OpenAI ยอดลบแอปพุ่ง 295% Sam Altman รับพลาดเองหลังดีล แม้เพิ่มข้อห้ามสอดแนม แต่ชาวเน็ตชี้ยังมีช่องโหว่

เมื่อวันที่ 3 มีนาคม ที่ผ่านมา Sam Altman ซีอีโอของ OpenAI ได้โพสต์เมโมภายในลงบน X เพื่อประกาศแก้ไขสัญญากับ Department of War (DoW) หรือกระทรวงกลาโหมสหรัฐฯ พร้อมยอมรับตรงๆ ว่าการตัดสินใจในครั้งนี้ "รีบเกินไปและดูฉวยโอกาส" ท่ามกลางกระแสวิจารณ์ที่หนักที่สุดครั้งหนึ่งในประวัติศาสตร์บริษัท

ทุกอย่างเริ่มต้นขึ้นอย่างไร?

เรื่องทั้งหมดเกิดขึ้นอย่างรวดเร็วในช่วงสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา และหลายเหตุการณ์เกิดขึ้นแทบพร้อมกัน

วันที่ 26 กุมภาพันธ์ ประธานาธิบดี Donald Trump ออกคำสั่งให้หน่วยงานรัฐบาลกลางทุกแห่งหยุดใช้ AI ของ Anthropic ทันที พร้อมโพสต์ลง Truth Social ว่า Anthropic เป็น AI ที่ "โปรเกรสซีฟเกินไป" สาเหตุที่แท้จริงคือการเจรจาระหว่าง DoW กับ Anthropic พังทลาย เพราะ DoW ต้องการให้ลบเงื่อนไขคุ้มครองสำคัญสองข้อออกจากสัญญา ทั้งการห้ามใช้ AI เพื่อการสอดส่องประชาชนในประเทศแบบเหวี่ยงแห และการห้ามใช้ AI ควบคุมอาวุธอัตโนมัติเต็มรูปแบบ แต่ Dario Amodei ซีอีโอของ Anthropic ยืนหยัดไม่ยอม

วันถัดมา OpenAI ประกาศทำข้อตกลงกับ DoW เพียงไม่กี่ชั่วโมงหลัง Anthropic โดนสั่งแบน โดยตกลงนำ AI ไปใช้บนเครือข่ายลับของกองทัพสหรัฐฯ และยิ่งน่าตั้งคำถามมากขึ้นไปอีก เมื่อวันถัดมาสหรัฐฯ เปิดปฏิบัติการโจมตีทางอากาศต่ออิหร่าน ซึ่งทำให้บริบทของข้อตกลงฉบับนี้ดูหนักขึ้นกว่าเดิมมาก

คลื่นวิจารณ์ที่หนักกว่าที่ OpenAI คาดไว้

สัญญาฉบับนี้จุดชนวนปฏิกิริยาจากหลายทิศทางพร้อมกัน และหนักกว่าที่หลายคนในวงการคาดไว้

  • พนักงานกว่า 500 คน จาก OpenAI และ Google ร่วมลงชื่อในจดหมายเปิดผนึกเพื่อแสดงการสนับสนุน Anthropic และหลักการที่ Dario Amodei ยืนหยัด
  • ยอดถอนการติดตั้ง ChatGPT พุ่งขึ้น 295% นับจากวันที่ประกาศข้อตกลง
  • Claude ของ Anthropic แซงหน้า ChatGPT ขึ้นเป็นแอปฟรีดาวน์โหลดอันดับหนึ่งบน App Store สหรัฐฯ ทันที
  • มีการชุมนุมประท้วงหน้าสำนักงาน OpenAI ทั้งในซานฟรานซิสโกและลอนดอน พร้อมกลุ่ม QuitGPT นัดบอยคอตต่อเนื่องในวันอังคาร

Sam Altman พูดอะไรในแถลงการณ์โมฉบับนี้บ้าง

1. ยอมรับผิดต่อสาธารณะ 

ประเด็นที่น่าสนใจที่สุดในเมโมฉบับนี้คือ Sam Altman ยอมรับตรงๆ โดยไม่อ้อมค้อมว่า "เราไม่ควรรีบนำเรื่องนี้ออกมาในวันศุกร์" และยอมรับว่ามันดู "ฉวยโอกาสและสะเปะสะปะ" แม้เจตนาเดิมจะต้องการ "ลดความร้อนแรงของสถานการณ์" ก็ตาม เขาระบุด้วยว่านี่เป็นบทเรียนสำคัญก่อนที่จะต้องเผชิญกับการตัดสินใจที่มี "ความเสี่ยงสูงกว่านี้มาก" ในอนาคต

2. เพิ่มข้อความคุ้มครองใหม่ในสัญญา อ้างอิงกฎหมาย 3 ฉบับ

OpenAI ทำงานร่วมกับ DoW เพื่อเพิ่มข้อความคุ้มครองลงในสัญญาโดยตรง โดยอ้างอิงกรอบกฎหมาย 3 ฉบับ ได้แก่ การแก้ไขรัฐธรรมนูญบทที่ 4 ที่คุ้มครองสิทธิพลเมืองจากการค้นและยึดโดยไม่มีหมาย, พระราชบัญญัติความมั่นคงแห่งชาติ ค.ศ. 1947 และพระราชบัญญัติการเฝ้าระวังข่าวกรองต่างประเทศ ค.ศ. 1978 โดยข้อความใหม่ระบุชัดว่า

