
กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) โดยสำนักงานนวัตกรรมแห่งชาติ (องค์การมหาชน) หรือ NIA ร่วมกับตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย กองทุนส่งเสริมการพัฒนาตลาดทุน (CMDF) และพันธมิตรภาครัฐและเอกชน ประกาศจัดตั้งกองทรัสต์เพื่อกิจการเงินร่วมลงทุน (Private Equity Trust: PE Trust) มูลค่าเริ่มต้น 1,000 ล้านบาท เพื่อลงทุนในธุรกิจ New Economy
ความร่วมมือครั้งนี้เกิดขึ้นพร้อมการเปิดตัว University Holding Consortium ซึ่งเชื่อมสถาบันอุดมศึกษา 15 แห่ง บริษัทโฮลดิ้งของแต่ละสถาบัน และพันธมิตร เพื่อพัฒนาธุรกิจจากงานวิจัยให้เติบโตเชิงพาณิชย์ และเข้าถึงการลงทุนในระดับที่ใหญ่ขึ้น

ในงานดังกล่าว ศาสตราจารย์ ดร. ยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวง อว. กล่าวในปาฐกถาหัวข้อ 'Thailand New Economy: From Knowledge to National Growth' ว่า ประเทศไทยมีฐานองค์ความรู้ งานวิจัย เทคโนโลยี และผู้ประกอบการที่มีศักยภาพ โดยเฉพาะเทคโนโลยีเชิงลึก หรือ Deep-Tech ที่มีโอกาสต่อยอดเป็นบริษัท Spin-off และธุรกิจ New Economy ซึ่งสร้างมูลค่าเพิ่มให้ประเทศได้
University Holding Consortium จะรวบรวมศักยภาพและทรัพยากรจากมหาวิทยาลัย เพื่อร่วมกันพัฒนางานวิจัยที่มีศักยภาพสู่ธุรกิจ ขณะที่ PE Trust จะเติมเงินทุนสำหรับกิจการที่ต้องการขยายการเติบโต
ศ. ดร. ยศชนันระบุว่า การผลักดันธุรกิจกลุ่มนี้ให้เติบโตต่อเนื่องต้องมีกลไกที่เชื่อมตั้งแต่การนำงานวิจัยและนวัตกรรมไปจัดตั้งธุรกิจ การพัฒนาศักยภาพผู้ประกอบการ ไปจนถึงการเข้าถึงแหล่งเงินทุน รวมทั้งความร่วมมือระหว่างภาครัฐ ภาคเอกชน มหาวิทยาลัย และตลาดทุน
ดร.กริชผกา บุญเฟื่อง ผู้อำนวยการสำนักงานนวัตกรรมแห่งชาติ กล่าวว่า NIA กำลังเพิ่มบทบาทจากผู้ให้ทุนสนับสนุนสู่ผู้ร่วมลงทุน ผ่านกลไก 'NIA Venture' เพื่อเชื่อมช่วงระหว่างการรับทุนระยะเริ่มต้นกับเงินทุนสำหรับขยายธุรกิจ โดยคาดหวังว่ากลไก PE Trust และ University Holding Consortium จะช่วยลดความเสี่ยงในการพัฒนาธุรกิจนวัตกรรม และสร้างความเชื่อมั่นให้กับนักลงทุนและภาคเอกชนมากขึ้น
PE Trust มุ่งลงทุนในธุรกิจ New Economy ได้แก่ เทคโนโลยีเชิงลึก ดิจิทัลและปัญญาประดิษฐ์ หรือ AI เทคโนโลยีทางการแพทย์และสุขภาพ ตลอดจนเทคโนโลยีการเกษตรและอาหารแห่งอนาคต โดยเปิดให้ทั้งภาครัฐและภาคเอกชนร่วมลงทุน
ศาสตราจารย์พิเศษกิติพงศ์ อุรพีพัฒนพงศ์ ประธานกรรมการตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย กล่าวว่า กลไกดังกล่าวจะเชื่อมกับเกณฑ์ของตลาดหลักทรัพย์ฯ ที่ปรับให้บริษัท New Economy ซึ่งได้รับการส่งเสริมจากคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน หรือ BOI เข้าระดมทุนในตลาดทุนไทยได้สะดวกและรวดเร็วยิ่งขึ้น
เส้นทางที่วางไว้จึงเริ่มจากการบ่มเพาะในมหาวิทยาลัย การจัดตั้งบริษัท การเข้าถึงเงินทุนผ่าน PE Trust และการเข้าจดทะเบียนตามความพร้อมในตลาดหลักทรัพย์ไลฟ์เอ็กซ์เช้นจ์ หรือ LiVEx ตลาดหลักทรัพย์ เอ็ม เอ ไอ หรือ mai หรือ SET
ตลาดหลักทรัพย์ฯ ยังเสนอแก้ไขกฎหมายโครงสร้างหุ้นสองระดับ หรือ Dual-Class Shares ต่อกระทรวงการคลังและกระทรวงพาณิชย์ เพื่อให้ผู้ก่อตั้งธุรกิจ Startup และ New Economy ยังคงมีอำนาจกำหนดทิศทางกิจการได้ แม้บริษัทเข้าระดมทุนในตลาดทุนแล้ว ข้อเสนอนี้ยังอยู่ในขั้นตอนการเสนอแก้ไขกฎหมาย
นายจักรชัย บุญยะวัตร ผู้จัดการกองทุนส่งเสริมการพัฒนาตลาดทุน กล่าวว่า ผู้ประกอบการ New Economy ไทยจำนวนมากมีศักยภาพเติบโต แต่ยังติดข้อจำกัดด้านเงินทุนในช่วงขยายธุรกิจ PE Trust จึงมุ่งช่วยยกระดับกิจการ ทั้งด้านกลยุทธ์ การบริหารจัดการ ธรรมาภิบาล และการเตรียมความพร้อมเข้าสู่ตลาดทุน
CMDF เข้ามาสนับสนุนเพื่อสร้างความเชื่อมั่น และกระตุ้นให้ทั้งภาครัฐและเอกชนร่วมลงทุนมากขึ้น โดยจะเปิดรับสมัคร Trust Manager ในช่วงปลายเดือนกันยายน 2569 พร้อมเดินหน้าหาผู้ร่วมลงทุนไปพร้อมกัน
ผู้ประกอบการและสตาร์ตอัปที่สนใจติดตามรายละเอียด PE Trust และการรับสมัคร Trust Manager ได้ที่ เว็บไซต์ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย และ เว็บไซต์กองทุนส่งเสริมการพัฒนาตลาดทุน หรือสอบถาม SET Contact Center โทร. 0 2009 9999
ลงทะเบียนเข้าสู่ระบบ เพื่ออ่านบทความฟรีไม่จำกัด