเสร็จปลอมที่คล้ายกันได้ โดยบางคนถึงขั้นเพิ่มคราบอาหารและเครื่องดื่มลงไปเพื่อให้ดูสมจริงยิ่งขึ้น อย่างไรก็ตาม การทดลองในช่วงแรกยังพบข้อผิดพลาดที่บ่งบอกว่าเป็นของปลอม เช่น การใช้เครื่องหมายจุลภาคแทนที่จะเป็นจุดทศนิยม และการคำนวณผลรวมที่ผิดพลาด ซึ่งเป็นปัญหาที่พบได้บ่อยใน LLM ที่ยังไม่สามารถคำนวณตัวเลขได้อย่างแม่นยำเสมอไป

อย่างไรก็ตาม Raphael Chenol ผู้ใช้ LinkedIn ชาวฝรั่งเศสรายหนึ่งโพสต์ภาพใบเสร็จที่ถูกทำให้ยับยู่ยี่ที่สร้างเลียนแบบใบเสร็จจากร้านอาหารชื่อดังที่ทุกคนพูดเป็นเสียงเดียวกันว่ามีความสมจริงที่สุด ซึ่งแสดงให้เห็นว่า AI สามารถสร้างเอกสารปลอมที่น่าเชื่อถือได้อย่างง่ายดาย ซึ่งก่อให้เกิดการถกเถียงเกี่ยวกับความเป็นไปได้ของการฉ้อโกงที่ใช้ AI เป็นเครื่องมือ

กรณีตัวอย่างสลิปธนาคารปลอมในประเทศไทย

ในประเทศไทย ผู้ใช้โซเชียลมีเดีย X รายหนึ่งชื่อ @kafaak ได้โพสต์ว่า อัปเดตใหม่ของ ChatGPT สามารถปลอมแปลงสลิปโอนเงินธนาคารได้ค่อนข้างแนบเนียน แม้ว่าตัวอักษรบางตัวในภาษาไทยอาจมีผิดเพี้ยนไปบ้าง แต่ในส่วนของภาษาอังกฤษและตัวเลขอารบิกนั้นถูกต้องเกือบทั้งหมด

ตัวอย่างที่ผู้ใช้รายนี้แชร์แสดงให้เห็นว่า ต้นฉบับเป็นสลิปที่เขาโอนเงินจากบัญชีของเขาเองเป็นจำนวน 23,000 บาท จากนั้นสั่งให้ ChatGPT แก้ไขข้อมูลให้เป็นชื่อ “สมชาย” แต่ AI ดันสร้างออกมาเป็น “สบชาย” และเปลี่ยนยอดเงินเป็น 400,000 บาท 

สิ่งที่น่ากังวลคือ AI สามารถสร้างลายน้ำของธนาคารขึ้นมาเหมือนของจริง ทำให้สลิปที่ถูกปลอมแปลงดูสมจริงมากขึ้น ผู้ที่ทำธุรกรรมทางการเงินบ่อยๆ ไม่ควรตรวจสอบเพียงแค่สลิปเพียงอย่างเดียว แต่ควรเช็กยอดเงินเข้าบัญชีจริงเสมอรวมถึงตรวจสอบ QR Code บนสลิปอีกขั้น เพื่อป้องกันการถูกหลอกลวง

ความเสี่ยงจากใบเสร็จปลอมที่สร้างด้วย AI

ความสามารถในการสร้างใบเสร็จปลอมได้อย่างรวดเร็วและแนบเนียนนี้อาจนำไปสู่การฉ้อโกงในรูปแบบต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นการปลอมแปลงค่าใช้จ่ายเพื่อขอคืนเงิน หรือการตกแต่งเอกสารการเงินเพื่อผลประโยชน์ส่วนตัวซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อทั้งประชาชนทั่วไปจนถึงผู้ประกอบการต่างๆ ที่ตกเป็นเหลือของการถูกหลอกได้

Taya Christianson โฆษกของ OpenAI ระบุว่าภาพที่สร้างด้วย ChatGPT ทั้งหมดจะมี metadata ที่ระบุว่าเป็นภาพที่สร้างโดย AI นอกจากนี้ OpenAI ยังมีมาตรการตรวจสอบการละเมิดนโยบายและดำเนินการเมื่อพบการใช้งานที่ผิดกฎ อย่างไรก็ตาม มาตรการเหล่านี้อาจไม่เพียงพอที่จะป้องกันการนำไปใช้ในทางที่ผิด เนื่องจาก metadata สามารถถูกลบหรือแก้ไขได้

สมดุลระหว่าง AI และจริยธรรมในอนาคต

แม้ว่า OpenAI จะพยายามหาจุดสมดุลระหว่างนวัตกรรมและจริยธรรม แต่ความสามารถที่เพิ่มขึ้นของ AI ในการสร้างสลิปปลอมได้เสมือนจริงยังคงเป็นประเด็นที่ต้องจับตามองอย่างใกล้ชิด ในอนาคต บริษัทเทคโนโลยีและหน่วยงานกำกับดูแลจำเป็นต้องทำงานร่วมกันเพื่อลดความเสี่ยงจากการใช้งานที่ผิดกฎหมาย ขณะเดียวกันก็ต้องส่งเสริมให้ AI เป็นเครื่องมือที่สร้างสรรค์และเป็นประโยชน์ต่อสังคม

อ้างอิง: techcrunch

ลงทะเบียนเข้าสู่ระบบ เพื่ออ่านบทความฟรีไม่จำกัด

No comment

RELATED ARTICLE

Responsive image

เจาะลึก IMD 2026 ไทยขยับขึ้นอันดับ 26 แล้วทำไม 'เวียดนาม' เป็นม้ามืดหน้าใหม่ ที่หายใจรดต้นคอไทย?

สรุปผลการจัดอันดับประเทศไทย ใน IMD World Competitiveness 2026 ไทยขยับขึ้นอันดับ 26 แต่ทำไม 'เวียดนาม' ถึงจี้ติดในอันดับ 27 จากการพูดคุยกับ คุณธีรนันท์ ศรีหงส์ ประธานสมาคมการจัดการธ...

Responsive image

ทำไมการเปลี่ยนผ่านพลังงานโลกถึงชะงัก แม้ลงทุนสูงสุดเป็นประวัติการณ์ WEF เผยรายงาน Energy Transition Index 2026 พร้อมชี้ 3 สิ่งที่โลกต้องทำเร่งด่วน

รู้หรือไม่ว่า ปี 2026 โลกลงทุนด้านพลังงานสูงเป็นประวัติการณ์ที่ 3.3 ล้านล้านดอลลาร์ ในจำนวนนี้เป็นการลงทุนพลังงานสะอาดมากถึง 2.3 ล้านล้านดอลลาร์ แต่ผลที่ได้กลับไม่เหมือนอย่างที่เรา...

Responsive image

'บ้านในอนาคตอาจไม่ได้ขายแค่ทำเล แต่ขายสุขภาพดี' BDMS ลงทุน 29,000 ล้านบาท ปั้น WellEra โครงการที่อยู่อาศัยเพื่อสุขภาพใจกลางลุมพินี

BDMS ทุ่ม 29,000 ล้านบาท เปิดตัว WellEra Wellness Complex ใจกลางลุมพินี โครงการที่ออกแบบให้บ้านและเมืองกลายเป็นส่วนหนึ่งของการดูแลสุขภาพในชีวิตประจำวัน...