"ระบบ AI จะต้องไม่ถูกใช้โดยเจตนาเพื่อการสอดส่องประชาชนชาวอเมริกันภายในประเทศ รวมถึงห้ามซื้อหรือใช้ข้อมูลส่วนตัวจากแหล่งเชิงพาณิชย์เพื่อวัตถุประสงค์ดังกล่าว"

3. NSA และหน่วยข่าวกรองอื่นๆ เข้าไม่ถึงบริการของ OpenAI

DoW ยืนยันอย่างเป็นทางการว่าหน่วยข่าวกรองภายใต้กระทรวง อย่างสำนักงานความมั่นคงแห่งชาติหรือ NSA จะไม่สามารถเข้าถึงบริการของ OpenAI ได้ภายใต้สัญญาฉบับนี้ หากต้องการใช้งานต้องทำสัญญาเพิ่มเติมแยกต่างหาก และไม่ได้รับสิทธิ์โดยอัตโนมัติ ซึ่งนี่เป็นจุดสำคัญมาก เพราะ NSA คือหน่วยงานเดียวกับที่ Edward Snowden เคยเปิดโปงในปี 2013 ว่าแอบสอดส่องประชาชนชาวอเมริกันในวงกว้างโดยไม่มีหมายศาล

4. OpenAI ไม่ใช่คนตัดสิน แต่ขอมีเสียงบนโต๊ะเจรจา

Sam Altman ย้ำชัดว่าหน้าที่ของ OpenAI ไม่ใช่การมาตัดสินประเด็นใหญ่ระดับสังคมแทนรัฐบาล แต่คือการมีที่นั่งในการเจรจาเพื่อแบ่งปันความเชี่ยวชาญและยืนหยัดเพื่อหลักเสรีภาพ โดยรัฐบาลที่ผ่านกระบวนการเลือกตั้งต่างหากที่ควรเป็นผู้ตัดสินใจในที่สุด ไม่ใช่บริษัทเอกชน

5. ยอมติดคุกดีกว่าปฏิบัติตามคำสั่งที่ขัดรัฐธรรมนูญ"

นี่คือประโยคที่ถูกแชร์ต่อมากที่สุดจากแถลงการณ์ฉบับนี้ Sam Altman ระบุว่าหากได้รับคำสั่งที่ขัดต่อรัฐธรรมนูญ เขาพร้อม "ยอมติดคุกมากกว่าปฏิบัติตาม" ซึ่งเป็นการส่งสัญญาณชัดเจนว่ามีเส้นที่เขาไม่ยอมข้าม ไม่ว่าจะมีแรงกดดันทางการเมืองหรือผลประโยชน์ทางธุรกิจมากแค่ไหนก็ตาม

6. ยอมรับว่าเทคโนโลยียังไม่พร้อมในหลายด้าน

Sam Altman พูดตรงๆ ว่ายังมีหลายพื้นที่ที่ AI ของ OpenAI ยังไม่พร้อมสำหรับการใช้งานในกองทัพ บริษัทจึงจะค่อยๆ ทำงานร่วมกับ DoW อย่างระมัดระวัง โดยมีมาตรการป้องกันทางเทคนิคควบคู่ไปด้วยในทุกขั้นตอน

7. ขอให้ DoW เปิดโอกาสให้ Anthropic ด้วย

ประเด็นที่น่าสนใจที่สุดในเชิงอุตสาหกรรมคือ Sam Altman บอก DoW ชัดเจนว่า Anthropic ไม่ควรถูกกำหนดให้เป็นคู่สัญญาแหล่งเดียว และหวังว่า DoW จะเสนอเงื่อนไขเดียวกันนี้ให้กับ Anthropic ด้วย แม้ทั้งสองบริษัทจะเป็นคู่แข่งกันโดยตรง สิ่งนี้สะท้อนว่าในระดับหลักการ Sam Altman ยังมองว่าการแข่งขันที่มีหลักจริยธรรมในอุตสาหกรรม AI นั้นสำคัญกว่าการครองตลาดแต่เพียงผู้เดียว

ช่องโหว่ที่ผู้เชี่ยวชาญยังกังวล

แม้สัญญาจะถูกแก้ไขแล้ว แต่นักวิชาการและผู้เชี่ยวชาญด้านสิทธิพลเมืองหลายคนยังไม่วางใจ เพราะมีประเด็นที่ยังค้างคาอยู่

  • คำว่า "โดยเจตนา" คือช่องโหว่ที่ใหญ่ที่สุด นักวิจัยการเมือง Tyson Brody ชี้ว่าข้อมูลของประชาชนอเมริกันจะยังถูกดูดเข้าไปอยู่ดี แต่รัฐบาลสามารถอ้างได้ว่า "เก็บมาโดยไม่ได้ตั้งใจ" ซึ่งตีความได้ว่าถูกกฎหมาย
  • ไม่มีข้อห้ามเรื่องอาวุธอัตโนมัติ สัญญาฉบับแก้ไขยังไม่ปิดกั้นการใช้ AI ควบคุมอาวุธโดยไม่ผ่านการตัดสินใจของมนุษย์ ซึ่งเป็นจุดที่ Anthropic ยืนหยัดตั้งแต่ต้น
  • ขีดเส้นที่ "ถูกกฎหมาย" ไม่ใช่ "ถูกต้องทางจริยธรรม" หากกฎหมายเปลี่ยนแปลงในอนาคต ข้อจำกัดทั้งหมดนี้ก็อาจหมดความหมายได้ทันที

DoW ตอบโต้อย่างไร

กระทรวงกลาโหมออกแถลงการณ์ตอบโต้ว่า "พร้อมนั่งโต๊ะเจรจาเสมอ เหมือนที่ทำกับ OpenAI แต่ Anthropic เลือกไม่มาเองเพราะมีความขัดแย้งส่วนตัวของตัวเอง" ซึ่งฟังดูเหมือนการยืนยันกลายๆ ว่าข้อพิพาทกับ Anthropic ไม่ได้มีแค่มิติด้านนโยบาย AI แต่มีเรื่องส่วนตัวเข้ามาเกี่ยวด้วย

มองให้ไกลกว่าสัญญาฉบับนี้

เหตุการณ์ทั้งหมดนี้ไม่ได้เป็นแค่เรื่องของสัญญาฉบับเดียว แต่สะท้อนคำถามใหญ่ที่ทั้งอุตสาหกรรม AI กำลังเผชิญอยู่ นั่นคือเมื่อ AI ก้าวเข้าสู่กองทัพและความมั่นคงแห่งชาติ ใครกันแน่ที่ควรเป็นคนขีดเส้นระหว่าง "ใช้ได้" กับ "ใช้ไม่ได้"

Sam Altman พยายามเดินเส้นบางๆ ระหว่างการทำธุรกิจกับรัฐบาลและการรักษาความไว้วางใจจากผู้ใช้ทั่วโลก แต่ตลาดก็ตอบกลับชัดเจนแล้วผ่านตัวเลข ยอดถอน ChatGPT บวก 295% และ Claude ขึ้นอันดับหนึ่งบน App Store บอกทุกอย่างโดยไม่ต้องอธิบายเพิ่ม

สิ่งที่น่าจับตามองต่อจากนี้คือ DoW จะเสนอเงื่อนไขเดียวกันให้กับ Anthropic หรือไม่ และบริษัท AI รายอื่นอย่าง Google DeepMind หรือ xAI จะมีจุดยืนอย่างไรเมื่อถึงคราวต้องตัดสินใจในลักษณะเดียวกันนี้

ที่มา: Sam Altman, OpenAI, Reuters, The New York Times, Mashable, Business Insider, BBC

ลงทะเบียนเข้าสู่ระบบ เพื่ออ่านบทความฟรีไม่จำกัด

No comment

RELATED ARTICLE

Responsive image

Eight Sleep ระดมทุน 50 ล้านดอลลาร์ ดันมูลค่าบริษัทแตะ 1.5 พันล้าน เดินหน้าพัฒนา AI ดูแลการนอนครบวงจร

Eight Sleep สตาร์ทอัพเทคโนโลยีด้าน Sleep Tech ประกาศระดมทุนรอบกลยุทธ์มูลค่า 50 ล้านดอลลาร์ โดยมี Tether Investments เป็นผู้นำการลงทุน ส่งผลให้มูลค่าบริษัทพุ่งสูงถึง 1.5 พันล้านดอลล...

Responsive image

NotebookLM อัปเกรดฟีเจอร์ Cinematic Video เปลี่ยนโน้ตย่อเป็นวิดีโอแอนิเมชันด้วย AI

เจาะลึกฟีเจอร์ใหม่ NotebookLM จาก Google ที่ใช้ Gemini 3 และ Veo 3 เปลี่ยนบันทึกและงานวิจัยให้กลายเป็นวิดีโอแอนิเมชันสไตล์ Cinematic สุดล้ำ พร้อมเงื่อนไขการใช้งานสำหรับสมาชิก AI Ul...

Responsive image

Google เปิดตัว Gemini 3.1 Flash-Lite โมเดล AI ใหม่ เร็วขึ้น 2.5 เท่า เก่งทั้งแปลภาษา เขียนโค้ด UI และแก้ปัญหาสเกลใหญ่ ในราคาที่ถูกลง

Google เปิดตัว Gemini 3.1 Flash-Lite โมเดล AI รุ่นใหม่ที่ทำงานรวดเร็วและประหยัดต้นทุนที่สุด มาพร้อมฟีเจอร์ปรับระดับการคิด (Thinking levels) ตอบโจทย์นักพัฒนาที่ต้องการประมวลผลงานสเก...